เดือน: สิงหาคม 2014

  • สุภิญญา รับคำท้า IceBucketChallengeTH(ชมคลิป)

    สุภิญญา รับคำท้า IceBucketChallengeTH(ชมคลิป)

    วันนี้(20ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ว่า น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค รับคำท้าจากน.ส. พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัท อาร์เอส จำกัด ทำ IceBucketChallengeTH จำนวน 3 ถัง นำเงินสมทบให้กลุ่มองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร(เอ็นจีโอ ) ที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคที่ต่อสู้สิทธิด้านโทรคมนาคมและทีวีดิจิตอล โดยขอท้าไปอีก 3 คน คือนายประวิทย์ มาลีนนท์ ช่อง 3 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.และนางสาวสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคสำหรับการขอท้านายประวิทย์ทำ IceBucketChallengeTH นั้นหากไม่ทำก็บริจาคเงินร่วมสมทบและนำช่อง3 อะนาล็อกไปออกอากาศคู่ขนานในระบบดิจิตอลหรือหากทำ IceBucketChallengeTHก็ขอให้คืนกำไรสู่สังคมให้สามารถรับชมช่อง 3 อะนาล็อกบนกล่องดิจิตอลได้โดยไม่จอดำในวันที่ 1 ก.ย. นี้ ส่วนนายฐากรนั้นมองว่าต้องมีส่วนร่วมคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลซึ่งน้ำเป็นสัญลักษณ์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุภิญญา รับคำท้า IceBucketChallengeTH(ชมคลิป)

  • พาณิชย์ประกาศล้างคอรัปชั่น

    พาณิชย์ประกาศล้างคอรัปชั่น

    น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการนำข้าราชการกระทรวงพาณิชย์กล่าวปฏิญาณในการต่อต้านคอร์รัปชั่นเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ 94 ปี หรือวันพาณิชย์ 57 วันที่ 20 ส.ค.57ว่า เป็นความมุ่งมั่นของกระทรวงพาณิชย์ และยึดตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่จะปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในการทำงาน “ต่อไปนี้การบริหารงานในกระทรวงพาณิชย์จะไม่มีการทุจริตใดๆ เกิดขึ้น หากมีคนเสนอเราก็ไม่สนอง โดยได้มอบหมายให้อธิบดีทุกกรม นำไปปฏิบัติห้ามให้มีปัญหาหรือมีเหตุการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตถ้ามีให้แจ้งมาได้ที่ดิฉันโดยตรง และจะจัดการขั้นเด็ดขาด ซึ่งจะดูแลการปฏิบัติงานให้โปร่งใสสุจริต ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ” รายงานข่าวแจ้งว่า ในการกล่าวคำปฏิญาณน.ส.ชุติมา ได้นำกล่าว โดยมีใจความว่า “เราจะเป็นข้าราชการที่ดีประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตว์สุจริตและเที่ยงธรรมกระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นเขตปลอดคอร์รัปชั่น” และสุดท้ายได้กล่าวเสียงดังพร้อมกันว่า “ซีโร่คอรัปชั่น” ทั้งนี้ในการกล่าวคำปฏิญาณมีอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่สำคัญมาเข้าร่วมงาน เช่น นางอรนุช โอสถานนท์ อดีตรมช.พาณิชย์ และอดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นางบุญทิพา สิมะสกุล อดีตอธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ นางจันทรา บูรณฤกษ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก และอดีตอธิบดีกรมการประกันภัยโดยมีข้าราชการจากกรมต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ประกาศล้างคอรัปชั่น

  • อุตฯเครื่องแต่งกายขาดแคลนแรงงาน

    อุตฯเครื่องแต่งกายขาดแคลนแรงงาน

    นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายของไทยเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเนื่องจากมีจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมากถึง 73,503โรงงานมีจำนวนการจ้างงานรวม796,000คนเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศเฉลี่ยสูงถึง 80,000 ล้านบาทต่อปีแต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยกลับต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งได้รับผลมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานของประเทศไทยที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่อัตราการว่างงานของประเทศอยู่ที่ประมาณ0.6-0.8% มาหลายปีติดต่อกันซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายเป็นอย่างมาก“เห็นได้จากจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายที่มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องทุกปีประกอบกับหลังจากวันที่ 1 เม.ย. 55และวันที่ 1 ม.ค. 56อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกายของไทยยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงเป็น300 ต่อวัน จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตให้เพิ่มสูงขึ้นมากจากการศึกษาผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 ต่อวันของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่าอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายได้รับผลกระทบต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดคิดเป็น 7.7% ของต้นทุนการผลิต"ทั้งนี้ทางออกที่สำคัญประการหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นคือ การขยายฐานการผลิตไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะประเทศเมียนมาร์ ซึ่งกำลังเริ่มเปิดประเทศ มีแรงงานจำนวนมากมีค่าแรงราคาถูก แรงงานพม่ามีทักษะในงานใกล้เคียงกับแรงงานไทยพรมแดนพม่าติดกับไทยหลายจุดจึงทำให้เหมาะแก่การขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำและกลางน้ำที่ไทยมีพร้อมเข้าไปผลิตในเมียนมาร์และที่สำคัญเมียนมาร์เป็นตลาดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเติบโตสูงนายสมชาย กล่าวว่าจากการศึกษาโอกาสและอุปสรรคการขยายฐานการผลิตอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยไปประเทศเมียนมาร์พบว่า โอกาสที่สามารถเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในเมียนมาร์มีอยู่หลายประการ เช่นสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศเมียนมาร์มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ชาวเมียนมาร์มีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น ประเทศเมียนมาร์มีประชากรมากถึง 65ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีกำลังแรงงานเท่ากับ 31.8 ล้านคนมีอัตราว่างงาน 4% ต่อปีทำให้มีแรงงานมากเพียงพอในการเข้าไปใช้ประโยชน์ ด้านการลงทุน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตฯเครื่องแต่งกายขาดแคลนแรงงาน