เดือน: กันยายน 2014

  • สำนักงานสลากฯ ระส่ำ

    สำนักงานสลากฯ ระส่ำ

    รายงานข่าวจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สหภาพแรงงานฯ ได้ทำหนังสือเวียนถึงพนักงานสำนักงานสลากฯ เกี่ยวกับการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสลากฯ 3 ราย และประธาน 1 ราย เข้ามาดำรงตำแหน่ง ทำให้สถานภาพสำนักงานสลากฯ เกิดความวุ่นวายไปหมด เนื่องจากการให้สัมภาษณ์รายวันของประธานคณะกรรมการสลากฯที่มีแนวคิด โดยไม่ศึกษาข้อมูลที่ชัดเจนก่อนที่จะมีคำสั่ง หรือออกข่าวไปนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อสำนักงานสลากฯและพนักงาน ทั้งนี้ การให้ข่าวรายวันของประธานคณะกรรมการ ได้ส่งผลต่อสำนักงานสลากฯและพนักงาน 10 ข้อ ประกอบด้วย  การประกาศให้ต่อสัญญาผู้แทนจำหน่ายสลากฯ ที่ครบกำหนด ทั้งๆที่มีมติของคณะกรรมการสลากฯชุดเดิมอยู่แล้ว, ให้ยกเลิกโควตาทั้งหมดทั่วประเทศ, ให้พนักงานปั้มตราสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินลงบนสลาก,  ให้เปลี่ยนแปลงรับสลากฯก่อนวันออกสลากฯ 3 วัน และหลังวันออกสลากฯ 3 วัน นอกจากนี้ ยังไม่เคารพสิทธิของพนักงาน, แสดงเจตนาไม่ไว้พนักงานและผู้บริหาร, รับสมัครผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อขึ้นทะเบียนสำรอง, ให้สัมภาษณ์จะยกเลิกโควตา สิ้นสุดเดือนต.ค.57, ไม่ฟังและไม่รับรู้ในสิ่งที่พนักงาน และผู้บริหารเสนอ และทำให้พนักงานหมดความศรัทธาต่อนโยบายรายวัน โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึก ความเดือดร้อน ความเห็นใจ ความเข้าใจ ขาดกำลังใจ อาจนำไปสู่ความเสื่อมเสีย และความเสียหายต่อองค์กรได้ อย่างไรก็ตาม  คณะกรรมการสลากฯ ที่เป็นผู้กำหนดแนวทางปฏิบัติและนโยบายต่างๆ ควรทราบปัญหาที่แท้จริงว่าสลากฯ แพงเกิดจากสาเหตุใด จะแก้ไขถาวรในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร ถึงให้ผู้ขายและผู้ซื้อพอใจ ซึ่งสาเหตุหลักคือผู้ขายได้ส่วนลดน้อยไม่พอกิน จะเพิ่มก็ไม่ได้ เพราะขัดต่อ พ.ร.บ.สลากฯ ที่กำหนดสัดส่วนไว้ จะนำรูปแบบอื่นออกมาไม่ได้ ประชาชนไม่มีทางเลือก คนอยากขายสลากฯมีมาก หากพิมพ์มากก็ขายไม่ออก จึงควรคิดแก้ไขต้นเหตุมากกว่า หากจะให้สลากฯกับคนขายจริงก็ควรเปิดขายสลากฯ แบบเสรีไปเลยใครอยากขายก็พิมพ์ให้ จะเป็นการขจัดเสือนอนกิน พนักงานก็ไม่ต้องเดือดร้อน เพราะที่ทำไปก็เหนื่อยเปล่า ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาแต่กลับสร้างปัญหามากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักงานสลากฯ ระส่ำ

  • เร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    เร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปีเพิ่มเติม เพื่อให้การขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ได้ไม่น้อยกว่า 2% ตามนโยบายของนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ที่จะเข้ามาให้นโยบายผู้บริหารคลังในสัปดาห์หน้า ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นมาตรการเร่งด่วนและดำเนินการได้ทันที ซึ่งบางมาตรการเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน แต่ขึ้นอยู่กับ รมว.คลัง ว่าจะเห็นชอบมาตรการใดบ้าง นอกจากนี้ สศค. ยังเสนอยุทธศาสตร์กระทรวงการคลังที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 58 ทั้งเรื่องการบริหารคลังให้มีประสิทธิ การปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ซึ่งจะเป็นแนวทางเดียวกับโรดแมปที่กระทรวงการคลังเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ ซึ่งในส่วนของการปฏิรูปภาษีก็มีเดินหน้าไปตามแผนบ้างแล้ว รวมทั้ง เสนอมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ตามนโยบายของ คสช.ที่ได้อนุมัติหลักแผนยุทธศาสตร์ในการดูแลผู้ประกอบการมาก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีสัดส่วนถึง 30% ของจีดีพี หากทำให้เอสเอ็มอีฟื้นตัวได้เร็ว จะทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือได้ผลมากขึ้น นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวได้ 2% นอกจากมีมาตรการที่ สศค. เตรียมไว้แล้ว ในส่วนของฝ่ายนโยบายก็มีการคิดไว้เพิ่มเติม เพื่อสั่งการให้ สศค. ดำเนินการตาม ซึ่งเชื่อว่าเป็นมาตรการที่จะได้ผลในทางปฏิบัติได้จริง โดยมั่นใจว่ามาตรการที่จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้ 2%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • เล็งเรียกคืนที่ราชพัสดุ

    เล็งเรียกคืนที่ราชพัสดุ

    นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 58 เพื่อเสนอต่อนายสมหมาย ภาษี รมว.คลังคนใหม่ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์แก้ปัญหาที่ทำกินเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายน้อย ซึ่งแนวทางดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว เบื้องต้นหลักการจะเป็นการเรียกคืนที่ราชพัสดุ จากส่วนราชการที่ไม่ใช้ประโยชน์ และนำมาปล่อยให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าในลักษณะไม่โอนกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ทำมาหากิน ซึ่งขณะนี้เรียกคืนที่ราชพัสดุได้แล้วประมาณ 1,000 ไร่ ในพื้นที่ 6 จังหวัด “โครงการดังกล่าว เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง 4 กระทรวง คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากนี้ หน่วยงานดังกล่าวจะต้องไปตกลงแนวทางการจัดสรรที่ต่อราย รวมถึงกำหนดค่าเช่าว่าจะอยู่ในอัตราเท่าใด โดยที่ราชพัสดุทั้ง 6 จังหวัดที่เรียกคืนอยู่ในจังหวัดต่างๆ เช่น บุรีรัมย์ สุราษฏ์ธานี”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเรียกคืนที่ราชพัสดุ