เดือน: กันยายน 2014

  • โชค บูลกุล เอานมเย็นราดตัวรับท้าไอซ์บัคเก็ต

    โชค บูลกุล เอานมเย็นราดตัวรับท้าไอซ์บัคเก็ต

    ดร.โชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย จำกัด (พร้อมด้วยด.ช.ปราบ บูลกุล ลูกชาย) ร่วมกิจกรรมIce Bucket Challenge (ไอซ์ บัคเก็ต ชาร์เลนจ์) ด้วยน้ำนมแช่เย็น 1.2 องศาเซลเซียส โดยน้ำนมที่ใช้เป็นน้ำนมเหลือง (Colostrum) ไม่สามารถดื่มหรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ ถือเป็นการน้ำนมที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว มาทำให้มีคุณค่า โดยบริจาคเงินจำนวน 200,000 บาทให้ กองทุนเพื่อผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องด้วยเห็นถึงความสำคัญของการศึกษากับเยาวชนผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปการทำกิจกรรมครั้งนี้เป็นการรับคำท้าจาก ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมส่งคำท้าต่อไปยังคุณวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาดบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และท่านดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางศิลป์ แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้บริหารและนิสิตนักศึกษาของวิทยาลัยฯ..

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โชค บูลกุล เอานมเย็นราดตัวรับท้าไอซ์บัคเก็ต

  • จ่อขยับก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง

    จ่อขยับก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง

    แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้ทำการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วก่อนหน้านี้ทั้งการปรับภาษีสรรพสามิต กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คาดว่า หลังจากนี้จะมีการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่งให้มีราคาเท่ากับภาคครัวเรือน มีความเป็นไปได้สูงที่จะปรับครั้งเดียว 1.25  บาทต่อกก.  เนื่องจากขณะนี้ราคาแอลพีจีครัวเรือนอยู่ที่ 22.63 บาทต่อกก. ขณะที่แอลพีจีภาคขนส่งราคาอยู่ที่เพียง21.38 บาทต่อกก. ต่างกัน 1.25 บาทต่อกก. และขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่า มีการลักลอบการใช้ข้ามกลุ่ม โดยกลุ่มครัวเรือน ลักลอบใช้กลุ่มขนส่ง  “การปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง อาจจะกระทบต่อรถโดยสารสาธารณะบ้างโดยเฉพาะแท็กซี่ที่ยังคงมีการใช้แอลพีจีอยู่ประมาณ 2 0,000 คัน ดังนั้นขณะนี้กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการที่จะดูแลรถแท็กซี่ไว้แล้วซึ่งจุดนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่น จะใช้ก๊าซเอ็นจีวี เป็นหลัก จึงไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด ”แหล่งข่าวกล่าว นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งที่ขณะนี้ถูกกว่าครัวเรือนไปให้เท่ากันเ นื่องจากขณะนี้ประชาชนเริ่มมีการนำถังแอลพีจีครัวเรือนไปเติมในปั๊มแก๊สเพิ่มมากขึ้นแล้วหากปล่อยไว้จะกลายเป็นความเคยชิน ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายมมาก  เพราะการบรรจุก๊าซรถยนต์ และถังแก๊สครัวเรือน ความดันจะแตกต่างกัน อาจเกิดเหตุระเบิดได้ และการขึ้นแอลพีจีขนส่งยังช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะเข้าไปอุดหนุนราคาแม้จะเป็นปริมาณที่ไม่มากก็ตาม “เดิมทีรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะให้ราคาของทั้งครัวเรือนและขนส่งไปสู่ราคาต้นทุนหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 24.82 บาทต่อกก. เท่ากันดังนั้นหากปรับราคาแอลพีจีครัวเรือนและขนส่งให้เท่ากันแล้วจากนั้นจะมีการขึ้นราคาตามกรอบเดิมหรือไม่ก็คงอยู่ที่นโยบายภาครัฐแต่สมาคมฯเองสนับสนุนให้เป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเพราะการอุดหนุนด้วยการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยเฉพาะเบนซินถือไม่เป็นธรรมกับคนกลุ่มนี้”นายชิษณุพงศ์กล่าว อย่างไรก็ตาม  ก่อนหน้านี้สมาคมฯได้ทำแบบสอบถามจากร้านค้าทั่วประเทศและนำข้อสรุปเสนอไปยังสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)แล้วว่า ร้านค้าส่วนใหญ่ซึ่งสื่อสารตรงกับชาวบ้านผู้ใช้แอลพีจีโดยตรงส่วนใหญ่ระบุว่าไม่อยากให้รัฐขึ้นราคาแต่ถ้าจำเป็นก็ขอให้ทยอยขึ้นและคงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อยให้ใช้ในราคาเดิมเพราะขณะนี้ค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จ่อขยับก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง

  • รัฐเคาะลดภาษีท่องเที่ยว2ปี

    รัฐเคาะลดภาษีท่องเที่ยว2ปี

    นายรังสรรค์   ศรีวรศาสตร์   ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ากรมสรรพากรได้ส่งมาตรการลดหย่อนภาษีที่เกิดจากรายจ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศให้แล้วคาดว่าจะออกเป็นประกาศให้มีผลบังคับได้ในเดือนหน้า ก.ย.นี้ ทันทีเพราะก่อนหน้านี้ได้รับความเห็นชอบหลักการจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวจะให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งนี้บุคคลธรรมดาให้นำรายจ่ายจากการเข้าพักโรงแรมที่เสียภาษีการค้าถูกต้องหรือค่าใช้จ่ายจากการซื้อแพกเกจทัวร์จากบริษัทจัดพาเที่ยว มาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปีส่วนนิติบุคคลให้นำรายจ่ายค่าโรงแรมที่เกิดจากการจัดสัมมนาอบรมพนักงานผู้บริหารของบริษัทมาบันทึกเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าจากที่จ่ายจริงเพื่อมาหักลดหย่อนการเสียภาษีประจำปี อย่างไรก็ตามมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวให้มีผลทันทีหลังจากประกาศกรมสรรพากรมีผลบังคับใช้ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในเดือน ก.ย. นี้ จนถึง 31 ธ.ค.58 ทำให้สามารถหักลดหย่อยภาษีได้ถึง 2 ปีเพราะต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ได้รับปัญหากระทบจากปัญหาทางการเมืองในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะโรงแรมที่พักต่างๆ มีผู้เข้าพักลดลงมากคาดว่ามาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวจะทำให้การท่องเที่ยวใน 2 ปีนี้ กลับมาฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง สำหรับการมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวทางกรมสรรพากรประเมินว่าทำให้การเก็บภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคลลดลงเล็กน้อยไม่ส่งผลกระทบกับการภาษีในภาพรวมของประเทศเพราะกรมสรรพากรจะเก็บภาษีจากมูลค่าเพิ่มได้เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการลดหย่อนภาษี ก่อนหน้านี้ คสช. ได้ยกเว้นการขอวีซ่าเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหนึ่งของไทยเพื่อให้ชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นขณะที่มาตรการลดหย่อยภาษีท่องเที่ยวเป็นการกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในไทยมากขึ้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐเคาะลดภาษีท่องเที่ยว2ปี