นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช๊อป) ระบบขนส่งทางบกของกระทรวงคมนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้มอบนโยบายให้ ร.ฟ.ท. เร่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในสถานีรถไฟหัวลำโพง และความสะอาดของรถไฟไทยใหม่ เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยตั้งเป้าหมายจะยกระดับสถานีรถไฟหัวลำโพง ให้เป็นแหล่งพบปะแห่งใหม่ของประชาชน และพิพิธภัณฑ์รถไฟไทยทั้งนี้คาดว่า จะทำแผนปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพง 2 เดือน และจากนั้นจะนำเสนอบอร์ด ร.ฟ.ท. ได้ โดยกำลังพิจารณาเลือกร้านอาหาร ภัตตาคาร และร้านค้าที่มีชื่อเสียงเพื่อมาเปิดให้บริการแทนร้านเดิมที่ทยอยหมดสัญญา และแนวทางการลงทุน อาจจะใช้งบประมาณของ ร.ฟ.ท. เอง หรือเปิดให้เอกชนมาลงทุนและบริหารจัดการ“เมื่อสถานีกลางบางซื่อแล้วเสร็จ ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินรถไฟแห่งใหม่ แทนสถานีรถไฟหัวลำโพง ส่งผลให้รถไฟที่จะเดินขบวนมายังสถานีรถไฟหัวลำโพงลดลงมาก เหลือเฉพาะรถไฟดีเซลท่องเที่ยว และรถไฟจากเมืองชานเท่านั้น ส่วนรถด่วนและรถขบวนสำคัญ จะจอดที่สถานีกลางบางซื่อแทน ดังนั้นจึงควรพัฒนาสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟ เหมือนรูปแบบในต่าง ประเทศ”นายออมสิน กล่าวว่า พล.อ.อ.ประจิน ให้ความสนใจกับการปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นพิเศษ หาก ร.ฟ.ท. ทำแผนเสร็จ ก็พร้อมจัดสรรงบประมาณกลางปี 58 มาใช้ในโครงการ โดย ร.ฟ.ท. จะพยายามเลือกรูปแบบการลงทุนที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของตัวเอง และตั้งเป้าหมาย จะปรับปรุงให้เสร็จปี 59 ส่วนเรื่องการปรับปรุงด้านความสะอาด ฝ่ายบริหารจะจัดทำแผนงานพร้อมรายละเอียดด้านงบประมาณกลับมาเสนอบอร์ด ร.ฟ.ท. ใน 1-2 เดือนข้างหน้าเบื้องต้นจะให้ทยอยปรับปรุงความสะอาดของห้องน้ำในขบวนรถไฟ และสถานีรถไฟ หัวลำโพง ก่อนจะปรับปรุงความสะอาดของสถานีรถไฟขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยมีนโยบายให้ปรับปรุงห้องน้ำ ด้วยวิธีติดตั้งวัสดุสำเร็จรูปเหมือนห้องน้ำ ในประเทศญี่ปุ่นแทนการทาสีเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นวิธีการรวดเร็ว และทำให้ความรู้สึกสะอาดมากกว่าการทาสี โดยหากใช้วิธีนี้จะสามารถปรับปรุงห้องน้ำบนขบวนรถไฟทั่วประเทศได้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี“ขณะนี้ ร.ฟ.ท. ได้ส่งแผนฟื้นฟูองค์กรให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกครั้ง ก่อนกระทรวงคมนาคมจะนำเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด พิจารณาต่อไป โดยแนวทางการฟื้นฟูตามแผน ยังคงเป็นการให้ภาครัฐช่วยรับหนี้สินของ ร.ฟ.ท. ใน 4 แนวทางเหมือนเดิม แต่แผนการนี้ยังไม่รวมการแยก บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ และการตั้งกรมการขนส่งทางราง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดฉลองหัวลำโพง 100 ปี
เดือน: กันยายน 2014
-

จัดฉลองหัวลำโพง 100 ปี
-

ชงเลิกคุมราคาน้ำตาลทราย
นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ( กกร.) ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน จะประชุมในวันที่10ต.ค.นี้ โดยกรมฯ จะเสนอยกเลิกการกำหนดเพดานควบคุมราคาขายปลีกสูงสุดของรายการควบคุมน้ำตาลทราย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำตาลในประเทศ กับต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลทรายแพงกว่าต่างประเทศ5บาทต่อกก.พร้อมกันนี้ จะเสนอให้ยกเลิกมาตรการขนย้ายสินค้าเกษตรและข้าวทั้งหมด ที่ใช้ในช่วงโครงการรับจำนำ ที่ได้ออกมาตรการห้ามขนย้ายข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด ข้ามเขตหรือข้ามจังหวัด เพื่อให้การดำเนินการค้าได้คล่องตัวและสอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการค้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงเลิกคุมราคาน้ำตาลทราย -

จีน-ญี่ปุ่น แห่ซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 3 นี้ หลังจากนโยบายการลงทุนของภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้นเป็นระยะ ส่งผลให้ขณะนี้มีนักลงทุนจากประเทศจีนและญี่ปุ่น ทยอยเข้ามาติดต่อเจรจาซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่อง จากช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายที่ดินยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะความไม่สงบในประเทศ ทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ชะลอการลงทุนไปพอสมควร แต่ประเมินว่าทิศทางต่อจากนี้ จะฟื้นตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ายอดขายที่ดินในปลายปีน่าจะได้ถึง 1,000 ไร่สำหรับโอกาสในการเปิดประชาคมอาเซียน ประเมินว่าประเทศขนาดใหญ่อย่าง จีน จะเข้ามาทำการลงทุน ด้วยมูลค่าที่ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะความสนใจด้านการขยายฐานการผลิต ซึ่งล่าสุด จีนได้วางงบประมาณสำหรับการลงทุนในต่างประเทศถึง 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แบ่งออกเป็นงบประมาณลงทุนในอาเซียน 600,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และที่ผ่านมาจีนได้ใช้งบลงทุนไปยังภูมิภาคอื่นแล้ว400,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ“ไทยเป็นประเทศที่มีจุดแข็งทางภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน รวมทั้งการคมนาคม,วัตถุดิบและแรงงาน สามารถรองรับความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนได้สะดวกมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการ ควรเสริมศักยภาพ ทั้งการบริหารจัดการองค์กร,การพัฒนาแรงงานฝีมือ และด้านภาษาเพื่อรับกับการเปิดเสรีทางการค้า และการติดต่อกับต่างชาติที่มากขึ้น”นอกจากนี้กลุ่มประเทศที่นักลงทุนกำลังจับตามอง และให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในขณะนี้ จะเป็นประเทศในแถบเอเชีย เช่น ไทย,อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า รวมไปถึงประเทศที่มีพรมแดนใกล้เคียงกัน อย่างรัสเซียด้วย เนื่องจากเป็นประเทศที่มูลค่าการลงทุนสูงและมีนโยบายที่จะขยายการลงทุนด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับจีน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จีน-ญี่ปุ่น แห่ซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรม