เดือน: กันยายน 2014

  • จัดฉลองหัวลำโพง 100 ปี

    จัดฉลองหัวลำโพง 100 ปี

    นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช๊อป) ระบบขนส่งทางบกของกระทรวงคมนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้มอบนโยบายให้ ร.ฟ.ท. เร่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในสถานีรถไฟหัวลำโพง และความสะอาดของรถไฟไทยใหม่ เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยตั้งเป้าหมายจะยกระดับสถานีรถไฟหัวลำโพง ให้เป็นแหล่งพบปะแห่งใหม่ของประชาชน และพิพิธภัณฑ์รถไฟไทยทั้งนี้คาดว่า จะทำแผนปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพง 2 เดือน และจากนั้นจะนำเสนอบอร์ด ร.ฟ.ท. ได้ โดยกำลังพิจารณาเลือกร้านอาหาร ภัตตาคาร และร้านค้าที่มีชื่อเสียงเพื่อมาเปิดให้บริการแทนร้านเดิมที่ทยอยหมดสัญญา และแนวทางการลงทุน อาจจะใช้งบประมาณของ ร.ฟ.ท. เอง หรือเปิดให้เอกชนมาลงทุนและบริหารจัดการ“เมื่อสถานีกลางบางซื่อแล้วเสร็จ ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินรถไฟแห่งใหม่ แทนสถานีรถไฟหัวลำโพง ส่งผลให้รถไฟที่จะเดินขบวนมายังสถานีรถไฟหัวลำโพงลดลงมาก เหลือเฉพาะรถไฟดีเซลท่องเที่ยว และรถไฟจากเมืองชานเท่านั้น ส่วนรถด่วนและรถขบวนสำคัญ จะจอดที่สถานีกลางบางซื่อแทน ดังนั้นจึงควรพัฒนาสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟ เหมือนรูปแบบในต่าง ประเทศ”นายออมสิน กล่าวว่า พล.อ.อ.ประจิน ให้ความสนใจกับการปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นพิเศษ หาก ร.ฟ.ท. ทำแผนเสร็จ ก็พร้อมจัดสรรงบประมาณกลางปี 58 มาใช้ในโครงการ โดย ร.ฟ.ท. จะพยายามเลือกรูปแบบการลงทุนที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของตัวเอง และตั้งเป้าหมาย จะปรับปรุงให้เสร็จปี 59 ส่วนเรื่องการปรับปรุงด้านความสะอาด ฝ่ายบริหารจะจัดทำแผนงานพร้อมรายละเอียดด้านงบประมาณกลับมาเสนอบอร์ด ร.ฟ.ท. ใน 1-2 เดือนข้างหน้าเบื้องต้นจะให้ทยอยปรับปรุงความสะอาดของห้องน้ำในขบวนรถไฟ และสถานีรถไฟ หัวลำโพง ก่อนจะปรับปรุงความสะอาดของสถานีรถไฟขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยมีนโยบายให้ปรับปรุงห้องน้ำ ด้วยวิธีติดตั้งวัสดุสำเร็จรูปเหมือนห้องน้ำ ในประเทศญี่ปุ่นแทนการทาสีเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นวิธีการรวดเร็ว และทำให้ความรู้สึกสะอาดมากกว่าการทาสี โดยหากใช้วิธีนี้จะสามารถปรับปรุงห้องน้ำบนขบวนรถไฟทั่วประเทศได้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี“ขณะนี้ ร.ฟ.ท. ได้ส่งแผนฟื้นฟูองค์กรให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกครั้ง ก่อนกระทรวงคมนาคมจะนำเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด พิจารณาต่อไป โดยแนวทางการฟื้นฟูตามแผน ยังคงเป็นการให้ภาครัฐช่วยรับหนี้สินของ ร.ฟ.ท. ใน 4 แนวทางเหมือนเดิม แต่แผนการนี้ยังไม่รวมการแยก บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ และการตั้งกรมการขนส่งทางราง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดฉลองหัวลำโพง 100 ปี

  • ชงเลิกคุมราคาน้ำตาลทราย

    ชงเลิกคุมราคาน้ำตาลทราย

    นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ( กกร.) ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน จะประชุมในวันที่10ต.ค.นี้ โดยกรมฯ จะเสนอยกเลิกการกำหนดเพดานควบคุมราคาขายปลีกสูงสุดของรายการควบคุมน้ำตาลทราย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำตาลในประเทศ กับต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลทรายแพงกว่าต่างประเทศ5บาทต่อกก.พร้อมกันนี้ จะเสนอให้ยกเลิกมาตรการขนย้ายสินค้าเกษตรและข้าวทั้งหมด ที่ใช้ในช่วงโครงการรับจำนำ ที่ได้ออกมาตรการห้ามขนย้ายข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด ข้ามเขตหรือข้ามจังหวัด เพื่อให้การดำเนินการค้าได้คล่องตัวและสอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการค้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามชายแดน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงเลิกคุมราคาน้ำตาลทราย

  • จีน-ญี่ปุ่น แห่ซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรม

    จีน-ญี่ปุ่น แห่ซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรม

    นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 3 นี้ หลังจากนโยบายการลงทุนของภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้นเป็นระยะ ส่งผลให้ขณะนี้มีนักลงทุนจากประเทศจีนและญี่ปุ่น ทยอยเข้ามาติดต่อเจรจาซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่อง จากช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายที่ดินยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะความไม่สงบในประเทศ ทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ชะลอการลงทุนไปพอสมควร แต่ประเมินว่าทิศทางต่อจากนี้ จะฟื้นตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ายอดขายที่ดินในปลายปีน่าจะได้ถึง 1,000 ไร่สำหรับโอกาสในการเปิดประชาคมอาเซียน ประเมินว่าประเทศขนาดใหญ่อย่าง จีน จะเข้ามาทำการลงทุน ด้วยมูลค่าที่ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะความสนใจด้านการขยายฐานการผลิต ซึ่งล่าสุด จีนได้วางงบประมาณสำหรับการลงทุนในต่างประเทศถึง 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แบ่งออกเป็นงบประมาณลงทุนในอาเซียน 600,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และที่ผ่านมาจีนได้ใช้งบลงทุนไปยังภูมิภาคอื่นแล้ว400,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ“ไทยเป็นประเทศที่มีจุดแข็งทางภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน รวมทั้งการคมนาคม,วัตถุดิบและแรงงาน สามารถรองรับความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนตัดสินใจเข้ามาลงทุนได้สะดวกมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการ ควรเสริมศักยภาพ ทั้งการบริหารจัดการองค์กร,การพัฒนาแรงงานฝีมือ และด้านภาษาเพื่อรับกับการเปิดเสรีทางการค้า และการติดต่อกับต่างชาติที่มากขึ้น”นอกจากนี้กลุ่มประเทศที่นักลงทุนกำลังจับตามอง และให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในขณะนี้ จะเป็นประเทศในแถบเอเชีย เช่น ไทย,อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า รวมไปถึงประเทศที่มีพรมแดนใกล้เคียงกัน อย่างรัสเซียด้วย เนื่องจากเป็นประเทศที่มูลค่าการลงทุนสูงและมีนโยบายที่จะขยายการลงทุนด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับจีน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จีน-ญี่ปุ่น แห่ซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรม