เดือน: ตุลาคม 2014

  • เล็งลดเซอร์วิสชาร์จพนักงาน

    เล็งลดเซอร์วิสชาร์จพนักงาน

    นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ปีนี้พนักงานโรงแรม จะได้รับเงินค่าบริการจากลูกค้า (เซอร์วิสชาร์จ) ลดลง ถึง 15% เนื่องจากรายได้ของโรงแรมส่วนใหญ่ลดลง เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้น จากความกังวล เรื่องกฎอัยการศึก และปัญหาเศรษฐกิจของโลก อีกทั้งขณะนี้ โรงแรมยังมีปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากรเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการจึงต้องใช้วิธีการปรับลดรายได้จากเซอร์วิสชาร์จลง และปรับฐานเงินเดือนขึ้นให้พนักงานตามเดิม เพื่อรักษาบุคลากรของตนเองไว้แทน“ปัจจุบันค่าเซอร์วิสชาร์จที่พนักงานจะได้รับ มักจะแปรผันกับรายรับของโรงแรม ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ยอมรับว่า ปีนี้พนักงานจะต้องได้รับน้อยลง เพราะหากดูจากอัตราการเข้าพัก ซึ่งประเมินว่าแม้จะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่กำลังจะมา แต่อัตรการเข้าพักก็ไม่น่าจะเพิ่มขึ้นได้เท่าปีก่อน และอาจลดลงอก 10% แต่ถึงอย่างไรก็ต้องจัดการบริหารภายใน และไม่ใช้มาตรการนำพนักงานออก เพราะยังขาดแคลนพนักงานอยู่มาก อีกทั้งแต่ละคนก็ทำได้หลายหน้าที่ จึงอาจใช้วิธีลดค่าเซอร์วิสชาร์จแทน”ปัจจุบันไทยมีโรงแรมที่ถูกกฎหมาย และ ต้องมีการได้รับเซอร์วิสชาร์จอยู่ 8,000 โรงแรม หรือ 400,000 ห้องพัก และในส่วนของค่าเซอร์วิสชาร์จโดยทั่วไป แต่ละโรงแรม จะอยู่ที่ 10% ของรายได้รวมทุกอย่างของโรงแรม ซึ่งจะนำมาแบ่งให้พนักงานทุกคนเท่ากันหมดด้านนางละเอียด บุ้งสีทอง นากยสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมในภาคเหนือ ยังชะลอการปรับขึ้นฐานเงินเดือนให้พนักงานในโรงแรม ส่วนเรื่องของค่าเซอร์วิสชาร์จนั้น จะรวมอยู่ในรายได้ของเงินเดือนด้วย อย่างไรก็ดี ขณะนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวกลับมา โดยเฉพาะจากกเอเชีย และ นักท่องเที่ยวในประเทศ จากนี้จึงต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งว่าจะปรับขึ้น หรือลดเงินเดือนหรือ เซอร์วิสชาร์จลงหรือไม่สำหรับสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวทางภาคเหนือขณะนี้ กำลังเริ่มฟื้นตัว คาดว่าเดือน พ.ย.-ธ.ค.ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น อัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวจะดีขึ้น โดยสูงถึง 80-85% และสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าหมายว่า ภาพรวมของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ จะมี 6 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 56 ที่ผ่านมา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งลดเซอร์วิสชาร์จพนักงาน

  • องค์การสุราค้านนำที่ดินทำบ่อขยะ

    องค์การสุราค้านนำที่ดินทำบ่อขยะ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสหภาพแรงงานองค์การสุราและสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้เข้ายื่นหนังสื่อให้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ทบทวนและพิจารณา เรื่องการคัดค้านนำที่ดินองค์การสุรา ตำบลมหาพราหมณ์ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 372 ไร่ ทำบ่อฝังกลบขยะ เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดหาพื้นที่ เพื่อกำจัดขยะ โดยได้เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ ครม.พิจารณาแล้ว แต่ยังไม่ได้หารือกับองค์การสุรา“เพื่อให้เกิดความรอบครอบ เกิดบรรยากาศประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติเรื่องดังกล่าวไว้ก่อน เพราะการนำที่ดินขององค์การสุรา ไปจัดทำเป็นบ่อขยะ จะส่งผลกระทบตามมาจำนวนมาก ทั้งองค์การสุรา พนักงาน ประชาชน ควรรอให้เรื่องดังกล่าวได้ข้อยุติให้มีความพึงพอใจของทุกฝ่าย ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป”ทั้งนี้ ครม.มีมติเห็นชอบพื้นที่ดังกล่าว แต่ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพราะเป็นการเสนอจากกระทรวงมหาดไทยเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายของกรมธนารักษ์ ต้องได้รับความยินยอมจากองค์การสุรา โดยยืนยันว่านโยบายกำจัดขยะมูลฝอยเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรสอบถามจากองค์การสุรา ถึงการนำที่ดินไปใช้ก่อน รวมทั้ง มติดังกล่าว ยังไม่ได้ระบุถึงการเยียวยาและชดเชยเลยนอกจากนี้ ที่ดินดังกล่าว ถือเป็นที่ดินที่องค์การสุรากำลังอยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายโรงงานแห่งใหม่ แม้ที่ผ่านมา ได้ทักทวง ทั้งเหตุผลเพราะไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่องค์การสุรา และจัดหาผืนที่ใหม่ได้ รวมทั้งการจัดทำบ่อฝังกลบขยะก็ยังไม่ได้จัดทำรายงานมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน โดยไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากชุมชนอีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : องค์การสุราค้านนำที่ดินทำบ่อขยะ

  • ยอดพิมพ์ปฏิทิน-ไดอารี่ปีหน้าหด

    ยอดพิมพ์ปฏิทิน-ไดอารี่ปีหน้าหด

    นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานและประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คำสั่งผลิตปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (ไดอารี่) บัตรอวยพรวันปีใหม่หรือการ์ดส่งความสุข(ส.ค.ส.) เพื่อต้อนรับปีใหม่ ปี 58 ทยอยเข้ามาบ้าง แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 57 ถือว่ายังลดลง 8-10% จากปีที่ผ่านมามียอดคำสั่งซื้อ 12,000 ล้านบาท“ตลาดสิ่งพิมพ์ช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี จะดีกว่าทุกไตรมาสอยู่แล้ว แต่ปีนี้ยอมรับว่า ตลาดไม่ดีนัก โดยธุรกิจขนาดใหญ่เช่น ธนาคาร บริษัทประกันภัย รัฐวิสาหกิจ ยังคงสั่งพิมพ์ปฏิทินเหมือนเดิม แต่ไม่เพิ่มปริมาณ ขณะที่บริษัทขนาดกลางลงมาจนถึงขนาดเล็กที่เคยสั่ง ปีนี้บางรายไม่สั่งเลย และลดจำนวนลงพอสมควร ซึ่งสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีต่อเนื่องมา ทำให้การบริโภคชะลอตัวไปมาก ยอดขายของแต่ละบริษัทในภาพรวมจึงลดลง และทำให้ตัดงบในส่วนนี้ออกไป”นายวิชัย สกุลวรารุ่งเรือง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ฯได้รับผลกระทบจากแรงซื้อในประเทศและการส่งออกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรม จะเติบโตมากสุดไม่เกิน 1% โดยเอกชนให้ความสำคัญกับอนาคต ที่ไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีทิศทางการเติบโตของการบริโภคสินค้าต่าง ๆ ขยายตัว ซึ่งจะมีส่วนสำคัญ และผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์เติบโตตามไปด้วย“ตลาดเพื่อนบ้านในอนาคตเ รามองว่าจะทำให้เติบโตระยะยาว เพราะขณะนี้สินค้าไทยได้รับแรงตอบรับที่ดีจากประเทศเพื่อนบ้าน มื่อสินค้าขายดีสิ่งพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์จะโตตาม ด้วยเวลานี้เอกชนกำลังไปสำรวจ และวางยุทธศาสตร์เรื่องนี้อยู่ เพราะอุตสาหกรรมนี้ไทยเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดพิมพ์ปฏิทิน-ไดอารี่ปีหน้าหด