เดือน: ตุลาคม 2014

  • “คูปองทีวีติจิตอล”ดันยอดขายทีวีพุ่ง

    “คูปองทีวีติจิตอล”ดันยอดขายทีวีพุ่ง

    นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า ในเครือบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้จากร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเพาเวอร์บาย ในปีหน้าจะกลับมาเป็นเติบโตเป็นปกติอีกครั้ง และอาจสูงที่สุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา หรือมีรายได้เกือบ 20,000 ล้านบาท เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการออกอากาศทีวีดิจิตอล ทำให้ยอดขายทีวีดิจิตอลเติบโตแบบบก้าวกระโดด ประกอบกับเริ่มเห็นสัญญาณบวกของกำลังซื้อที่ฟื้นตัวดีขึ้น หลังปัญหาในประเทศเริ่มคลี่คลายลง“บริษัทเชื่อว่าคูปองทีวีดิจิตอล จะมาช่วยกระตุ้นบรรยากาศการซื้อทีวีให้คึกคักขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจากการสังเกตพบว่ายอดขายทีวีเดือนพ.ค.ที่ยังไม่มีการแจกคูปองทีวีดิจิตอล ยอดขายก็เติบโตไปถึง30% แล้ว ทั้งนี้บริษัทก็เตรียมจัดโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดึงดูดลูกค้าให้ซื้อสินค้ากันมากขึ้น เช่นการมอบส่วนลดเพิ่มเติม จากมูลค่าคูปองฯ รวมถึงการนำทีวีรุ่นเก่ามาจำหน่ายในราคาที่ต่ำลง”สำหรับรายได้ของเพาเวอร์บายในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต5% รวมมูลค่า 18,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายทั้งไว้ 10% เช่นเดียวกับรายได้ร้านจำหน่ายสินค้าและวัสดุตกแต่งบ้านโฮมเวิร์คในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เติบโต 5% เช่นกัน หรือมูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 7% เพราะประสบปัญหากำลังซื้อในช่วงต้นปี ส่งผลให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าค่อนข้างซบเซา ประกอบกับยอดขายที่ซบเซาในช่วงฤดูฝน ทำให้รายได้ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่ทั้งนี้ ยังได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่ทำให้ยอดขายที่นอน และเครื่องใช้ไฟฟ้ายังเติบโตดีกว่าปกติล่าสุดบริษัทได้ทุ่มงบพิเศษกว่า 60 ล้านบาท จัดงานโฮมเวิร์ค & เพาเวอร์บาย ซุปเปอร์เซลล์ ครั้งที่ 3 ของปี จากปกติที่จัดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะฯ วันที่27 ต.ค. – 5 พ.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อโค้งสุดท้าย หวังจะผลักดันรายได้ตลอดปีให้เติบโตที่ 7% ให้ได้ โดยคาดว่าตลอดการจัดงานจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาททั้งนี้บริษัทได้ร่วมกับ 5 หน่วยธุรกิจในเครือ ได้แก่ โฮมเวิร์ค, เพาเวอร์บาย, ซุปเปอร์สปอร์ต, ท็อปส์ และซีเอ็มจีในการนำสินค้ามาจัดรายการ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% โดยสินค้าในกลุ่มทีวีและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องจะเป็นเรือธงในการทำรายได้ หรือเป็นสัดส่วน 40% ของรายได้ตลอดการจัดงาน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “คูปองทีวีติจิตอล”ดันยอดขายทีวีพุ่ง

  • กสทช.ลงพื้นที่สุพรรณบุรีตรวจสัญญาณทีวีดิจิตอล

    กสทช.ลงพื้นที่สุพรรณบุรีตรวจสัญญาณทีวีดิจิตอล

    วันนี้ (14ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)  และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ร่วมกับเจ้าหน้าที่วิศวกรโครงข่ายทีวีดิจิตอลลงพื้นจังหวัดสุพรรณบุรี  ต.ดอนเจดีย์อ.ดอนเจดีย์  และต.วังคัน อ.ด่านช้างเพื่อตรวจสอบสัญญาณโครงข่ายภาคพื้นดินระบบทีวีดิจิตอลในพื้นที่แจกคูปองเงินสดส่วนลดมูลค่า690 บาทในล็อตแรก พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทีวีดิจิตอล โดยพบว่าประชาชนในพื้นที่ยังขาดความเข้าใจว่า ทีวีดิจิตอลคืออะไรรวมถึงยังมีความสับสนของหมายเลขช่องทีวีแล้วคูปองที่กสทช.แจกเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์เลขาธิการกสทช.กล่าวว่า  สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า  ประชาชนในพื้นที่ยังรับรู้น้อยมาก  อาจต้องปรับแผนการประชาสัมพันธ์  และประเมินผลการรับรู้ของประชาชนต่อเนื่อง  รวมถึงชี้แจงพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณที่ในขณะนี้อ.ด่านช้างยังไม่ครอบคลุม แต่ได้รับการแจกคูปองซึ่งกสทช.จะเร่งติดตามให้ผู้ประกอบการโครงข่ายขยายโครงข่ายหรือติดตั้งสถานีฐานเสริมให้ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีเรียงช่องทีวีที่ประชาชนเกิดความสับสนนั้น กสทช.จะได้จัดเรียงช่องให้ตรงกันทั้งกล่องดิจิตอล กล่องระบบดาวเทียมและเคเบิลไม่เกินเดือนพ.ย. 57 ในขณะเดียวกันกสทช.ยังแจ้งเตือนประชาชนที่ได้รับคูปองว่าสามารถนำไปแลกได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 57 จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 58พร้อมทั้งกำชับการเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อรวบรวมไปแลกกล่องนั้นไม่สามารถกระทำได้ซึ่งหากพบผู้ประกอบการกระทำดังกล่าวจะพิจารณาตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการและชะลอการเบิกจ่ายทันทีและพิจารณาปรับเงื่อนไขสิทธิจากเดิมมอบฉันทะให้ 1คนสามารถแลกได้ 3 กล่อง เป็น 1 คนแลกได้ 1 กล่องเท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ลงพื้นที่สุพรรณบุรีตรวจสัญญาณทีวีดิจิตอล

  • ปส. เตรียมพร้อมกำกับดูแลเครื่องรักษามะเร็งด้วยโปรตอน

    ปส. เตรียมพร้อมกำกับดูแลเครื่องรักษามะเร็งด้วยโปรตอน

    ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เปิดเผยว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีการติดตั้งเครื่องมือที่ใช้สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ ที่เรียกว่า “เครื่องโปรตอน เธอราพี( Proton therapy)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนที่มีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งที่จุดท้ายสุดของรังสี (end of path) และสามารถเพิ่มปริมาณรังสีให้สูงมากขึ้นได้ โดยมีผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติโดยรอบเซลล์มะเร็งน้อยมาก  ทั้งนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ คาดว่าจะมีการนำเครื่องมือชนิดนี้เข้ามาใช้ประโยชน์ในประเทศโดยความร่วมมือของสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ในการวิจัยและพัฒนาการรักษามะเร็งให้ได้ผล และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ป่วยคนไทยในอนาคต อย่างไรก็ดี ปส. เล็งเห็นความสำคัญในการกำกับดูแลเครื่องมือหรืออุปกรณ์ชนิดใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อนภายในประเทศไทย จึงเร่งให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องศึกษาและเตรียมความพร้อมในการกำกับดูแลความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับบริการ และประชาชนทั่วไป สำหรับอนุภาคโปรตอน จากเครื่อง Proton therapy ได้มาจากการแยกไฮโดรเจนไอออน ซึ่งทำให้เกิดพลังงานสูงจากการเหนี่ยวนำอนุภาคด้วยพลังแม่เหล็ก แล้วนำไปเร่งความเร็วด้วยเครื่องเร่งพลังงานไซโคลตรอน เพื่อให้ความเร็วของอนุภาคโปรตอนเท่ากับความเร็วแสง และรวมประจุเข้าด้วยกันเป็นลำแสงสำหรับใช้ในการรักษา และเมื่อปล่อยลำแสงอนุภาคโปรตอนเข้าสู่ร่างกายจะใช้พลังงานไม่มาก ทำให้การกระจายตัวของปริมาณอนุภาคโปรตอนเมื่อเข้าไปในเนื้อเยื่อมีรูปร่างและความลึกจำเพาะ (Bragg peak) ทำให้สามารถกำหนดให้รังสีชนิดนี้กระจายจำกัดอยู่เฉพาะในบริเวณที่ต้องการได้เป็นอย่างดี ไม่ทะลุไปถูกอวัยวะที่อยู่ลึกกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ใกล้เคียงรอบ ๆ ให้ได้รับปริมาณรังสีน้อยที่สุด วิธีการนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อการรักษามะเร็งในเด็ก มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไขสันหลัง เนื่องจากมะเร็งเหล่านี้อยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญ ส่วนข้อจำกัดของเครื่อง Proton therapy คือ จะมีราคาที่สูงถึง 3-4 พันล้านบาท และใช้พื้นที่ในการติดตั้งเครื่องค่อนข้างมาก ประมาณ 6.12 ไร่  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปส. เตรียมพร้อมกำกับดูแลเครื่องรักษามะเร็งด้วยโปรตอน