ดร.วีรพันธ์ รังสีวิจิตรประภาอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าได้ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสอบกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิตอลในท้องตลาดก่อนมีการแจกคูปองในช่วงเดือนตุลาคม นอกจากสัญลักษณ์น้องดูดี และตรา กสทช.แล้วยังมีข้อสังเกตที่ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญก่อนที่จะซื้อหรือใช้คูปองไปแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลดังนี้ 1. ในส่วนของตัวกล่องภายนอกจากการสำรวจกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลที่วางจำหน่ายในท้องตลาดพบว่าแม้เป็นกล่องจะมีราคาขายใกล้เคียงกัน หากผู้บริโภคจะเลือกซื้อกล่องก็ควรเลือกกล่องที่มีปุ่มเปิดปิดที่ตัวกล่องด้วย เพราะหากรีโมทหายไป หรือใช้งานไม่ได้อย่างน้อยก็สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้โดยการใช้ปุ่มกดจากตัวกล่อง 2. ในส่วนปุ่มนูนสัมผัสตรงเลข 5เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ที่ติดขัดในการมองเห็นซึ่งจากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการทุกรายให้ความสำคัญ และมีปุ่มดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานของ กสทช. 3. ตัวรีโมท จากการสำรวจพบว่าบางยี่ห้อไม่ได้ทำเป็นเมนูภาษาไทย ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนของผู้บริโภคในการใช้งานเนื่องจาก รีโมททีวีดิจิตอล จะมีปุ่มต่างๆ มากกว่า รีโมททีวีทั่วไป ซึ่ง ในส่วนของ บริษัทที่จัดทำรีโมทเป็นภาษาไทย ได้แก่ SAMART , One Box Home , MY BOX , CLEO ,Aconatic และ NANO เป็นต้น 4. ในส่วนของคู่มือการใช้งานกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลนั้น ตามกำหนดมาตรฐานของกสทช. ระบุว่าต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่จากการสำรวจพบว่า ในบางยี่ห้อมีเพียงภาษาไทย ไม่มีภาษาอังกฤษ ซึ่งยี่ห้อที่เป็นไปตามมาตรฐานของ กสทช.โดยมีทั้งสองภาษา ได้แก่ LEOTECH , One Box Home , AJ , Aconatic ,Planetcomm , Family , Topfield , MY BOX , CLEO , IPM , SAMSUNG และHaier 5. ผู้บริโภคควรเลือกซื้อกล่องที่ใช้สายพ่วงตัวแปลงไฟ (Adapter) เนื่องจากหากกล่องมีปัญหาตรงสายต่อไฟก็ยังสามารถหาซื้อ Adapter มาเปลี่ยนได้ หากเป็นกล่องทีวีดิจิตอลที่ใช้สายเสียบตรงเข้ากับกล่อง หากสายไฟมีปัญหาก็จะทำให้กล่องทีวีดิจิตอลดังกล่าวใช้งานไม่ได้เลยทำให้ผู้บริโภคเกิดภาระที่ต้องซื้อกล่องใหม่มาเปลี่ยนแทนที่จะเสียเงินซื้อเพียงแค่ตัว Adapter ที่มีราคาถูกกว่า 6. เรื่องของการใช้ไฟฟ้า กล่องบางรุ่นมีตัวจ่ายไฟที่จ่ายกระแสได้น้อยกว่าที่กล่องต้องการทำให้การใช้งานของตัวจ่ายมีอายุการใช้งานสั้นลง ดังนั้นจึงควรเลือกตัวจ่ายไฟที่สามารถจ่ายกระแสไฟได้เท่ากับหรือมากกว่าที่กล่องต้องการ 7. คนที่ตั้งใจจะชมช่องรายการความคมชัดสูง หรือ ช่อง HD จากกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลต้องต่อสายรับสัญญาณจากกล่องรับสัญญาณเข้าสู่ทีวีด้วยสาย HDMI เท่านั้นเพราะสายสัญญาณ AV เป็นการส่งสัญญาณแบบอนาล็อก การรับชมช่องแบบ HDก็จะได้คุณภาพความคมชัดไม่สมบูรณ์ 100% เพราะฉะนั้นถ้าอยากดูช่อง HDที่คมชัดจริงๆ ต้องต่อด้วยสายสัญญาณ นางสาวสารี อ๋องสมหวังเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่าจากการที่เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคผลักดันให้ กสทช. กำหนดราคาคูปองที่ 690 บาทได้ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณไปได้เกือบ 7,000 ล้านบาทนอกจากนี้เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคได้มีการเชิญบริษัทที่ผลิตหรือจำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอลในประเทศไทย เข้าร่วมจำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอลพร้อมเสาอากาศในราคา 690 บาทเพื่อผู้บริโภค โดยมีบริษัทตอบรับเข้าร่วมขายกล่องทีวีดิจิตอล 690 บาททั้งสิ้น 4 บริษัทได้แก่ สามาร์ท โซเคน วันบ็อกโฮม และซูเปอร์จี ซึ่งมี 4บริษัทได้ผ่านมาตรฐานกล่องของกสทช.แล้วก็ต้องขอขอบคุณทั้งสี่บริษัทที่ร่วมจำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอล 690 บาทเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านจากระบบทีวีอะนาล็อกเข้าสู่ระบบทีวีดิจิตอล นางมณี จิตรโชติมงคลกุลอนุกรรมการด้านสื่อและโทรคมนาคมคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน กล่าวว่าขณะนี้พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายอ้างว่าการแลกกล่องทีวีดิจิตอลของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการกสทช. มีความจำเป็นต้องนำสำเนาบัตรประชาชนมาประกอบด้วย จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการแอบอ้างเรียกเก็บบัตรประชาชนซึ่งในส่วนนี้กสทช.ควรมีมาตรการป้องกันและลงโทษผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมดังกล่าวอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค นางสาวชลดา บุญเกษม กรรมการเขตภาคกลางอนุกรรมการด้านสื่อและโทรคมนาคม ของคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน กล่าวว่า อาศัยอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องของ กสทช. ในการแจกคูปองแลกซื้อกล่องทีวีดิจิตอลราคากล่องที่จำหน่ายในปัจจุบันยังอยู่ในราคาที่สูง ขอให้ผู้บริโภคอย่าใจร้อนเพราะเชื่อว่าหลังวันที่ 20 ต.ค. จะมีบริษัทจำหน่ายกล่องพร้อมเสาในราคาถูกลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะคูปอง ๖๙๐ บาทแลกกล่อง-เสาคุณภาพดีได้
เดือน: ตุลาคม 2014
-

แนะคูปอง ๖๙๐ บาทแลกกล่อง-เสาคุณภาพดีได้
-

ปณท ชี้ไม่มีนโยบายร่วมมือผู้นำหมู่บ้านนัดรับคูปองทีวีดิจิตอล
วันนี้ (14 ต.ค.) นางปริษา ปานะนนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท กล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนว่าผู้นำหมู่บ้านในเขตอำเภอบางบัวทองมีการอ้างชื่อพนักงานนำส่งไปรษณีย์ได้นัดหมายให้นำบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านไปแลกคูปองพร้อมกล่องทีวีดิจิตอลพร้อมกัน ณ จุดๆ หนึ่งของหมู่บ้านนั้น ทางไปรษณีย์ยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้บุรุษไปรษณีย์ดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมคูปองร่วมกับผู้นำชุมชนแต่อย่างใด เพราะถือว่าผิดวินัยของปณท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบคือ ผู้นำหมู่บ้านมีการอ้างชื่อบุรุษไปรษณีย์และนัดแนะกับลูกบ้านให้ไปรับคูปองพร้อมกล่องทีวีดิจิตอลในวันเดียวกันทั้งหมู่บ้าน ซึ่งอาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์และรู้เห็นกันเองของผู้นำชุมชนกับตัวแทนจำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอล ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงต้องลงไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิด “ปณท ได้สั่งการอย่างชัดเจน โดยห้ามพนักงานหรือบุรุษไปรษณีย์ติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้นำหมู่บ้าน หรือบุคคลอื่นๆ เพื่อชี้นำหรือสนับสนุนผู้จำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอลรายใดรายหนึ่ง เพราะถือว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง” นางปริษา กล่าว สำหรับขั้นตอนการจำหน่ายคูปองไปยังครัวเรือนนั้น บุรุษไปรษณีย์จะต้องนำจ่ายไปยังบ้านที่มีรายชื่อตามที่ได้คัดเลือกมาแล้ว และต้องมีผู้เซ็นรับทุกรายเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับคูปอง และหากไม่มีใครอยู่บ้านเจ้าหน้าที่จะนำไปจ่ายให้ในวันรุ่งขึ้นอีกครั้ง และหากไปมีผู้รับอีกจะทำใบแจ้ง (ขนาดเท่าโปสการ์ด) ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่มาแล้วแต่ไม่มีคนอยู่และให้ไปรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ภายใน 7 วัน และหากยังไม่มาจะส่งใบแจ้งครั้งที่ 2 จนครบ 15 วัน ยังไม่มีผู้ติดต่อขอรับก็จะเก็บไว้จนหมดอายุวันที่ 31 พ.ค.58 และนำส่ง กสทช.ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท ชี้ไม่มีนโยบายร่วมมือผู้นำหมู่บ้านนัดรับคูปองทีวีดิจิตอล -

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. โตสุดรอบ 115 เดือน
นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ และรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วประเทศเดือนก.ย. 57 มีค่า 45.8 เป็นอัตราสูงสุดในรอบ 115 เดือน เนื่องจากประชาชนยังคาดหวังว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ จะเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 58 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งเร่งรัดการแก้ปัญหาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างไรก็ตาม แม้ว่าดัชนีในเดือนก.ย. จะสูงสุดในรอบ 115เดือน แต่ในภาพรวม ยังคงเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ระดับ 50 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ จากความกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ จนส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับตัวเลขการว่างงานปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายประชาชนได้รับความเดือดร้อน“ผู้บริโภคยังความคาดหวังที่มีต่อรายได้ในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 20 เดือน หรืออยู่ในระดับ 53.3 ซึ่งสูงกว่าที่ระดับ 50 แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคต และคาดหวังว่าการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาระบบเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ยกเว้นในส่วนการวางแผนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ และรถยนต์ใน 6 เดือนข้างหน้า ที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่ดี เพราะผู้บริโภคยังมีปัญหาค่าครองชีพ ที่ปัจจุบันรายได้ ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. โตสุดรอบ 115 เดือน