ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ส่งสัญญาณให้บริษัทน้ำมันปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน ทางบมจ. ปตท. และบมจ. บางจาก ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดทันที 60 สตางค์ต่อลิตร ส่วนอี 85 ปรับ 50 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่ราคาดีเซลคงเดิม มีผลวันที่ 11 ต.ค.นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในสถานีบริการของ ปตท. และบางจาก ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 44.26 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 37.20 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 35.18 บาท อี 20 อยู่ที่ลิตรละ 33.38 บาท อี 85 อยู่ที่ลิตรละ 23.78 บาท และดีเซลหมุนเร็ว อยู่ที่ลิตรละ 29.99 บาททั้งนี้ตามผลประชุมกบง. ได้เห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร จากเดิม 2.10 บาทต่อลิตร เป็น 3.00 บาทต่อลิตร เพื่อเก็บรายได้เข้ากองทุนน้ำมันฯ และเพื่อให้ค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่วนน้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอลทุกชนิด ยกเว้น อี 85 ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลง 0.10 บาทต่อลิตร คาดว่า ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในกลุ่มเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอลทุกชนิดยกเว้น อี 85 ลดลง 0.60 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างไรก็ตามจากการปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันดีเซล จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ประมาณ 1,380 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมมีรายรับ 3,897 ล้านบาทต่อเดือน เป็นมีรายรับ 5,277 ล้านบาทต่อเดือน โดยฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 5 ต.ค. 57 ยังมีฐานะสุทธิติดลบประมาณ 3,321 ล้านบาท คาดว่า ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกได้ภายใน 20 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข่าวดี! พรุ่งนี้เบนซินลดราคาลิตรละ 60 สต.
เดือน: ตุลาคม 2014
-

ข่าวดี! พรุ่งนี้เบนซินลดราคาลิตรละ 60 สต.
-

หนุนใช้จ่ายในประเทศกู้เศรษฐกิจ
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เชื่อว่า แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายในประเทศขณะนี้ จะมีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และช่วยลดผลกระทบจากภาคการส่งออก และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดไว้ ซึ่งผลกระทบจากส่วนนี้ ทำให้แรงส่งของเศรษฐกิจถูกทอนลงไปบ้าง เมื่อเทียบกับที่ ธปท. ประเมินไว้ แต่ยังมั่นใจว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นในลักษณะวีเชฟ ตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลง และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนปรับดีขึ้น อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไป ธปท. มองว่านโยบายภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน ซึ่งเมื่อรวมกับแนวโน้มการจ้างงาน และรายได้ของครัวเรือน ในกลุ่มที่ทำงานนอกภาคเกษตร และฐานะทางการเงินของครัวเรือนที่มีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากครัวเรือนเริ่มปรับตัว และชะลอการก่อหนี้ลง จึงน่าจะสนับสนุนให้การใช้จ่ายของครัวเรือนฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แม้ยังต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ก่อนจะกลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และราคาสินค้าเกษตรที่ต่ำทำให้ครัวเรือนบางส่วนยังระมัดระวังในการซื้อสินค้าคงทน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนใช้จ่ายในประเทศกู้เศรษฐกิจ -

กสทช.ปล่อยขบวนแจกคูปองรับชมทีวีดิจิตอลวันแรก 4.6 ล้านใบ
วันนี้ (10 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกสทช.เปิดเผยว่า กสทช.ได้ส่งมอบคูปองเงินสดส่วนลดมูลค่า 690 บาท สำหรับนำไปแลกซื้อกล่องดิจิตอลหรือส่วนลดทีวีดิจิตอลที่มีเครื่องรับดิจิตอลในเครื่อง ผ่านทางไปรษณีย์ จำนวน 4.6 ล้านใบ ไปยังประชาชน จำนวน 21 จังหวัด ทั้งนี้เมื่อได้รับคูปองประชาชนสามารถนำไปแลกได้ในวันที่ 20 ต.ค. 57 ซึ่งคูปองจะสิ้นสุดการใช้งาน 31พ.ค.58นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำหรับคูปองล็อตแรกที่แจกในวันนี้ (10 ต.ค.) จะแจกไปยังครัวเรือนที่มีบ้านและมีเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านโดยแยกเป็น1.กรุงเทพฯ 1,345,821ครัวเรือน 2.นนทบุรี 326,535 ครัวเรือน 3.นครปฐม 192,886ครัวเรือน 4.ปทุมธานี 291,930 ครัวเรือน 5.สมุทรปราการ 300,405ครัวเรือน 6.สมุทรสาคร 108,247ครัวเรือน 7.พระนครศรีอยุธยา 193,629 ครัวเรือน 8.สิงห์บุรี 48,111 ครัวเรือน 9.อ่างทอง 66,670ครัวเรือน 10.ระยอง149,204ครัวเรือน 11.สุพรรณบุรี 191,890ครัวเรือน12.หนองคาย101,204ครัวเรือน 13.สุโขทัย 138,453ครัวเรือน 14.อุดรธานี292,696 ครัวเรือน 15.ฉะเชิงเทรา143,883 ครัวเรือน 16.สมุทรสงคราม 42,174 ครัวเรือน 17.พัทลุง 121,792 ครัวเรือน 18. สงขลา 276,937 ครัวเรือน 19.นครนายก 59,171 ครัวเรือน 20.ราชบุรี 171,291 ครัวเรือน 21.ชัยนาท 82,246 ครัวเรือน หลังจากนั้นล็อตที่ 2 จะดำเนินการแจกคูปองประมาณเดือ นพ.ย.57 เพิ่มอีก 4.1 ล้านใบ ให้กับ 21 จังหวัดต่อไป นอกจากนี้กสทช.จะดำเนินการเร่งเสนอแจกคูปองเพิ่มเติมอีกจำนวน12.8 ล้านใบ ประกอบด้วย บ้านที่ไม่มีระบุเจ้าบ้าน 7.3 ล้านใบบ้านที่ไม่มีระบุเจ้าบ้านแต่มีผู้อยู่อาศัย 2.4 ล้านใบ และตกสำรวจไม่อยู่ในฐานข้อมูลกรมการปกครอง(ชุมชนแออัด ) 2.8 ล้านใบ ส่วนกลุ่มพื้นที่ที่โครงข่ายทีวีดิจิตอลไม่ครอบคลุมจะเสนอให้มีการแจกกล่องทีวีดาวเทียมและเคเบิลทดแทนต่อไป ด้านนายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท ) เปิดเผยว่า ไปรษณีย์สามารถนำจ่ายคูปอง 4.6 ล้านใบ คาดจะแจกจ่ายทั้งหมดในวันที่ 18 ต.ค. ทั้งนี้ขั้นตอนนำจ่ายต้องมีผู้เซ็นรับทุกครัวเรือนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับคูปอง กรณีที่นำจ่ายแล้วไม่มีผู้รับอยู่บ้านเจ้าหน้าที่จะส่งใบแจ้งให้ไปรับคูปองได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ เมื่อครบกำหนด 7 วันยังไม่มีผู้มาติดต่อขอรับทางเจ้าหน้าที่จะส่งใบเตือนแจ้งให้มารับเป็นครั้งที่ 2 และหากครบกำหนดเวลา 15 วันยังไม่มีผู้มารับจะเก็บรักษาคูปองไว้เพื่อรอผู้มาติดต่อขอรับจนกว่าคูปองจะหมดอายุการใช้งานหากครบกำหนดการใช้คูปอง 31 พ.ค. 58 แล้วไม่มีผู้มาติดต่อรับทางที่ทำการไปรษณีย์จะเก็บรวบรวม และส่งคืน กสทช. ซึ่งเจ้าของบ้านทุกหลังที่ได้รับสิทธิ์สามารถตรวจสอบหมายเลขไปรษณีย์ลงทะเบียนได้จากเว็บไซต์ของกสทช. จากนั้นนำหมายเลขมาเช็คสถานะการจัดส่งได้ผ่านแอพพลิเคชั่นTrack& Traceและเว็บไซต์www.thailandpost.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ปล่อยขบวนแจกคูปองรับชมทีวีดิจิตอลวันแรก 4.6 ล้านใบ