เดือน: ตุลาคม 2014

  • “คอมเซเว่นฯ”ทุ่ม 400 ล้าน ขยายสาขาปั๊มยอดขายสินค้าไอที

    “คอมเซเว่นฯ”ทุ่ม 400 ล้าน ขยายสาขาปั๊มยอดขายสินค้าไอที

     วันนี้(7 ต.ค.) นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมเซเว่นอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทยังจะขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยการขยายสาขาใหม่จำนวน 67  สาขา ด้วยงบลงทุนจำนวน 400 ล้านบาท แบ่งเป็นร้าน บานาน่าไอที จำนวน  15 สาขา ร้านบานาน่าโมบาย จำนวน 14 สาขา ไอสตูดิโอ และไอบีท บาย คอมเซเว่น จำนวน  21 สาขา ซัมซุง ชอป จำนวน  5 สาขา และไอแคร์ จำนวน 12 สาขา ทำให้เมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมีสาขารวม 301  สาขาทั่วประเทศ และคาดว่าในอีก  3 ปีข้างหน้ามีเป้าหมายเพิ่มเป็น 500 สาขา “แม้ภาพรวมธุรกิจไอทีจะมีการเติบโตไม่มาก เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการ์ทางการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก แต่ถือว่าคอมเซเว่น ยังมีอัตราเติบโตเป็นที่น่าพอใจโดยตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขายรวม 15,600 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปี 13 โดยครึ่งปีแรกมียอดขายแล้ว 7,700 ล้านบาท เติบโต 6% ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายเชื่อว่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายแน่นอนเนื่องจากเป็นช่วงที่คนนิยามซื้อสินค้ามากและมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดทั้งไอโฟน 6 และซัมซุง กาแลคซี่โน๊ต 4 สำหรับกำไรของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะโตขึ้น 10-15% จากปี 13 ที่มีกำไรสุทธิ 202 ล้านบาท” นายสุระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยขณะนี้กำลังดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและคาดว่าจำนำหุ้นทำการซื้อขายในตลาดฯได้ในปี  2558 ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในต่างประเทศเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 58 โดยประเทศที่เป็นเป้าหมาย คือ พม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมนพม่าได้มีสาขาของคอมเซเว่นแล้ว แต่เป็นในลักษณะให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นดำเนินการ หากตลาดตอบรับดี ก็จะเข้าไปลงทุนเองหลังจากได้เเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเรียบร้อยแล้ว สำหรับสินค้าขายดีของบริษัทในปีนี้นั้น คือ อุปกรณ์ไอทีพกพาและสวมใส่(Wearable Product) เติบโตถึง 400 % แอคเซสเซอรรี่โทรศัพท์เติบโต 350% และสมาร์ทโฟน เติบโต 80% ขนาดที่สินค้าในกลุ่มแอปเปิลนั้น ทางแอปเปิล สำนักงานใหญ่ ยังได้ระบุด้วยว่า บริษัทสามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ  1  ทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “คอมเซเว่นฯ”ทุ่ม 400 ล้าน ขยายสาขาปั๊มยอดขายสินค้าไอที

  • ประธาน กสทช.ยัน 3 ปีทำงานเพื่อประชาชน

    ประธาน กสทช.ยัน 3 ปีทำงานเพื่อประชาชน

    วันนี้ (7 ต.ค.) ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช.พร้อมด้วย กรรมการ กสทช.รวม 11 ท่าน ถวายราชสักการะและบวงสรวง พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระรูปจอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และสักการะศาลพระภูมิชัยมงคล เนื่องในวันครบรอบการสถาปนา กสทช.ครบ 3 ปีพลอากาศเอก ธเรศ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันครบรอบการสถาปนา กสทช.ครบ 3 ปี หลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กสทช. โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของประเทศ เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้อำนาจหน้าที่ตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่พร้อมตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(พ.ศ.2555-2559) และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม (พ.ศ.2555-2559) ดำเนินการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กรณีการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่นถี่ 1800 เมกกะเฮิร์ตซ ให้ได้ใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันได้ดำเนินการตามกรอบระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบ อนาล็อกไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลของประเทศไทยจำนวน 42 บริษัท และกำหนดวันแจกคูปองล็อตแรกใน 21 จังหวัดผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับถึงบ้านใน 4.645 ล้านครัวครัวเรือน ในวันที่ 10 ต.ค. 2557 โดยประชาชนสามารถนำคูปองไปแลกตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2557 สำหรับล็อตที่ 2 ใน 21 จังหวัดสำนักงาน กสทช. จะแจ้งให้ประชาชนทราบอีกครั้งว่าจะแจกในพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งคาดว่าจะแจกได้ภายในเดือน พ.ย. 2557 รวมในปีนี้จะแจก 42 จังหวัด และจะแจกจนครบ 77 จังหวัดภายในปี 2558นอกจากนั้น ในส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการการตั้งศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย สำนักงาน กสทช. ขึ้นเพื่อตรวจสอบเนื้อหาที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และได้ดูแลในส่วนของรายการที่มีปัญหาเรื่องความเหมาะสมของรายการ ได้กำหนดเนื้อรายการที่คนไทยควรต้องดูผ่านช่องรายการฟรีทีวี Must Carry และ Must Have เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ ในด้านกิจการโทรคมนาคมมีการดูแลตรวจสอบคุณภาพสัญญาณให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ขั้นสูงไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์ และกำหนดให้อัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่นความถี่ 2.1 กิกกะเฮิร์ตซ ต้องลดลงจากเดิม 15% อยู่เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีที่เกิดปัญหา อาทิ กรณีบิลช็อคจากการโหลดไอเท็มในเกมคุกกี้รัน เป็นต้น"ที่ผ่านมาได้ทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน และอนาคต กสทช. จะดำเนินการสานต่อภารกิจเพื่อให้บรรลุผลของการจัดตั้งองค์กรอิสระ นั่นคือการปฏิบัติตามเจตจำนงของกฎหมายในการจัดตั้งองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ ประเทศชาติ ประชาชน ทั้งในส่วนกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประธาน กสทช.ยัน 3 ปีทำงานเพื่อประชาชน

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 3.74 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 3.74 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (7 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน สลับบวกลบตลอดวัน อย่างไร้ทิศทาง เนื่องจากตลาดปรับฐานอีกครั้ง หลังดัชนีปรับตัวลดลงแรงวานนี้ ประกอบกับไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่ ผลักดันดัชนีอย่างโดดเด่น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มธนาคาร ระหว่างรอผลประกอบการ ไตรมาส 3 ที่จะประเมินในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีลดลงต่ำสุด 1,534.42 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,551.84 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,539.39 จุด ลดลง 3.74 จุด หรือ 0.24% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 48,183.88 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก1.ทรู ปิดที่ 10.80บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 223.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00บาท3.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 197.00บาท ลดลง 0.50 บาท4.ปตท.ปิดที่ 367.00 บาท ลดลง 3.00 บาท5.บีทีเอส ปิดที่ 10.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 3.74 จุด