เดือน: ตุลาคม 2014

  • “ประจิน”คอนเฟอเรนซ์ภาคใต้รับมือพายุ

    “ประจิน”คอนเฟอเรนซ์ภาคใต้รับมือพายุ

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้จัดประชุมด่วนทางไกล ผ่านระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม (วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์) กับผู้บริหารหน่วยงานกรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการเดินทางในช่วงที่มีพายุเข้า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงกรณีที่เรือโดยสารหางยาวล่ม กลางทะเลอ่าวนาว ต.อ่าวนาว อ.เมือง จ.กระบี่เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 57 ส่งผลให้นักท่องเที่ยว 2 สามีภรรยาชาวอินเดียเสียชีวิตนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รมว.คมนาคม ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนเผชิญเหตุ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก ดินถล่ม ที่อาจกระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยขอให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จัดตั้งหน่วยเฝ้าระวังและซ่อมบำรุงทางตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานมายังกระทรวงคมนาคมทุกวัน เวลา18.00น. ภายใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ ให้หน่วยงานด้านขนส่ง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ให้ตรวจสอบเส้นทาง และแจ้งให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจิน ได้แสดงความห่วงใย กรณีผู้ประกอบการเดินเรือหางยาวโดยสาร ที่ประสบอุบัติเหตุอ่าวนาว เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบการ และไม่มีอุปกรณ์ชูชีพประจำเรือ ซึ่งรมว.คมนาคม ได้สั่งให้ กรมเจ้าท่า ตรวจสอบอย่างเข้มงวดเรื่องใบอนุญาตเดินเรือ การสวมใส่อุปกรณ์ชูชีพก่อนลงเรือ สภาพความพร้อมของเรือ พร้อมกำชับให้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาดูแลจริงจัง และติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยกรณีที่เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ให้เตรียมพร้อมการติดต่อสื่อสาร ทั้งโทรศัพท์มือถือ และมีระบบสำรอง เช่น ติดต่อผ่านคลื่นวิทยุด้านนายชูศักดิ์ เกวี ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมฯ ได้สั่งการไปยังสำนักงานเขต และแขวงการทาง ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ให้เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ กรณีที่อาจมีฝนตกหนัก ทำให้ถนนขาด ประชาชนสัญจรไม่ได้ เพื่อจะได้เข้าไปซ่อมทางในพื้นที่ได้ทันท่วงที ขณะเดียวกัน ได้สั่งเฝ้าระวังเส้นทางหมายเลข 4 ซึ่งเป็นทางสายหลักลงสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร และระนอง ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีเส้นทางสายรอง ดังนั้นหากเกิดปัญหาจะส่งผลปิดเส้นทางสัญจรลงสู่ภาคใต้ทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประจิน”คอนเฟอเรนซ์ภาคใต้รับมือพายุ

  • รับอานิสงส์ไอโฟน 6 ดันยอดขายโต

    รับอานิสงส์ไอโฟน 6 ดันยอดขายโต

    นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จำหน่ายสินค้าไอที เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทแอปเปิ้ล วางจำหน่ายสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ ไอโฟน 6 ทำให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถทำรายได้และกำไรในปีนี้เพิ่มขึ้น 10-15% ได้จากปีก่อน ที่มีกำไร 14,000 ล้านบาท และกำไร 202 ล้านบาท หลังจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีรายได้ 7,700 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่ายอดขายช่วงครึ่งปีหลังนี้จะสูงกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน“ปัจจุบันบริษัทมียอดขายสินค้ายี่ห้อแอปเปิ้ลมากที่สุดในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งได้รับสิทธิโดยตรงจากแอปเปิ้ล ในการนำเข้าเพื่อจำหน่ายโดยตรง ซึ่งมีถึง 301 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ประเมินว่าอีก 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จากการรักษาสมดุลสินค้า และการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นในอนาคต”สำหรับเป้าหมายระยะยาว คาดว่าจะขยายสาขาถึง 500 สาขาภายใน 3 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมทั้งตั้งเป้าหมายรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 10% ขณะนี้กำลังศึกษาพื้นที่การเปิดสาขาในแถบอินโดนจีน คาดว่าสาขาแรกที่จะเปิดได้ในปี 58 คือ ที่เมียนม่าร์ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมแปรสภาพ เป็นบริษัท จำกัด(มหาชน) ภายในปีนี้ โดยกำลังเตรียมแผนการเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในปี 58 ซึ่งได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รับอานิสงส์ไอโฟน 6 ดันยอดขายโต

  • ส่ง “ไซเดอร์ เบย์” กู้ตลาดเบียร์คืน

    ส่ง “ไซเดอร์ เบย์” กู้ตลาดเบียร์คืน

    นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ครั้งแรกในรอบ 10-15 ปี ที่ผลิตจากผลไม้หมักผสมแอลกอฮอลล์ ภายใต้ชื่อไซเดอร์ เบย์ โดยตั้งเป้าหมายจะใช้เป็นสินค้าหลัก ในการทำรายได้ของบริษัทต่อไปในอนาคต หลังจากช่วงที่ผ่านมา ตลาดเบียร์ค่อนข้างซบเซา และไม่เติบโต จนส่งผลกระทบมายังรายได้รวมของบริษัทที่เติบโตเพียง 1% เท่านั้นทั้งนี้กระแสความนิยมของเครื่องดื่มดังกล่าวในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกานั้น ได้รับการตอบรับดีมากมากว่า 2-3 ปีแล้ว และเริ่มแพร่หลายเข้ามายังญี่ปุ่นและเอเซีย ซึ่งคาดว่าต่อไป ไทยก็จะเริ่มให้ความนิยมเช่นกัน ดังนั้นบริษัทจึงเร่งนำสินค้าเข้าทำตลาดเป็นรายแรก ขณะที่คู่แข่งแบรนด์อื่นยังไม่นำเข้าสินค้ากลุ่มนี้มาจำหน่ายในไทย“เรานำสินค้าที่คาดว่าจะเป็นเทรนด์ในอนาคต เข้ามาเร่งทำตลาดก่อน เพราะเชื่อว่าปีหน้าแบรนด์อื่น ๆ ก็จะเริ่มเข้ามาในตลาดนี้แล้ว ดังนั้นการเป็นรายแรก จึงน่าจะเป็นที่จดจำได้ง่าย ซึ่งบริษัทเชื่อว่าสินค้าดังกล่าวนี้ จะมีศักยภาพมากพอที่จะขึ้นมาเป็นสินค้าทำรายได้หลักต่อไปในอนาคตแน่นอน”ด้านแผนการตลาดนั้น บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท และให้ความสำคัญกับสื่อโซเชียลมีเดียเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวันรุ่น และมีต้นทุนที่ต่ำกว่าสื่อประเภทอื่น โดยจะใช้เป็นสัดส่วน 30% นอกจากนี้ยังวางแผนจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในต่างประเทศอีกด้วย โดยปี 58 จะเริ่มเข้าไปทำตลาดยังประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลี ผ่านตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มเบียร์สิงห์ที่มีอยู่แล้วในแต่ละประเทศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่ง “ไซเดอร์ เบย์” กู้ตลาดเบียร์คืน