เดือน: ตุลาคม 2014

  • ชงบอร์ดบีโอไออนุมัติ20โครงการ80,000ล้าน

    ชงบอร์ดบีโอไออนุมัติ20โครงการ80,000ล้าน

    นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบีโอไอ (บอร์ดบีโอไอ) วันที่ 3 ต.ค. บีโอไอจะเสนอบอร์ดบีโอไอ อนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน ประมาณ 20 โครงการ มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท เช่น  โครงการการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 (อีโคคาร์ 2) จำนวน 4-5 บริษัท , โรงไฟฟ้า , อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งหากบอร์ดอนุมัติครั้งนี้ ทำให้โครงการค้างท่อของบีโอไออนุมัติไปแล้วกว่า 400,000 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมด 700,000 ล้านบาท คาดว่า ต้องประชุมอีก 2-3 ครั้ง จะสามารถอนุมัติโครงการค้างท่อได้ทั้งหมด นอกจากนี้จะมีการหารือในเรื่องของยุทธศาสตร์ของบีโอไอฉบับใหม่ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค58 ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมาบอร์ดบีโอไอ ได้เห็นชอบในหลักการ และได้ให้ไปเพิ่มเติมข้อมูลในบางประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องการส่งเสริมการลงทุนใน 20 จังหวัด ที่เข้าข่ายพื้นที่ยากจน ซึ่งจะเน้นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่วนยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุน เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมั่นใจว่า ปี  57 จะถึงเป้าหมายที่วางไว้ 700,000 ล้านบาทแน่นอน โดยในช่วง8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. ) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 886 โครงการลดลง 27.7 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินลงทุนรวม 416,500 ล้านบาท ลดลง 38.2%  ชี้ให้เห็นว่า  แนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับในช่วง 7 เดือนก่อนหน้าที่มีอัตราลดลงมากกว่า โดยจำนวนโครงการในช่วง 7 เดือนลดลง 30.3% ส่วนมูลค่าเงินลงทุนลดลง 41.4% ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับความสนใจของรับส่งเสริมในช่วง 8 เดือน คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 181 โครงการ เงินลงทุน 190,600 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 260 โครงการ เงินลงทุน 108,000 ล้านบาท อันดับสาม กลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสติก 93 โครงการ เงินลงทุน 45,100 ล้านบาท อันดับสี่ กลุ่มกิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร 135 โครงการ เงินลงทุน 28,400 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงบอร์ดบีโอไออนุมัติ20โครงการ80,000ล้าน

  • สนช.ประกาศผลสุดยอดนวัตกรรมไทยปีนี้

    สนช.ประกาศผลสุดยอดนวัตกรรมไทยปีนี้

    วันนี้( 2 ตุลาคม 2557) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดแถลงข่าวการประกาศผลรางวัลนวัตกรรม ประจำปี 2557 จำนวน 3 รางวัลคือ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย  และ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม  โดยจะมีพิธีมอบรางวัลอีกครั้งในวันที่ 5 ตุลาคม2557 ซึ่งเป็นวันนวัตกรรมแห่งชาติ   นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล  กรรมการนวัตกรรมแห่งชาติปฎิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สนช. เปิดเผยว่าสนช.ส่งเสริมและสนับสนุนการประกวดรางวัลนวัตกรรมต่อเนื่องทุกปี  ทั้งด้านรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย  และรางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม   เพื่อกระตุ้นให้เกิดการนำนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาประเทศ สำหรับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 10มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน130 ผลงาน แบ่งรางวัลเป็น 2 ประเภทโดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านสังคม คือ GermGuard  (เจิร์มการ์ด ) ผลงานของบริษัท อินโนเวทีฟ ฟิลเทรชั่น เทคโนโลยี (ไอเอฟที) ซึ่งเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เคลือบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุด  ปัจจุบันพัฒนาเป็นแผ่นปิดแผลฆ่าเชื้อโรคลดการติดเชื้อ ส่วนรางวัลชนะเลิศด้านเศรษฐกิจ คือ Redika  (เรดิก้า)นวัตกรรมวัสดุคอมโพสิทจากยางรถยนต์รีเคลม ของบริษัท เรดิเจน จำกัด  ที่เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งโดยนำ ยางรถยนต์ใช้แล้วและพลาสติกรีไซเคิล มาทำเป็นวัสดุคอมโพสิทที่มีความแข็งแรง  สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ยานยนต์และก่อสร้าง มีราคาถูกและสามารถปรับสมบัติได้อย่างหลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ ศ.ดร.พิชญ์  ศุภผล  ผู้บริหารบริษัทอินโนเวทีฟ ฟิลเทรชั่น เทคโนโลยี (ไอเอฟที) จำกัด เปิดเผยว่า เจิร์มการ์ดเป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เคลือบด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่เหลือทิ้งจากภาคการเกษตร โดยใช้การกักเก็บสารด้วยวิธีการเอ็นแคปซูเลชั่น( encapsulation) ก่อนนำมาเคลือบบนหน้ากากอนามัยและแผ่นกรองอากาศ ทำให้คงฤทธิ์ได้ถึง 3ปีก่อนการใช้งาน  มีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคทั้งชนิดแกรมบวกและแกรมลบรวมถึงเชื้อไวรัสและเชื้อราบางชนิด    ปัจจุบันบริษัทฯมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรวมถึงเป็นแผ่นปิดแผลสำหรับผู้ป่วยแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวกเบาหวาน แผลติดเชื้อ  ซึ่งวัสดุชนิดนี้มีนอกจากมีสมบัติการฆ่าเชื้อโรแล้ว ยังสามารถลดอาการบาดเจ็บ ลดอาการติดเชื้อมีฤทธิ์สมานแผลและมีราคาถูก  ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอีกด้วย ด้านรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ดร. สุเมธ   ตันติเวชกุล  ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ประธานกรรมการตัดสินรางวัล ดังกล่าวเปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ร่วมกับ สนช.จัดการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8  โดยมุ่งหวังยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งระบบด้วยองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและที่สำคัญคือการสร้างความแตกต่างให้กับผลผลิตข้าวด้วยความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญา ทั้งนี้ผลการตัดสินรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปีนี้  ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ระดับอุตสาหกรรม คือฟองข้าวสุรดา  ฟองน้ำห้ามเลือดทางศัลยศาสตร์จากแป้งข้าวเจ้าของบริษัทบุณยนิตย์วัสดุแพทย์ จำกัด   ซึ่งเป็นการนำแป้งข้าวเจ้าดัดแปรมาพัฒนาเป็นวัสดุที่มีรูพรุนแล้วฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมา สามารถใช้ห้ามเลือดกับแผลผ่าตัดที่บริเวณอวัยวะอ่อนนุ่มภายในร่างกายคุณภาพใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเจลลาตินที่นำเข้าจากต่างประเทศแต่ราคาถูกกว่า 3เท่าเหมาะสำหรับเป็นวัสดุการแพทย์ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้รางวัลนวัตกรรมข้าวไทยยังมอบรางวัลพิเศษให้แก่ผลงาน “นาโนซิลิกอน” สำหรับใช้เป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เนื่องจากเป็นผลงานที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรม โดยเป็นผลิตภัณฑ์นาโนซิลิกอน  ที่มีวัสดุดิบมาจากแกลบวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการสีข้าวนำมากระบวนการรีฟลักซ์ด้วยกรด นำไปเผาในอากาศที่อุณหภูมิประมาณ 500-700องศาเซลเซียส จะได้ซิลิกาบริสุทธิ์แล้วนำไปผสมกับแมกนีเซียม ผ่านกระบวนการเผาในบรรยากาศก๊าซอาร์กอนจะได้ผงนาโนซิลิกอนที่มีขนาดอนุภาค15-20 นาโนเมตร มีความสม่ำเสมอของอนุภาค และความบริสุทธิ์สูง  โดยสามารถนำไปผลิตเป็นขั้วไฟฟ้าแอโนดในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีสามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้สูงกว่าวัสดุแกรไฟต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสูงถึง 12เท่า   ส่วนรางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม  ประจำปีนี้  รางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์คือ“P-sync” อุปกรณ์เหนี่ยวนำการเป็นสัดสำหรับวัวเนื้อและวัวนมแบบพลาสเตอร์ฮอร์โมนติดผิวหนัง จากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้  และรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบอาหาร คือ “ทำมานาน” น้ำตาลมะพร้าวทรายทอง  จาก บจก.ชีวาดี โปรดักส์  ที่พัฒนาสารให้ความหวานรูปแบบใหม่ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำมีวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์จากใยอาหารของธัญพืช  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สนช.ประกาศผลสุดยอดนวัตกรรมไทยปีนี้

  • พาณิชย์เชิญเจ้าสัวหารือดูแลราคาสินค้า

    พาณิชย์เชิญเจ้าสัวหารือดูแลราคาสินค้า

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 57 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ได้เชิญ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์  นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน)  นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการและกรรมการบริหาร กลุ่มสหพัฒน์  และนายทศ  จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล  มาหารือร่วมกันในการหาแนวทางการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ 5 ด้าน ประกอบด้วยการดูแลราคาสินค้าเกษตร,  การร่วมกันดูแลราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค, การส่งเสริมการค้าชายแดน, การร่วมมือกันลดต้นทุนโลจิสติกส์ และ การแก้ไขกฎหมายในการส่งเสริมการค้าและการลงทุน  “ผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ที่เข้าหารือร่วมกับรมว.พาณิชย์ ประกอบด้วย   นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์  นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานที่ปรึกษารมช.พาณิชย์  พล.อ.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ  ผู้ช่วยรมว.พาณิชย์  น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร รักษาการอธิบดีกรมการค้าภายใน” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์  กล่าวภายหลังการหารือว่า ได้เชิญผู้นำภาคเอกชนเข้ามารับฟังนโยบายการทำงานของรัฐบาล และยุทธศาสตร์การทำงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยได้ชี้แจงว่ารัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนระยะสั้น 3 เดือนที่จะเร่งผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจ และมีแผนระยะยาว คือ การวางรากฐานทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในทุกด้าน จึงอยากจะขอความร่วมมือภาคเอกชนให้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ซึ่งภาคธุรกิจพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที“วันนี้มีภาคธุรกิจบอกว่าเป็นมิติใหม่ที่ ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ที่เปิดโอกาสให้เอกชนมาแสดงความคิดเห็น โดยเห็นด้วยที่ภาครัฐจะร่วมกับภาคเอกชนในการทำงาน ซึ่งผมจะคุยต่ออีกหลายกลุ่ม เพราะเป็นแนวทางที่ดี” ในส่วนการดูแลสินค้าเกษตร ได้หารือในการผลักดันในเรื่องคุณภาพ มากกว่าการผลิตในปริมาณมากๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยจะมีการดูแลราคาสินค้าเกษตรทั้งต้นทางจนถึงปลายทาง และจะดูแลไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อน และประชาชนเดือดร้อน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และขอความร่วมมือเอกชนให้เข้ามาร่วมทำงานด้วยเบื้องต้นเอกชนเห็นว่าแนวทางที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ โดยไม่ต้องแทรกแซง เป็นการมาถูกทาง  ส่วนการดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชนได้ขอให้ภาคเอกชนช่วยรักษาระดับราคาสินค้าไม่ให้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผลซึ่งภาคเอกชนก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ  แต่ไม่ได้พูดถึงการตรึงราคาสินค้าแต่จะดูแลให้กลไกตลาดเป็นไปอย่างเหมาะสม สำหรับสถานการณ์การส่งออกไทยในปี 57กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าในปีนี้มูลค่าการส่งออกไทยจะไม่ติดลบแน่นอนเนื่องจากยังมีเวลาอีก 3 เดือนจึงมีเวลาในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆอย่างไรก็ตามปัจจัยที่ในช่วง 8 เดือนของปีการส่งออกติดลบมาจากปัญหาเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองไทยในช่วงต้นปีและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นายเจริญ สิริวัฒนภักดีประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่ภาครัฐให้ความสำคัญในการหารือร่วมกับเอกชนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในระดับรากหญ้าซึ่งภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือเต็มและคาดว่าในอนาคตจะมีการหารือกันอีกในรอบต่อๆไป    นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่าต้องการให้มีการจัดกลุ่มหารือในลักษณะนี้ต่อไปเรื่อยๆและอยากให้ขยายการหารือไปยังกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยโดยการหารือได้มีการพูดถึงเรื่องการผลักดันการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เชิญเจ้าสัวหารือดูแลราคาสินค้า