นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้จัดตั้งโครงการระฆังศุลกากร เพื่อแสดงความจริงใจการปฏิบัติงานของบุคลากร หากผู้ประกอบการ หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการไม่ได้รับความสะดวกและเป็นธรรม เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือพบเห็นปัญหาความไม่โปร่งใส ติดต่อราชการติดขัด ไม่ราบรื่น หรือถูกริดรอนสิทธิด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการระดับสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรแห่งใด สามารถแจ้งผู้บังคับบัญชา หรือด่านศุลกากรแห่งนั้นๆ ให้ลงมาแก้ปัญหาที่หน้างานได้ในทันที ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการของกรมศุลกากร ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เป็นที่ยอมรับ และเชื่อถือจากสาธารณชนทั่วไปยิ่งขึ้น ทุกหน่วยงานจะมีป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งชื่อ ตำแหน่งและหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้บังคับบัญชาหรือผู้รับร้องเรียน ณ สถานที่นั้นๆ ไว้อย่างชัดเจน และหากผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ฯ ณ จุดปฏิบัติงานดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการคลี่คลายหรือแก้ไขปัญหาให้ได้ โปรดแจ้งมายังกลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม เพื่อบันทึกข้อร้องเรียนและรายงานต่ออธิบดีกรมศุลกากรต่อไป หรือโทรสายด่วนศุลกากร 1332 ในวันและเวลาราชการ อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในราชการศุลกากรอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และแผนปฏิรูปกรมศุลกากร โดยแนวคิดระฆังศุลกากร จะเปิดโอกาสให้ผู้มาติดต่อราชการกับกรมศุลกากรที่ไม่ได้รับความสะดวกหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการประชาชน สามารถร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาได้โดยตรง เพราะต้องการให้ศุลกากรยุคใหม่ โปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งโครงการระฆังศุลกากร
เดือน: ตุลาคม 2014
-

ตั้งโครงการระฆังศุลกากร
-

เอกชนไทยพร้อม ญี่ปุ่นเสนอให้เทคโนโลยี ลงขัน สร้างระบบราง
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังหารือกับ นายมิโนะรุ คิอุชิ รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความสนใจร่วมลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร รถไฟรางคู่ รวมถึงโครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน และท่าเรือน้ำลึกทวาย เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียแปซิกฟิกกับยุโรปและตะวันออกกลาง “รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการให้ไทยช่วยพิจารณาการลงทุนจากญี่ปุ่นก่อน เพราะมีประสบการณ์เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี และความปลอดภัย จากรถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็งที่ใช้มากว่า 50 ปี จึงสนใจเข้ามาก่อสร้าง บริหารเดินรถ และร่วมทุนกับรัฐบาลไทย พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีของไทยให้เดินทางไปญี่ปุ่นด้วย ขณะเดียวกันญี่ปุ่นยังพร้อมสนับสนุนเรื่องเงินลงทุน เทคโนโลยี และการขยายการลงทุนภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ให้ พร้อมการันตีนำชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวในไทยเพิ่ม” ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ชี้แจงไปว่าไทยพร้อมเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงระบบคมนาคมภายในประเทศ ชายแดน และประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางถนน ราง อากาศ และทะเล ส่วนข้อเสนอของญี่ปุ่นไทยก็รับไปพิจารณา เพราะไทยมีนโยบายเปิดกว้างรับการลงทุนจากทุกประเทศ และหลังจากนี้จะมีการหารือกับตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อลงรายละเอียดอีกครั้ง สำหรับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางบก ถนน และราง กระทรวงคมนาคมจะทำให้เสร็จใน 15 วัน และเสนอให้ ครม.ได้รับทราบ โดยโครงการที่สำคัญ คือการลงทุนรถไฟทางคู่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวต่อว่า ในวันเดียวกันนายคีรี กาญจน์พาสน์ ประธานบริหารบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (บีทีเอสซี) ได้เข้าพบและแสดงความสนใจร่วมบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต รวมทั้งเสนอขอเข้าร่วมลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่รางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร แต่เรื่องนี้มอบให้ไปหารือกับนายรณชิต แย้มสะอาด รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนไทยพร้อม ญี่ปุ่นเสนอให้เทคโนโลยี ลงขัน สร้างระบบราง -

ท่องเที่ยวชงคลังคืนภาษีถ่ายทำภาพยนตร์เพิ่มเป็น30%
น.ส.อุบล วรรณ สุจริตกุล ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์ กรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้เสนอให้กระทรวงการคลังคืนภาษีการถ่ายทำภาพยนต์ต่าง ประเทศในไทย จากปัจจุบันอยู่ที่ 10%เป็น 30%เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก ให้เลือกประเทศไทย เป็นสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก รับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย “ต้องยอมรับว่าในประเทศต่างๆโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนที่เป็นคู่แข่งด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ของไทยก็คือ มาเลเซีย ซึ่งมีข้อได้เปรียบเกี่ยวกับเรื่องการให้อินเซนทีฟกับผู้ประกอบการมากคือ มีค่าคืนภาษีให้ถึง30%ซึ่งก็จะทำให้ผู้จัดต่างหันไปสนใจประเทศมาเลเซียมากกว่าจึงได้มีการนำเสนอเรื่องการเพิ่มค่าอินเซนทีฟไปที่กระทรวงการคลังเพื่อให้พิจารณาว่าในประเทศไทยเราจะสามารถปรับขึ้นมาได้แค่ไหนซึ่งก็มองว่า 30%เป็นตัวเลขที่เหมาะสมเพราะตอนนี้มีรัฐบาลแล้วกระทรวงการคลังก็สามารถสานต่อมาตรการได้"ทั้งนี้ในแผนปี58กรมจะเน้นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยทุกแหล่งท่องเที่ยวและจะมีการทำตลาดเพิ่มเติมในกลุ่ม 12จังหวัดดาวรุ่งซึ่งสอดคล้องกับแผนหลักของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เตรียมพัฒนาและประชาสัมพันธ์12จังหวัดดาวรุ่งพร้อมจัดทำเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไทยนอกจากนี้ยังเตรียมออกงานโรดโชว์โปรโมทสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในงานภาพยนตร์ระดับโลกในต่างประเทศได้แก่ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสเมืองปูซาน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นสหรัฐอเมริกา อินเดีย และอังกฤษน.ส.อุบลวรรณกล่าวว่า ได้มีภาพยนต์ฟอร์มยักษ์จากฮอลีวูดเรื่อง เดอะมาร์แคนิค 2เข้ามาเจรจาใช้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ประเทศไทยแล้วโดยถือเป็นภาพยนตร์ภาคต่อชื่อดังที่มีนักแสดงชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาคือ เจสัน สแตมทัม เป็นพระเอกซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาระยะเวลาการถ่ายทำส่วนสถานที่ถ่ายทำ คือกรุงเทพฯ กระบี่ และภูเก็ตทั้งนี้จากข้อมูลสถิติล่าสุดของกองกิจการภาพยนตร์พบว่าในช่วงเดือน ม.ค.-ธ.ค.56มีคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจำนวน 717เรื่องมีงบประมาณในการถ่ายทำมูลค่าร่วมกว่า2,173,347,315บาท ซึ่งเปรียบเทียบกับปี55ที่ผ่านมาที่มีงบประมาณในการถ่ายทำมูลค่าเพียง1,781,930,640บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า22%ส่วนเป้าหมายการสร้างรายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศปี57คาดว่าจะเติบโต15%อย่างไรก็ดีในช่วงต้นปี57แม้ว่าปัญหาการเมืองในประเทศที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบทำให้กองถ่ายจากต่างประเทศยกเลิก หรือเลื่อนการถ่ายทำไปบ้างแต่ยอดรายได้รวมของม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมาซึ่งยังสูงถึง600 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ท่องเที่ยวชงคลังคืนภาษีถ่ายทำภาพยนตร์เพิ่มเป็น30%