นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปาฐกถาพิเศษ"นโยบายการเงิน การคลัง เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย"ในงาน อีไอซี คอนเฟอร์เร้นซ์ ไทยแลนด์ อิน ทรานฟอร์เมชั่น ว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และครึ่งปีหลังนี้จะเติบโตได้ 3% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโต 4.8% ตามที่คาดการณ์ไว้แน่ จากแรงขับเคลื่อนการใช้จ่ายภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน ที่คาดว่าจะมีเงินเข้าระบบไม่ต่ำกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจต่อจากนี้ไป มี 2 ประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้อย่างชัดเจนในระยะนี้ก็ตาม คือ เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างช้า ๆ และไม่เสมอภาค ซึ่งจะทำให้เกิดความผันผวน จากเงินทุนเคลื่อนย้าย และสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำนาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อการออม เพราะคนจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากเกินไป ทั้งนี้ธปท.มีข้อเสน อแนะในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะต่อไป 3 ด้าน คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินลงทุนภาครัฐเข้าสู่ระบบ เพื่อแก้ปัญหาตัวฉุดรั้ง ทั้งด้านแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการคมนาคม รวมถึงสนับสนุนการวิจัยพัฒนา เพราะหากไม่ดำเนินการ ก็จะทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ต้องรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งต่อไป เพราะการที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจมหภาคเข้มแข็ง ทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง เงินเฟ้ออยู่ระดับต่ำ อัตราการจ้างงานอยู่ในเกณฑ์ดี หนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ทำให้แม้ประเทศจะประสบปัญหาการเมือง แต่ก็ไม่มีผลกระทบรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่างชาติให้ความสนใจ และสุดท้าย ต้องปฏิรูปในหลายมิติ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการวางรากฐานให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นการปรับในเชิงสถาบัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.มั่นใจครึ่งปีหลังจีดีพีโต3%
เดือน: ตุลาคม 2014
-

ธปท.มั่นใจครึ่งปีหลังจีดีพีโต3%
-

ไอซีที ตั้งบอร์ดร่วม กสท-ทีโอที เคลียร์คดีพิพาท
วันนี้ (2 ต.ค.) ที่บริษัท ทีโอที จำกัด นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเดินทางมามอบนโยบายกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และไปรษณีย์ไทยว่า ได้มอบหมายให้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ ทีโอที และ กสท ตั้งคณะทำงานร่วมตามมติของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอ์ด) เพื่อแก้ปัญหาทั้ง 2 องค์กรให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ สำหรับภารกิจที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน คือ การจบปัญหาคดีพิพาทระหว่างกสท และ ทีโอที กว่า 2 แสนล้านบาท และ ลดลงทุนซ้ำซ้อน อาทิ การลงทุนด้านไฟเบอร์ออฟติก ที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนในจุดใด และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1-2 เดือน โดยทั้ง 2 องค์กรต้องเร่งเคลียร์ให้จบโดยเร็ว หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ส่งเรื่องมาที่กระทรวงไอซีที แล้วกระทรวงไอซีทีจะส่งเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจเอง “ทีโอที ถือเป็นหน่วยงานในสังกัดไอซีทีที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากในสิ้นปีนี้จะขาดทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อให้ทีโอทีพลิกฟื้นโดนเร็วที่สุด ส่วนไปรษณีย์ไทย มีนโยบายให้เตรียมความพร้อมด้านระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรองรับกับเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของปณท. อยู่แล้ว” นายพรชัย กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างกสทฯ และ ทีโอที คือ ทีโอทีฟ้องกสทฯ รวม 2.1 แสนล้านบาท กรณีที่คู่สัญญาของกสทฯ ค้างชำระค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซสชาร์จ) รวม 1.38 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) 2,400 ล้านบาท และกสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที ตั้งบอร์ดร่วม กสท-ทีโอที เคลียร์คดีพิพาท -

ธ.ก.ส.พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีชาวนา
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) กล่าวภายหลังเปิดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูการผลิตปี 57/58 ว่า ธ.ก.ส. จะเริ่มจ่ายเงินถึงมือเกษตรกรที่ได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ 20 ต.ค.นี้ โดยเกษตรกรสามารถนำหลักฐานคือ หนังสือรับรอง บัตรประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก มายื่นเพื่อขอรับเงินได้ ซึ่งพนักงานจะกรอกข้อมูลส่งมาให้สำนักงานใหญ่ และระบบจะตรวจสอบเพื่อยืนยันคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน ซึ่งโอนเงินจ่ายเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง สำหรับผลจากการแจกเงินชาวนา เพื่อชดเชยค่าปัจจัยการผลิต ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ารถไถ่ ไร่ละ 1,000 บาท คนละไม่เกิน 15 ไร่ หรือ 15,000 บาท ให้ชาวนากลุ่มเป้าหมายที่ขึ้นทะเบียนทั้งประเทศ 3.4 ล้านราย ใช้งบ 40,000 ล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง เพราะจากประมาณการเงินจำนำข้าวที่จ่ายไปรอบหลังกว่า 90,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.2% คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ถึงเดือนครึ่งในการเบิกจ่ายเงินทั้งหมดถึงมือเกษตรกร ซึ่งล่าสุดมีเกษตรกรได้หนังสือรับรองแล้วกว่า 400,000 ราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีชาวนา