นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า บตท.ได้ตั้งเป้าหมายการดำเนินงานปี 58 คาดว่าจะรับซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท ส่วนการดำเนินการในปี 57 ได้ซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้านแล้ว 6,400 ล้านบาท และเตรียมซื้อเพิ่มช่วงปลายปีนี้อีก 3,000-4,000 ล้านบาท รวมเป็นยอดจัดซื้อทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าผลการดำเนินงาน ปี 57 จะมีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท รวมทั้ง ได้สำรองเงินเพิ่มอีก 30 ล้านบาท เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคง โดยปัจจุบันสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 2.5 % ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก บตท.ได้คัดเลือกคุณภาพสินทรัพย์ที่ซื้อจากธนาคารและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก ส่งผลให้มีสินทรัพย์รวมกว่า 16,340.7 ล้านบาท ส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 13.9% อย่างไรก็ตาม มีธนาคารสนใจขายพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับ บตท. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังเจรจา 7-8 แห่ง และเตรียมลงนามเพิ่มอีก 5 แห่ง เนื่องจากโมเดลตลาดรองฯ สามารถตอบสนองธนาคารได้หลายด้าน ส่วนการออกตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์สินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำ วงเงิน 4,081 ล้านบาท อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.25% ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนเกินเป้าหมายถึง 1.7 เท่า หรือคิดเป็น 5,600 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นสถาบัน เช่น สำนักงานประกันสังคม สถาบันการเงิน กองทุนต่างๆ และประกันภัย เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บตท.ตั้งเป้าปี 58 รับซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้านเพิ่ม
เดือน: ตุลาคม 2014
-

บตท.ตั้งเป้าปี 58 รับซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้านเพิ่ม
-

เอกชนแห่หาช่องทางระบายเสื้อผ้าช่วงไฮซีซั่น
นายถาวร กนกวลีวงศ์นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยในงานแสดงสินค้า“เสื้อผ้าส่งออกแฟร์ ครั้งที่ 32”ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเสื้อผ้าของไทยได้ขยายธุรกิจโดยการตั้งร้านสาขาย่อยหรือเพิ่มสินค้าตามห้างร้านต่างๆในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้นเช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน ตลาดย่านโบ้เบ๊ และย่านประตูน้ำ เป็นต้น เพื่อเร่งระบายสินค้าและแนะนำสินค้าแฟชั่นใหม่ๆรองรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากรัสเซียญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ชอบชื่นเสื้อผ้าของไทยอยู่แล้ว ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาการท่องเที่ยวของไทยค่อนข้างซบเซาจากปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวและการวุ่นวายทางการเมืองไทยส่งผลให้ยอดจำหน่ายเสื้อผ้าของไทยลดลงไปด้วยโดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ดังๆทั้งของไทยและแบรนด์ต่างชาติที่ผลิตในไทยเนื่องจากสินค้ากลุ่มนี้ประมาณ 50-60% เป็นการซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนแห่หาช่องทางระบายเสื้อผ้าช่วงไฮซีซั่น -

สคบ.พร้อมลงพื้นที่ตรวจโรงงานพลุ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ สคบ.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลลอยกระทง ว่า โรงงานแต่ละแห่งได้รับการอนุญาตผลิดถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งจะตรวจสอบสินค้าที่ผลิตว่ามีอันตรายหากนำมาเล่นหรือไม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมามักมีข่าวเด็กเล่นประทัดแล้วเกิดอันตรายต่อร่างกายหลายครั้ง ดังนั้นจึงต้องมาตรวจสอบและหาแนวทางควบคุมก่อนจะเกิดเหตุซำ้รอย ขณะเดียวกันสคบ.จะออกตรวจร้านที่จำหน่ายพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิงในสถานที่สำคัญ เช่น ย่านภูเขาทอง ว่า มีใบอนุญาตให้จำหน่ายอย่างถูกต้องหรือไม่ และตรวจสอบสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีมาตรฐาน ได้รับการรับรอง มีวิธีใช้ และคำเตือนระบุให้ผูเล่นรับทราบหรือไม่ โดยหากพบว่า ไม่มีรายละเอียดกำหนดไว้ จะถือว่ามีความผิดเกี่ยวกับการแสดงฉลากไม่ถูกต้องทันที ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางเดือนต.ค.ที่ผ่านมา สคบ.ได้จัดประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมการอุตสาหกรรมทหาร กรมศุลกากร กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยเฉพาะการเล่นประทัด และดอกไม้เพลิง ที่เด็กนำไปเล่นด้วยความคึกคะนองและไม่ถูกวิธี ทำให้ได้รับบาดเจ็บและบางรายสูญเสียอวัยวะ รวมทั้งเกิดจากผู้ประกอบการบางรายไม่ได้รับการอนุญาตในการผลิต นำเข้า ขนย้าย จำหน่าย หรือการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.พร้อมลงพื้นที่ตรวจโรงงานพลุ