เดือน: ตุลาคม 2014

  • เศรษฐกิจชะงักหนี้เน่าโผล่ สารพัดลูกหนี้จ่อคิวชักดาบ

    เศรษฐกิจชะงักหนี้เน่าโผล่ สารพัดลูกหนี้จ่อคิวชักดาบ

    ผลพวงจากความวุ่นวายทางการเมือง ที่กินเวลามานานผนวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ภาวะหนี้ครัวเรือนยังคงไต่ระดับเพิ่มขึ้นไม่หยุด ว่ากันว่า… ภายในสิ้นปีนี้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือจีดีพี จะพุ่งขึ้นสูงถึง 85% ทีเดียว เดิมทีในปี 56 มีหนี้ครัวเรือนอยู่เพียง 82.3% ขณะที่ในปี 58 มีโอกาสพุ่งเพิ่มขึ้นถึง 87%  หากมองย้อนถึงปัจจัยที่หนุนให้หนี้ครัวเรือนสูงส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้นโยบายประชานิยมช่วงที่ผ่านมา ทั้งโครงการบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก เมื่อโครงการหมดอายุกำลังซื้อภายในประเทศหดตัวลง สร้างความอ่อนแอให้ระบบเศรษฐกิจ  กลุ่มที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่คือ กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือนมีรายได้ไม่พอรายจ่าย หรือชักหน้าไม่ถึงหลัง ล่าสุดตัวเลขเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. สิ้นไตรมาส 2 ปี 57 พบว่า มียอดคงค้างสุทธิอยู่ที่ 10.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.11% หรือ 752,730 ล้านบาท ขณะที่ความสามารถชำระหนี้ด้อยลง สะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่ออุปโภคบริโภคของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 5.8% ในไตรมาส 1 ปี 57 เป็น 6% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 57 เพราะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลด้อยคุณภาพ นอกจากนี้ การที่ขุนคลัง “สมหมาย ภาษี” ออกมาประกาศว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้อยู่ในภาวะชะงักงัน ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น โดยคนจนไม่มีเงินที่จะใช้จ่าย ขณะที่คนรวยมีเงินไม่รู้ว่าจะนำเงินไปลงทุนอะไร หรือใช้จ่ายอะไรที่ได้ผลตอบแทนที่ดี เพราะขาดความเชื่อมั่นทำให้เกิดความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจึงทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่ดีเท่าที่ควร ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสียของสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ไปด้วย ด้านตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ของธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 3.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,000 ล้านบาทหรือประมาณ 10% ส่วนใหญ่เป็นหนี้เสียที่เกิดจากเช่าซื้อ โดยเฉพาะรถยนต์ เพราะถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่พุ่งกระฉูด เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงกระทบรายได้ของครัวเรือน และมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้จนทำให้เกิดหนี้เสียในระบบเพิ่ม ข้อมูลนี้สอดรับกับความเห็นของ “ณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ที่ระบุว่า ตัวเลขเอ็นพีแอลในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.3% จากสิ้นปี 56 อยู่ที่ 2.5% เพราะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการเมืองในช่วงต้นปีทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังมีสินเชื่อรายใหญ่ 1-2 ราย ที่ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งหากแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลรายใหญ่ได้จะทำให้เอ็นพีแอลต่ำกว่า 3% เช่นเดียวกับ “รุ่งโรจน์ จรัสวิจิตรกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ มองว่า หนี้เสียเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี เพราะได้รับผลกระทบจากการเมือง และกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นต่างจังหวัด ประกอบกับเกษตรกรมีรายได้ไม่ดีนัก ซึ่งช่วงนั้นเกษตรกรยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวทำให้การค้างชำระหนี้มีสัดส่วนที่สูงถือเป็นช่วงที่ยากลำบากทำให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งต้องเข้าไปช่วยเหลือลูกค้ากันอย่างเต็มที่ ขณะที่หนี้เสียในธุรกิจลีสซิ่งนั้น ยังพอมีช่องให้หายใจหายคอได้บ้าง โดย “อนุชาติ ดีประเสริฐ” ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย บอกว่า ก่อนหน้านี้เอ็นพีแอลของการเช่าซื้อรถยนต์ได้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.6% ปัจจุบันได้ลดลงมาอยู่ที่ 3% เพราะสถาบันการเงินได้มีการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ช่วงที่มีปัญหา ซึ่งเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นถือว่ายังไม่ได้เป็นระดับที่น่ากังวล เพราะปกติสถาบันการเงินก็มีมาตรการคุมเข้มอยู่แล้ว ส่วนหนี้ทางด้านที่อยู่อาศัยนั้น “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ยังไม่ห่วงหนี้เสียของสินเชื่อในส่วนนี้ เพราะเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน และปัจจุบันหนี้เสียเริ่มอยู่ในภาวะทรงตัว จากในช่วงครึ่งปีแรก หนี้เสียอาจปรับขึ้นบ้าง เพราะลูกค้าได้รับผลกระทบจากบ้านเมืองไม่สงบ ซึ่งช่วงนั้นเอ็นพีแอลอยู่ที่ 1.8% แต่ขณะนี้ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.6% ถ้าเทียบเอ็นพีแอลของธนาคารกสิกรไทย กับระบบธนาคารพาณิชย์ ถือว่ายังอยู่ระดับต่ำ ขณะที่ “เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย บอกว่า สัญญาณหนี้เสียของธุรกิจเช่าซื้อเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์เริ่มมีสัดส่วนที่สูงจากเดิมอยู่ที่ระดับ 1% ปรับเพิ่มเป็น 2-2.3% ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการปัญหาโครงการรถคันแรก เห็นได้จากยอดผิดนัดชำระ 1-3 เดือนเริ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนหนี้ครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้เสียที่อยู่อาศัย แม้เพิ่มขึ้นแต่เป็นอัตราที่ชะลอตัวลง เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ความร้อนแรงของอสังหาริมทรัพย์ลดลง แต่หลังจากนี้ไปต้องดูโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐจะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวมากน้อยแค่ไหน แม้ตัวเลขเอ็นพีแอลที่ขยับเพิ่มขึ้น จะยังไม่ได้สร้างปัญหาอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ แต่หากมองประกอบกับภาพเศรษฐกิจ ที่ตัวขุนคลังได้ออกมายอมรับว่า “ชะงักงัน” และต้องรอลุ้นการฟื้นตัวกันต่อไปแล้ว การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในหนี้เสียของสินเชื่อต่าง ๆ ในวันนี้ อาจลุกลามบานปลายต่อไปได้ในอนาคต หากไม่มีการเฝ้าระวัง และบริหารจัดการที่ดีพอ!!. ทีมเศรษฐกิจ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เศรษฐกิจชะงักหนี้เน่าโผล่ สารพัดลูกหนี้จ่อคิวชักดาบ

  • หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอสเซนด์ เมท เซเว่นครั้งแรกในไทยและอาเซียน

    หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอสเซนด์ เมท เซเว่นครั้งแรกในไทยและอาเซียน

    วันนี้(30 ตุลาคม 57) ที่โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น” (HUAWEI Ascend Mate7)ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนนายหยาง ฉู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หัวเว่ย กล่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งปีนี้ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยในภูมิภาคนี้มีการเติบโตกว่า3 เท่าจากปีที่ผ่านมา โดยในประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 3 % จากจำนวนตลาดรวมทั้งหมด 10 ล่านเครื่อง ส่วนในพม่า หัวเว่ย มีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน เป็นอันดับ1 โดยมีกว่า 60 %อย่างไรก็ดีสำหรับประเทศไทย ซึ่งสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากการทำตลาดแบบธุรกิจกับธุรกิจหรือรับจ้างผลิตมาเป็นการขายให้กับผู้บริโภคแต่บริษัทก็มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจะเน้นตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมมากขึ้นโดย "หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น” ที่เปิดตัวในครั้งนี้ จะสะท้อนถึงพัฒนาการของสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพการทำงานอันชาญฉลาดประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นและความสะดวกสบายทั้งยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระบบสัมผัสลายนิ้วมือทั้งนี้ "หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น "ถือเป็นสมาร์ทโฟน หน้าจอขนาด 6นิ้วรุ่นแรกในตลาดสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบสัมผัสลายนิ้วมือซึ่งเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใส่รหัสผ่านในอดีตช่วยให้ผู้ใช้ปลดล็อกโทรศัพท์ได้เร็วขึ้นถึง 80%เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบการรับรู้แบบวาดปลายนิ้วลงบนหน้าจอและตอบสนองช้ากว่า มีการดีไซน์แบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่ในเครื่องที่บางยิ่งขึ้นทำให้สามารถใช้งานได้นานถึง 2วันติดต่อกัน ในโหมดการทำงานแบบปกติ ตัวเครื่องบางเพียง 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 185 กรัม ทำจากโลหะมากกว่า 95% มีให้เลือก2สีคือ สีเงินและสีดำ ราคา16,990 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอสเซนด์ เมท เซเว่นครั้งแรกในไทยและอาเซียน

  • ฟูจิซีร็อกซ์โชว์เทคโนโลยีงานพิมพ์ครบวงจร

    ฟูจิซีร็อกซ์โชว์เทคโนโลยีงานพิมพ์ครบวงจร

    วันนี้(30ตค.57)ที่ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23  โรงแรมเซ็นทารา  แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ บริษัท  ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จัดงานแสดงเทคโนโลยีด้านการพิมพ์หรือDocuWorld 2014ขึ้น  โดยนายโคจิ เทสึกะ ประธาน บริษัทฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้จัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่30-31 ตุลาคมนี้  เพื่อแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของฟูจิ ซีร็อกซ์  ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.การแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี  2. โซลูชั่นการบริหารจัดการเอกสารในองค์กรอย่างมืออาชีพและ 3. งานสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยแนวคิดการจัดงานในปีนี้ คือ Smarter Communication for YourBusiness Growth หรือ “การสื่อสารที่สมาร์ทกว่าเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ” เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่การทำงานต้องรวดเร็ว ยืดหยุ่น ไร้อุปสรรคเมื่อต้องทำงานนอกสถานที่ให้การติดต่อสื่อสารมีความคล่องตัว ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสื่อที่นำเสนอออกไปและการเข้าถึงสื่อต่างๆ ส่งผลให้การทำงานระบบเดิมๆ จะเปลี่ยนไปเป็นระบบใหม่ที่สมาร์ทกว่า มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานมากขึ้น  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจนั้นๆ ทั้งนี้ฟูจิ ซีร็อกซ์ในฐานะผู้นำทางด้านธุรกิจเครื่องมัลติฟังก์ชั่นและการบริหารจัดการงานเอกสารในประเทศไทย มากว่า 48 ปี  ได้พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เป็นเพียงแค่เครื่องมัลติฟังก์ชั่นหรือแท่นพิมพ์มาเป็นการนำเสนอโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการงานเอกสารในองค์กรการจัดการกระบวนการทำงานในองค์กรที่มีความซับซ้อนให้เป็นระบบที่ง่ายต่อการจัดการมากขึ้นด้วยโซลูชั่นที่ออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้าและการให้บริการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกตอบสนองความต้องการของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรใหญ่ที่มีหลายสาขาทั่วโลกเพื่อให้ลูกค้าสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าและเป็นผู้นำตลาดได้ในที่สุด   สำหรับในงาน ฟูจิ ซีร็อกซ์ ได้นำเสนอ Light Communication Tool หรือ LCT  โซลูชั่นรูปแบบใหม่ที่รวมเอาสุดยอดผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์สำหรับการจัดการงานเอกสารและระบบให้บริการเชิงรุกหลังการขายอย่าง Electronic Broadband Partnerships(EP-BB) มาไว้ด้วยกัน รวมถึง Customized Solution ต่างๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ตามความต้องการขององค์กรในส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องมัลติฟังก์ชั่นนั้น ทางบริษัทฯได้มีการเปิดตัวเครื่องมัลติฟังก์ชั่น  A4 ขนาดเล็ก 2 รุ่นด้วยกันคือ ApeosPort-VC3320 (เครื่องสี) และ ApeosPort-V 4020 (เครื่องขาว– ดำ)     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟูจิซีร็อกซ์โชว์เทคโนโลยีงานพิมพ์ครบวงจร