นายคิโยชิ อุเอดะ ผู้ว่าราชการจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายปราโมทย์วิทยาสุข ผู้ช่วยรมต.อุตสาหกรรมว่า ได้ขอความร่วมมือกระทรวงอุตฯให้ประสานผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจ้างงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยจากเดิมหากมีการจ้างงานต่างด้าว 1 คน ต้องจ้างคนไทยด้วย 4 คน เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจเอสเอ็มอี เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นที่เกษียณอายุแล้วเข้ามาทำงานในไทย แต่หากต้องจ้างคนไทยด้วย 4 คน จะมีภาระสูงมาก เพราะเป็นเพียงธุรกิจเอสเอ็มอีมีเงินลงทุนไม่สูง“ตอนนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของญี่ปุ่น มีความต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เกษียณอายุ ชาวญี่ปุ่นซึ่งยังมีศักยภาพในการทำงาน เข้ามาทำงานในไทยแต่ยังติดปัญหาที่ต้องจ้างคนไทยด้วยถึง 4 คน เพราะมีเงินลงทุนไม่สูงมากต่างจากธุรกิจใหญ่อย่างฮอนด้า ซึ่งเป็นธุรกิจใหญ่ของจังหวัดไซตามะ ที่เข้ามาลงทุนในไทยมีเงินทุนสูงมากหากไทยผ่อนปรนเงื่อนไขตรงจุดนี้เป็นกรณี ๆ ไป เชื่อว่าจะเป็นข้อดีของทั้ง 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายไทย จะได้ความรู้ จากผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น และได้ในแง่การท่องเที่ยวเพราะครอบครัวจะเดินทางมาด้วย ขณะที่ผ่ายญี่ปุ่น จะได้ลดต้นทุนไม่สูงมาก” นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรมต.อุตสาหกรรม กล่าวว่ากระทรวงอุต ฯ จะประสานไปยังหน่วยงานทีเกี่ยวข้องเพื่อขอพิจารณาผ่อนผันใบอนุญาตตามที่ญี่ปุ่นขอมารวมถึงประสานไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ดูในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ลงทุนโดยเฉพาะสำหรับเอสเอ็มอีซึ่งคงจะต้องเป็นลักษณะของการสร้างโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ญี่ปุ่นขอคนแก่ทำงานในไทยเพิ่ม
เดือน: ตุลาคม 2014
-

ญี่ปุ่นขอคนแก่ทำงานในไทยเพิ่ม
-

ไทยแย่งอินเดียครองผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลก
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ประเทศไทยสามารถกลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลกแซงหน้าประเทศอินเดียและเวียดนามอีกครั้งอย่างเป็นทางการแล้ว โดยในช่วง 9 เดือน (ม.ค. – ก.ย.57) ยอดส่งออกข้าวไทยอยู่ที่8.38 ล้านตันเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 70.1%รองลงมาเป็น อินเดีย 7.2 ล้านตัน และ เวียดนาม 5.3 ล้านตัน ดังนั้นทั้งปีคาดว่าไทยจะส่งออกระดับ 10.5-11ล้านตัน อินเดีย อยู่ในระดับ 9 ล้านตัน และ เวียดนาม 6.2-6.3 ล้านตันเนื่องจากราคาข้าวไทยกลับมาอยู่ใกล้เคียงกับราคาข้าวเวียดนามส่งผลให้ข้าวไทยกับมาแย่งส่วนแบ่งตลาดในบางส่วนที่ถูกเวียดนามแย่งไปกลับคืนมาได้อย่างไรก็ตามการส่งออกข้าวยังเริ่มมีปัญหามากขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันผู้ส่งออกประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์จนส่งผลให้เกิดการส่งออกที่ล่าช้าเกินกำหนดในบางประเทศ เช่น ตลาดจีน ที่มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีกับไทยจำนวน1 ล้านตันตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อนแต่กลับส่งได้เพียง 300,000 ตัน เพราะต้องมีการแย่งตู้ฯกับผู้ส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆโดยสาเหตุที่ขาดแคลนตู้ฯมาจากใน 1-2ปีนี้ไทยมีการนำเข้าสินค้าน้อยทำให้มีเรือสินค้าวิ่งมาที่ประเทศไทยในปริมาณน้อย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยแย่งอินเดียครองผู้ส่งออกข้าวเบอร์ 1 ของโลก -

หุ้นไทยวันที่ 30 ต.ค. 57ปิดบวก 2.68 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกตลอดวัน สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค หลังผลกระประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)เรื่องการยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ(คิวอี)เป็นไปตามคาดจึงไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างเด่นชัด แต่อย่างไรก็ตามตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุนทำให้ดัชนีค่อนข้างทรงตัว ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด1,570.06 จุด และลดลงต่ำสุด1,559.96 จุด จนมาปิดตลาดที่1,565.35 จุด เพิ่มขึ้น2.68จุด หรือ 0.17 %ด้วยมูลค่าซื้อขาย41,179.38 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.เอเวอร์แลนด์ปิดที่4.32บาท ลดลง 0.12บาท2.ปตท.สผ. ปิดที่146.50บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท3.จัสมินปิดที่7.40บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท4.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่176.00บาท ลดลง0.50บาท5.เอไอเอส ปิดที่235.00บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 30 ต.ค. 57ปิดบวก 2.68 จุด