เดือน: ตุลาคม 2014

  • ชงข้อมูลนายกฯหารือจีนพ.ย.นี้

    ชงข้อมูลนายกฯหารือจีนพ.ย.นี้

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเข้าพบว่า ได้หารือถึงการจัดเตรียมทำรายละเอียดข้อมูลและแผนความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศร่วมกันเพื่อสรุปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำไปหารือกับนายกรัฐมนตรีจีน ในการเดินทางเยือนในเดือนพ.ย.57โดยประเด็นสำคัญ คือการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟกึ่งความเร็วสูง 160 กม.ต่อชม. 3ประเทศ จีน ลาว และไทย รวมถึงศึกษารูปแบบการชำระเงินการก่อสร้างในรูปแบบเงินสดหรือใช้สินค้าเกษตรแลกเปลี่ยน โดยให้จัดตั้งคณะทำงานศึกษารายละเอียดร่วมกันภายใต้กฎหมายที่ทั้ง2 ประเทศตกลงกันไว้ “ในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ที่ประเทศอิตาลีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไทยได้พบผู้นำของจีน โดยมีการหารือความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ซึ่งหลังจากนายกฯ ประยุทธ์กลับมาได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรวบรวมความเป็นมาและรายละเอียดเพื่อส่งให้นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีรับทราบ เพื่อนำไปเจรจากับผู้นำจีนต่อไป โดยความร่วมมือจะมีทั้งระดับรัฐบาลเอกชน ตลอดจนมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดรองรับการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้าด้วย” พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า ทางการจีนมีแผนสร้างเส้นทางรถไฟขนาดรางมาตรฐาน1.435 เมตร ความเร็ว 160 กม.ต่อชั่วโมงจากเมืองคุณหมิงของจีนเข้ามาที่ประเทศลาวในปี 58  ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่รัฐบาลไทยกำลังศึกษาที่จะก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐานความเร็ว 2เส้นทาง  คือ เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-มาบตาพุดและเชียงของ-เด่นชัย-ภาชี เพื่อให้สามารถเชื่อมกันได้ “ก่อนหน้านี้ทางการจีนและไทยได้สำรวจรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน)เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-กรุงเทพฯระดับความเร็ว 250 กม.ต่อชั่วโมงไว้แล้ว แต่อาจต้องปรับรายละเอียดโครงการเพื่อให้ความเร็วอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุนให้มากขึ้นเท่านั้นดังนั้นการให้บริการระบบของจีนมายังลาว และไทยจะเป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน” รายงานข่างแจ้งว่า เดิมจีนมีแผนจะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงประเทศจีน เข้ามายังลาวเพื่อเชื่อมต่อกับไทยที่หนองคายแต่เมื่อไทยปรับเปลี่ยนความเร็วของรถไฟลงเป็นรถไฟทางคู่ ขนาดรางมาตรฐาน 1.435เมตร ทางจีนจึงได้ปรับลดความเร็วลงเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อการให้บริการกับไทยได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงข้อมูลนายกฯหารือจีนพ.ย.นี้

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 2.04 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 2.04 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (20 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกตลอดวันโดยมีแรงซื้อเก็งกำไรผลักดันดัชนีดีดตัวกลับในช่วงเช้า สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นทั่วโลกหลังตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด จากนั้นทยอยปรับตัวลดลงช่วงท้ายตลาดเนื่องจากนักลงทุนยังกังวลผลประกอบการในไตรมาส 3 ในหลายบริษัท และไร้ปัจจัยในประเทศเข้าผลักดันส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุด 1,525.77 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,542.60จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,526.67 จุด ลดลง 2.04 จุดหรือ 0.13 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,386.86 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู. ปิดที่ 10.70 บาท ลดลง 0.40 บาท         2.เอไอเอส ปิดที่ 226.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท 3.ธ.กสิกรไทย  ปิดที่ 231.00 บาท  เพิ่มขึ้น 8.00 บาท 4.ธ.ไทยพาณิชย์  ปิดที่ 174.50 บาทเพิ่มขึ้น 1.50 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 2.04 จุด

  • คลังเร่งตั้งนาโนไฟแนนซ์ช่วยหนี้นอกระบบ

    คลังเร่งตั้งนาโนไฟแนนซ์ช่วยหนี้นอกระบบ

    นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณาแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้รายย่อย หรือ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เพื่อเสนอให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี พิจารณา ภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณารายละเอียด โดยหลักการต้องจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย (บย.) โดยเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาทำ และแบ่งเขตชัดเจนแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และกรมสรรพากร มาช่วยเหลือและตรวจสอบ ทั้งนี้ ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว ซึ่งเห็นด้วยกับโครงการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ที่เป็นตัวเลือกสุดท้ายจะเข้าถึงรายย่อยได้ดีกว่าสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ที่ธนาคารพาณิชย์กำลังดำเนินการอยู่ แต่ใช้แก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบไม่ได้ โดยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ จะปล่อยในวงเงินที่ต่ำ 100,000-120,000 บาทต่อราย กำหนดอัตราดอกเบี้ย 32-36% ซึ่งจะปล่อยให้เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทะเบียนไม่จำกัดจำนวนรายภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงการคลัง และต้องให้รางวัลเอกชน เช่น การคิดภาษีครึ่งหนึ่งของรายได้ที่เกิดขึ้น เพื่อจูงใจให้เอกชนเข้ามาร่วมโครงการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่อยู่ในภาวะเงินฝืด เนื่องจากคนมีรายได้น้อย ไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้จ่าย ส่วนคนที่มีรายได้มาก ก็ไม่อยากจะลงทุน หรือใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้ทุกอย่างอยู่ในภาวะนิ่งไปหมด ซึ่งที่ผ่านมาจากการเดินทางโรดโชว์ หลายประเทศให้ความสนใจที่จะปล่อยกู้ให้ไทยไปลงทุน แต่ปัญหาคือไม่รู้จะนำเงินไปทำอะไร ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศก็ยังมีอยู่มาก ซึ่งธปท.กำลังพิจารณานำไปลงทุน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังเร่งตั้งนาโนไฟแนนซ์ช่วยหนี้นอกระบบ