เดือน: ตุลาคม 2014

  • พาณิชย์ถกเครียดยุทธศาสตร์ส่งออกปี58

    พาณิชย์ถกเครียดยุทธศาสตร์ส่งออกปี58

     รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 57 พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ  รมว.พาณิชย์ได้เชิญฑูตพาณิชย์และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์มาร่วมประชุมกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การส่งออกปี 58  แต่ละประเทศเพื่อหาแนวทางในการสร้างความยั่งยืนการส่งออกไทยในอนาคต  เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญตลาดอาเซียนและตลาดใหม่มากขึ้นนอกเหนือตลาดเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ต้องมียุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งระบบเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปี 58  “บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียดบางครั้งถึงกับเงียบ ไม่มีใครกล้าพูด ซึ่งทูตพาณิชย์หลายๆ รายระบุว่าไม่เคยเห็นการประชุมที่บรรยากาศเป็นแบบนี้เพราะปกติจะเป็นการประเมินเป้าหมายการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี และเป้าหมายปีหน้าพร้อมกลยุทธ์ที่จะดำเนินการ ทำให้การประชุมครั้งนี้ จะเน้นให้ความสำคัญกับเป้าหมายเป็นรายตลาด”  ทั้งนี้ในส่วนของตลาดอาเซียนประเมินว่าการส่งออกในปี58 จะขยายตัว 7% โดยเน้นการขอความร่วมมือบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด(มหาชน), กลุ่มสหพัฒน์ , เครือเซ็นทรัลและบริษัทไทยอื่นๆที่อยู่ในอาเซียนในการช่วยกระจายสินค้าเอสเอ็มอีไทยในการทำตลาดประเทศต่างๆ ส่วนตลาดอื่นที่สำคัญเช่น  ตลาดจีนปี 57 คาดว่าส่งออกจะโต 1%  ปี 58 โต 1.5%   ,ตลาดเอเชียใต้ ปี 57 คาดว่าจะโต 3%  ปี 58 โต 5% , ตลาดยุโรปปี 57 คาดว่าโต 5% ปี 58 โต 5%  และ ตลาดญี่ปุ่นปี 57 คาดว่าโต 1%  ปี58 โต 2%  เป็นต้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ถกเครียดยุทธศาสตร์ส่งออกปี58

  • สั่งสอบด่วนเหตุเรือชนที่จ.กระบี่

    สั่งสอบด่วนเหตุเรือชนที่จ.กระบี่

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม  เปิดเผยถึงกรณีเรือสปีดโบ๊ท ชนเรือประมงลากอวนที่จังหวัดกระบี่ว่า   ขณะนี้ได้สั่งการให้นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่าลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมรายละเอียดของการเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร รวมถึงดูว่าผู้ให้บริการเรือปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎระเบียบของกรมจ้าท่าในการให้บริการผู้โดยสารหรือไม่ทั้งในส่วนคนขับเรือ ผู้โดยสารเรือเกินมาตรฐานกำหนดหรือไม่ หรือมีเสื้อชูชีพให้บริการเพียงพอหรือไม่ “ได้กำชับให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะถือเป็นมาตรฐานการเดินเรือเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคนขับเรือประมาทนั้นในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องอุบัติเหตุที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น แต่ได้สั่งกำชับให้ตรวจสอบอย่างละเอียดให้เป็นไปตามมาตรฐานของการให้บริการเพราะเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้” นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่าขณะนี้รองอธิบดี ด้านความปลอดภัย ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและสรุปหาสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากผู้ขับเรือ ซึ่งยอมรับว่าปัญหาความประมาทของคนขับเรือ กรมยังไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเพียงพอแต่ในส่วนของการควบคุมใบอนุญาตได้มีการกวดขันอยู่แล้ว สำหรับมาตรการดูแลเพิ่มเติมคือการบังคับให้เรือขนาด40ที่นั่งขึ้นไป ต้องกำหนดให้ผู้โดยสารต้องสวมชูชีพไม่เช่นนั้นไม่อนุญาตให้ออกเรืออย่างเด็ดขาดและจะตรวจสอบมาตรฐานของชูชีพด้วย “ที่ผ่านมีการควบคุมเรื่องการสวมชูชีพเฉพาะเรือขนาดเล็กแต่หลังจากนี้จะคุมไปถึงเรือขนาดใหญ่ด้วยเพราะการสวมชูชีพจะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารโดยตรง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งสอบด่วนเหตุเรือชนที่จ.กระบี่

  • ญี่ปุ่นหนุนไทยตั้งเฮดควอเตอร์

    ญี่ปุ่นหนุนไทยตั้งเฮดควอเตอร์

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยญี่ปุ่นแสดงความสนใจเกี่ยวนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการระดับภูมิภาค (อินเตอร์เนชั่นแนล เฮดควอเตอร์) ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุน ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาษี และที่ไม่เกี่ยวกับภาษี คาดว่า จะแก้ไขได้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้ ก่อนเสนอที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบ  “บริษัทของประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากแก้ไขสิ่งต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาตั้งเฮดควอเตอร์ได้ จะเกิดประโยชน์อย่างมาก เพราะหากมาตั้งที่ไทยแล้ว บริษัทเหล่านั้นจะคุมบริษัทลูกที่ตั้งอยู่ในประเทศข้างเคียงได้หมด ซึ่งการจัดตั้งเฮดควอเตอร์ตอนนี้ ในประเทศไทยยังไม่มี เพราะมีกฎเกณฑ์มาก ทั้งเรื่องภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี จึงต้องแก้ไขให้ใกล้เคียงกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง ที่สนับสนุนเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว โดยหากแก้ให้ได้เสร็จสิ้น จะทำให้เกิดกิจกรรมทางการค้ามีกำไรเพิ่มมากขึ้น” ขณะเดียวกันญี่ปุ่นยังได้สอบถามถึงความคืบหน้าการพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือในระดับรัฐบาลของไทยกับเมียนมาร์ โดยการเข้ามาร่วมของญี่ปุ่นนั้น ไทยก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ก็ต้องหารือกับรัฐบาลเมียนมาร์ก่อนว่า จะร่วมมือในแนวทางอย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันในเรื่องของการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญนั้น ล่าสุดยังไม่ได้หารือถึงเรื่องดังกล่าว 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ญี่ปุ่นหนุนไทยตั้งเฮดควอเตอร์