รายงานข่าวจากธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 25–26 ต.ค.57 ธนาคารออมสินจะงดให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ เอทีเอ็ม วีซ่า และอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ชั่วคราว แบ่งเป็นช่วงเวลา วันที่ 25 ต.ค.57 ตั้งแต่เวลา 03.00-08.00 น. และวันที่ 26 ต.ค.57 ตั้งแต่เวลา 21.30-01.30 น. ส่งผลให้บัตรออมสินเอทีเอ็ม บัตรออมสินวีซ่าเดบิต ทุกประเภท ไม่สามารถใช้บริการที่ตู้เอทีเอ็มหรือเครื่องรูดชำระสินค้าและบริการของทุกธนาคารได้ ทั้งนี้ ธนาคารฯ จะมีการทดสอบแผนกู้ระบบงานกรณีฉุกเฉิน กับระบบ คอร์ แบงก์กิ้ง ซิสเตม ซึ่งเป็นกระบวนการทดสอบการกอบกู้ระบบงานหลักที่ใช้ดำเนินธุรกิจธนาคาร ทำหน้าที่จัดการข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่มีศักยภาพที่สนับสนุนให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสู่ตลาดได้ทันต่อการแข่งขันและรองรับความต้องการของลูกค้าได้ “การทดสอบดังกล่าวฯ ธนาคารฯ จัดทำขึ้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายด้านข้อมูลของลูกค้า กรณีเกิดวิกฤตอันเป็นเหตุให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงัก อาทิ ภัยพิบัติต่าง ๆ การก่อการร้าย รวมถึงเกิดการแพร่กระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของโปรแกรม จึงขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ โอกาสนี้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1115
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออมสินแจ้งปิดระบบเอทีเอ็ม 25–26 ต.ค.นี้
เดือน: ตุลาคม 2014
-

ออมสินแจ้งปิดระบบเอทีเอ็ม 25–26 ต.ค.นี้
-

ตั้ง ‘พันธ์ศักดิ์’ สางปัญหา-ฟื้นธุรกิจ ‘กสท’
กสท ตั้ง “ดร.พันธ์ศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะ เป็นประธานกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาองค์กรที่เกี่ยวข้องกับแผนพลิกฟื้นธุรกิจของ กสทนายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บอร์ด กสท ได้แต่งตั้ง ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ กรรมการบอร์ด กสท เป็นประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ โดยมีหน้าที่กำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาองค์กรที่เกี่ยวข้องกับแผนพลิกฟื้นธุรกิจ ในเรื่องที่ยังค้างต่าง ๆ อาทิ โครงการ FTTx จำนวน 12 สัญญา ข้อพิพาทกับทีโอทีและหน่วยงานอื่น ๆนอกจากนี้ ยังรวมถึงการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่าง กสท และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่จะขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ตามกรอบนโยบายที่รับมอบจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งทั้งผู้แทนคณะกรรมการ กสท และ ทีโอที ได้ปรึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจร่วมกันของทั้งสองหน่วยงานในเบื้องต้นแล้ว และจะได้นัดหมายหารือเพิ่มเติมเป็นระยะต่อไปทั้งนี้ บอร์ดยังเห็นชอบแนว ทางแก้ไขปัญหาการส่งมอบเครื่องและอุปกรณ์ของบริษัท TAC ที่หมดอายุการใช้งานแต่ยังค้างการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ กสท จนถึงปัจจุบัน มูลค่าเงินประมาณ 21,815 ล้านบาท ที่ กสท และ TAC มีข้อสรุปร่วมกัน โดยจ้างบริษัทที่ปรึกษาประเมินมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อให้ TAC ชดเชยแก่ กสท โดยขณะนี้ยังไม่ได้สรุปตัวเลขวงเงินที่ชัดเจน“บอร์ด ยังให้ชะลอการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปี 57 (มกราคม- มิถุนายน) ให้แก่กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น แต่จะนำส่งเงินปันผลสำหรับงวดสิ้นปี 57 เป็นครั้งเดียว” นายวิโรจน์ กล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้ง ‘พันธ์ศักดิ์’ สางปัญหา-ฟื้นธุรกิจ ‘กสท’ -

‘MSeed Asia’เพาะเมล็ดพันธุ์นักพัฒนาเกมไทย – ฉลาดสุดๆ
ปัจจุบันมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมเกมระดับโลกมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ!!เกมจึงถือเป็นธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่มีมูลค่ามหาศาล แต่ประเทศไทยกลับมีส่วนแบ่งในตลาดโลกน้อย เนื่องจากเกมที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทยสามารถ “โกอินเตอร์” ไปประสบความสำเร็จในตลาดโลกยังมีน้อยอยู่บริษัท เอ็มซีด เอเชีย จำกัด (MSeed Asia) ในเครือ บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มลิ้งค์ เห็นถึงโอกาสของธุรกิจเกมของไทย จึงได้จัดโครงการ เอ็มซีด แอคเซลเลอเรเทอร์ ( MSeed Accelerator) เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาเกมไทยรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ให้สามารถพัฒนาเกมออกให้บริการ สร้างรายได้ทั้งในไทยและดึงเงินตราจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศอีกทางหนึ่งโดยได้จัดงาน เดโม่เดย์ เปิดโอกาสให้ 5 ทีมสุดท้าย จากโครงการได้นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกทีมนักพัฒนาเกมของไทยที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดทีมเดียว รับรางวัลเข้าร่วมงาน Game Developer Conference 2015 (GDC2015) ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เปิดโอกาสให้ได้พบกับนักพัฒนาเกม นักลงทุนจากทั่วโลกและโอกาสในการจับคู่ธุรกิจในช่วงกลางปี 2558สำหรับ 5 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อนำเสนอผลงานประกอบด้วย1. ทีม Infinito ผลงาน Little Guardians 2. ทีม Snooze fox ผลงาน Chaos Sphere 3. ทีม Lunarcraft ผลงาน Veggie Dog Story 4. ทีม Zaferlab ผลงาน Color Ninja และ 5. ทีม Three Stand ผลงาน Han Gusso ซึ่งหลังจากได้นำเสนอผลงานกับคณะกรรมการแล้วปรากฏว่า ทีม Snooze fox เป็นผู้ได้รับการเลือกให้ได้รับรางวัลเข้าร่วมงาน GDC 2015 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานายสกลกรย์ สระกวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มซีด เอเชีย จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นการช่วยให้นักพัฒนาเกมไทย ที่มีความสามารถได้รับการสนับสนุนทางด้านเงินทุน คำปรึกษา ด้านธุรกิจและการตลาด ซึ่งบริษัทได้เข้าไปลงทุนสนับสนุนเงินทุนให้ทั้ง 5 ทีม ทีมละ 500,000 บาท เพื่อพัฒนาเกมให้สำเร็จและให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต ขณะนี้ผลงานของแต่ละทีมพัฒนาแล้วเสร็จกว่า 80% และคาดว่าจะมี 2-3 ทีม สามารถนำผลงานออกสู่ตลาดได้ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ซึ่งจะเริ่มทำให้มีรายได้กลับเข้ามา“งานเดโม่เดย์ ได้มีการเชิญคณะกรรมการ และนักลงทุนที่มีประสบการณ์มาให้คำแนะนำแก่ทั้ง 5 ทีม ซึ่ง 1 ทีมที่ได้รับการคัดเลือกจะได้ไปร่วมงาน GDC 2015 มีโอกาสพบนักพัฒนาเกมและนักลงทุนจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแผนพาทั้ง 5 ทีมนำผลงานไปเสนอและพบกับนักลงทุนทั้งจากเอเชีย ยุโรป ซึ่งบริษัทมีคอนเน็คชั่นอยู่ อย่างล่าสุดทางไลน์ก็ขอดูผลงานศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสที่จะนำเกมเหล่านี้ไปให้บริการ ซึ่งทางบริษัทเชื่อว่าจะสามารถผลักดันผลงานของนักพัฒนาไทยออกสู่ตลาดโลกได้ในอนาคต”นายสกลกรย์ กล่าวต่อว่า นักพัฒนาเกมไทยถือว่ามีฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่ยังขาดโอกาสและเงินทุน เนื่องจากในอดีตการพัฒนาเกมบนแพล็ตฟอร์มพีซีหรือเล่นกับคอมพิวเตอร์ มีขั้นตอนที่ซับซ้อนใช้เวลาพัฒนานานและใช้งบประมาณมาก แต่ปัจจุบันเกมบนโทรศัพท์มือถือกำลังได้รับความนิยมจากการเติบโตของสมาร์ทโฟน จึงถือเป็นโอกาสของนักพัฒนาไทย เนื่องจากโมบายเกมเป็นแพล็ตฟอร์มที่พัฒนาง่าย และใช้งบประมาณไม่มาก ขอเพียงให้มีไอเดียที่ดีก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างไรก็ตามในปีหน้าเตรียมยกระดับโครงการให้ใหญ่ขึ้น โดยขณะนี้ได้ประสานหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมสนับสนุนเพื่อจัดงานเป็นประจำทุกปี ให้กลายเป็นเวทีปั้นนักพัฒนาเกมไทยไปสู่ระดับโลกด้าน รามิล ซาลฮานี ตัวแทนทีม Snooze fox กล่าวว่า เกม Chaos Sphere ที่พัฒนาขึ้นเป็นแนว RPG เล่นแบบ Puzzle โดยให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วขายไอเท็มในเกม ตัวระบบส่วนใหญ่จะคล้ายเกม Wonder flick โดยตัวเกมจะมีการเดินลุย Dungeon, ทำเควส, เล่นมินิเกม ส่วนการเล่นจะคล้าย เกม Magicka โดยการต่อสู้จะใช้การผสมลูกแก้วธาตุเพื่อทำการโจมตี ซึ่งการผสมลูกแก้วจะมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับอาชีพของผู้เล่น รองรับทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ ตอนนี้พัฒนาได้มากกว่า 50% จากเมื่อ 3 เดือนก่อนที่ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น คาดว่าจะพัฒนาเสร็จและนำออกสู่ตลาดได้ในช่วงต้นปีหน้า“สมาชิกในทีมเป็นการรวมกลุ่มเพื่อน ๆ ที่เคยทำงานบริษัทพัฒนาเกมมาด้วยกันแล้วลาออกมาเพื่อร่วมโครงการนี้และเตรียมตั้งเป็นบริษัทของตัวเองเพื่อพัฒนาผลงานออกสู่ตลาดให้ได้จริง การร่วมโครงการนี้ถือว่าได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ในวงการ ทั้งในเรื่องการผลิตเกม การทำตลาด และรูปแบบธุรกิจ การได้ไปร่วมงาน GDC 2015 ในปีหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะไปเรียนรู้และพบกับนักพัฒนาและนักลงทุนจากทั่วโลกจึงวางแผนเตรียมผลงานและทีมให้ดีที่สุด”ทั้ง 5 ทีมถือเป็นเมล็ดพันธุ์นักพัฒนาคนไทยที่พร้อมเติบโตในวงการเกมทั้งไทยและต่างประเทศแล้ว หลังจากได้รับการบ่มเพาะจากโครงการนี้.จิราวัฒน์ จารุพันธ์
JirawatJ@dailynews.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘MSeed Asia’เพาะเมล็ดพันธุ์นักพัฒนาเกมไทย – ฉลาดสุดๆ