นายอัครเดช พันธิสุนทร กรรมการบริหาร บริษัท ซีนสเปซ จำกัด เจ้าของโครงการซีนสเปซ บีช ฟร้อน มอลล์ หัวหิน เปิดเผยว่า ได้เปิดตัว คอมมูนิตี้มอลล์โครงการดังกล่าว ในซอยหัวหิน 35 จ. ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้งบลงทุน 330 ล้านบาท ขนาดโครงการ 13,000 ตารางเมตร บนพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งเช่าที่ของบริษัท ทีซีซี เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทในเครือเสี่ยเจริญ วัฒนภักดี ในราคาค่าเซ้ง 60 ล้านบาทจ่ายครั้งเดียวและรายปีอีกปีละ 10 ล้านบาท สัญญาเช่า 20 ปีโครงการดังกล่าวมีจุดเด่นคือเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ติดหาดแห่งแรกของประเทศ และแห่งเดียวที่ชายหาดหัวหิน ประกอบด้วยในส่วนของค่าเฟ่และร้านเบเกอร์รี่ 24 ร้าน ร้านอาหารแบบไพรเวท ร้านขายของที่ระลึก ลานกิจกรรมติดชายหาด และลานกิจกรรมส่วนกลาง โดยคิดค่าเช่าตร.ม.ละ 1,500 บาท คาดว่าจะมีรายได้จากค่าเช่าปีละ 70 ล้านบาททั้งนี้ บริษัทจะเริ่มให้เข้าชมโครงการได้เดือนธ.ค.นี้ ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการกลางปี 58 จับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวไทย 60% และอีก 40%เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ สามารถรองรับลูกค้าได้วันละ 10,000 คน พร้อมกันนี้คาดว่าจะลูกค้าจะใช้จ่ายต่อหัวในร้านอาหาร 400-1,500 บาทต่อคน เบเกอร์รี่อย่างต่ำ 150 บาทต่อหัว และบริษัทจะคืนทุนได้ภายใน 7 ปี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผุดคอมมูนิตี้มอลล์ติดหาดหัวหิน
เดือน: ตุลาคม 2014
-

ผุดคอมมูนิตี้มอลล์ติดหาดหัวหิน
-

ธอส.ปลื้มยอดปล่อยกู้ลูกค้ารายย่อยพุ่ง
นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ช่วง9เดือนที่ผ่านมา ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย วงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท อาทิ โครงการบ้าน ธอส. สานรัก โครงการสินเชื่อบ้าน 61 ปี ธอส. ส่งผลให้ปล่อยสินเชื่อได้ 72,797 ราย วงเงิน 48,573 ล้านบาท ซึ่งเป็น 46.98% ของสินเชื่อปล่อยใหม่ใน 9 เดือนแรก เนื่องจากสินเชื่อดังกล่าว ช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่อยู่อาศัยได้ง่ายยิ่งขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น จึงมั่นใจว่าสิ้นปีจะปล่อยสินเชื่อตามเป้าหมายที่วางไว้ 134,000 ล้านบาทได้แน่นอน พร้อมทั้งมีเป้าหมายปี58-62จะปล่อยสินเชื่อให้รายย่อยถึง1ล้านล้านบาท“สาเหตุสำคัญที่ทำให้สินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนั้น เป็นผลจากโครงการสินเชื่อคืนความสุขให้คนไทย ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสินเชื่อบ้าน ธอส. เพิ่มสุข ที่จนถึง 13 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ติดต่อขอยื่นกู้แล้ว 7,175 บัญชี รวมเงิน 1,675 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อ ธอส. มีบ้าน มีสุข ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดี เช่นกัน มีผู้ขอยื่นกู้แล้ว 4,689 บัญชี วงเงินรวม 6,125.37 ล้านบาท และปีหน้า ธอส. จะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ในการให้สินเชื่อบ้านไม่เกิน1.5ล้านบาทด้วย”ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่รวมได้ 103,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่ายังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หรือคิดเป็น77%ของเป้าหมายสินเชื่อทั้งหมด หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 778,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.73% สินทรัพย์รวม 824,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.60% มีเงินฝากรวม 650,527 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.44% ทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) สุทธิคงเหลือ 1,604 ล้านบาท ลดลง 3.67%ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) นั้น ลดเหลือ 46,628 ล้านบาท หรือ 5.99% ของยอดสินเชื่อรวม ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 56 ที่6.12% คาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่6%และมีกำไรสุทธิ 7,379 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะมีกำไร8,564ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส เรโช)16.72%ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้“ธอส.มั่นใจว่าทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อจากนี้ไป จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปีหน้า ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่จะเติบโตมากกว่าเขตกทม. จากการขยายเมืองออกไป และส่งผลให้เราปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันจะเพิ่มสาขา เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศด้วย โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีสาขา202แห่ง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธอส.ปลื้มยอดปล่อยกู้ลูกค้ารายย่อยพุ่ง -

หุ้นภาคเช้าลบ 1.78จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (21ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนตลอดช่วงเช้า ซึ่งภาพรวมตลาดยังอยู่ในช่วงอ่อนแรง และปรับฐานอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีแรงซื้อเก็งกำไรแบบคละกลุ่ม แต่หุ้นไทยยังอยู่ในช่วงราคาแพงทำให้มีแรงกดดันขายทำกำไรเป็นระยะ ประกอบกับวานนี้นักลงทุนแต่ละกลุ่มเข้าซื้อขายสุทธิไม่มากนัก และคาดว่ามูลค่าการซื้อขายจะเบาบางตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่1,524.89จุด ลดลง 1.78จุด หรือ0.12%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย17,537.13ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นภาคเช้าลบ 1.78จุด