วันที่ 17 ต.ค. นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงว่ากระทรวงเกษตรฯและสหพันธรัฐรัสเซีย ลงนามเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์และประมง ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งขยายการค้าเสรีโดยเปิดตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากขึ้น และเร่งดำเนินการลดอุปสรรคในการส่งออกพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า โดยล่าสุด ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจในข้อกำหนดการส่งออกเนื้อสุกรจากประเทศไทยไปยังประเทศรัสเซีย ซึ่งต่อไปไม่เพียงจะสามารถส่งออกไปรัสเซียได้เท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะส่งออกเนื้อสุกรไปยังประเทศเบรารุส และ คาซัคสถาน ซึ่งอยู่ในเครือ Customs Union ได้ด้วย “ จากข้อมูลการส่งออกด้านปศุสัตว์ของไทยไปยังรัสเซียเมื่อปี 2556 พบว่าไทยส่งออกเนื้อไก่แปรรูป 20,000 ตัน เนื้อไก่แช่แข็ง 972.04 ตัน มีมูลค่า 69.09 ล้านบาท เนื้อเป็ดแช่งแข็ง 126.61 ตัน มีมูลค่า 14.05 ล้านบาท รวมมูลค่าส่งออกสิค้าปศุสัตว์ทั้งหมด 1,098.66 ตัน ซึ่งคาดว่าไทยจะมีความพร้อมในการส่งออกเนื้อสุกรบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ไปยังรัสเซียภายใน 3 – 4 เดือนนี้แน่นอน ถือเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะได้เปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ไปยังรัสเซีย เบรารุส และคาซัคสถานอีกด้วย ” นายชวลิต กล่าว นายชวลิต กล่าวอีกว่า สำหรับสินค้าประมงทางคณะของรัสเซีย ได้รับทราบและขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 69 โรง และได้เข้าตรวจโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ ในครั้งนี้เพียง 6 โรง จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ สมุทรปราการ และคาดว่า จะมีแนวโน้มที่ดีต่อโรงงานผลิตสินค้าประมงไทยที่จะได้รับการรับรองให้มีการนำเข้าไปยังรัสเซียได้เพิ่มขึ้น โดยสถานการณ์การส่งออกสินค้าประมงไทยไปรัสเซีย เมื่อปี 2556 พบว่า มีปริมาณการส่งออก 12,325.18 ตัน มูลค่า 1,787.71 ล้านบาท และในปี 2557 ทั้งนี้คาดการณ์ว่าทั้งภาคประมงและปศุสัตว์จะสามารถส่งออกไปยังประเทศรัสเซียได้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กษ.ลุยเปิดตลาดรัสเซีย
เดือน: ตุลาคม 2014
-

กษ.ลุยเปิดตลาดรัสเซีย
-

12เมืองต้องห้าม..พลาด
ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมฯได้เตรียมแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ที่อยู่ภายใต้โครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในปี 58 ภายหลังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้โหมทำตลาดโปรโมท อย่างหนักเพื่อหวังดึงนักท่องเที่ยวให้กระจายการท่องเที่ยวไปจังหวัดรองให้มากขึ้น ดังนั้นกรมจึงต้องเร่งเตรียมแผนเพื่อทำให้ 12 เมืองดังกล่าวมีความพร้อมทั้งการต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆด้าน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแหล่งท่องเที่ยวไทย สำหรับแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวทั้ง 12 เมือง ได้แก่ การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการด้านวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ลำปาง จ.น่าน และ จ.เพชรบูรณ์ ,การส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยจะมีจัดทำรายการนำเที่ยวในเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว ของชุมชนและออกอากาศผ่านสื่อโทรทัศน์ พร้อมทั้งจัดทำคู่มือเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ,การเพิ่มศักยภาพเครื่อข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เช่น การฝึกอบรมคนในชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 12เมืองต้องห้าม..พลาด -

ยูไอเอชสร้างชื่อคว้ารางวัลระดับเอเชีย2 ปีซ้อน
พันเอกเรืองทรัพย์ โฆวินทะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด หรือยูไอเอช(UIH) เปิดเผยว่า บริษัทได้ รับรางวัลองค์กรผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงในประเทศไทยแห่งปี (2014 Frost & Sullivan Thailand Data Communications Service Provider of the Year) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดย ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกผู้มอบรางวัลนี้ ได้วิเคราะห์และพิจารณาจากศักยภาพการให้บริการและความโดดเด่นของ ยูไอเอช ที่เน้นย้ำเรื่องของ “Customer Centric”, “Service Excellence” และ “Network Excellence” ยกระดับบริการในการนำไอซีที มาใช้ในการสนับสนุนการบริการลูกค้าในหลายด้าน ซึ่ง ถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่เป็นองค์กรหนึ่งในไทยที่ช่วยสร้างชื่อเสียงในเอเชีย ทั้งนี้ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน มีเกณฑ์การพิจารณาการให้รางวัลจาก 5 ศักยภาพ คือ การพัฒนาด้านกลยุทธ์องค์กรยอดเยี่ยม การพัฒนาด้านการดำเนินการยอดเยี่ยม การมุ่งเน้นนวัตกรรมในบริการและเทคโนโลยี ความใส่ใจในคุณค่าของลูกค้า และผู้นำตลาดด้านสื่อสารโทรคมนาคม ผนวกกับนโยบายของผู้บริหารที่เน้นย้ำเรื่อง “Customer Centric” หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดย ยูไอเอชได้ร่วมเป็นพันธมิตรในการให้คำปรึกษา และการผสมผสานนวัตกรรมใหม่ๆ ในบริการ เพื่อให้ได้มาซึ่ง โซลูชั่นที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ทั้งด้านการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วโลก การส่งมอบบริการที่เป็นมาตรฐานสากลด้วยมาตรฐาน ITU-T Y.1564 (Ethernet Service Activation Test Methodology) หรือ EtherSAM ที่นำมาใช้ในการทดสอบบริการหลังการติดตั้งและการซ่อมบำรุง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับบริการเต็มแบนด์วิดธ์ตามที่เลือกใช้บริการ เพื่อให้องค์กรธุรกิจนำไอซีทีมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยูไอเอชสร้างชื่อคว้ารางวัลระดับเอเชีย2 ปีซ้อน