เดือน: ตุลาคม 2014

  • ผู้บริโภคเฮ!สินค้าตลาดสดราคาลดลง

    ผู้บริโภคเฮ!สินค้าตลาดสดราคาลดลง

    รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ขณะนี้ราคาสินค้าตามตลาดสดและตลาดนัดในพื้นที่ต่างๆปรับลดลงจากปีก่อนอย่างมากโดยเฉพาะผักสด และอาหารโปรตีนซึ่งเป็นสินค้าหลักในการนำไปประกอบอาหารของประชาชนในชีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงจากรายได้ที่ลดลงและการมีหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นโดยราคาผักสดและเนื้อสัตว์ที่สำคัญ เช่น ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคา 2.8-2.9 บาทต่อฟอง ลดลง80สต.ต่อฟองจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ3.6-3.7 บาทต่อฟอง, ไข่เป็ดขนาดกลาง ราคา 4.5-4.6 บาทต่อฟอง ลดลง 60 สต.ต่อฟองจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 5.1-5.2บาทต่อฟองเนื่องจากความต้องการผู้บริโภคลดลงและเป็นช่วยฤดูฝนชุกทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกอาหารธรรมชาติอื่นทดแทนขณะที่ผักชีขีดละ8-9บาท ลดลง 5 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา 15-16 บาทต่อขีดมาจากผลผลิตรุ่นใหม่จากแหล่งผลิตทั่วไปออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง ส่วน ต้นหอม 5-6 บาทต่อขีด ลดลง2-3 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา8 บาท ,ผักบุ้งจีนราคา 20-22 บาทต่อกก. ลดลง 6-7 บาท, ผักคะน้า ราคา 25-28 บาทต่อกก. ลดลง1-4บาท., ผักกาดขาวปลีกราคา15-18 บาทต่อกก. ลดลง 6 บาท, กำหล่ำปลี 12-15 บาทลดลง 2-3 บาท, พริกขี้หนู4-5บาทต่อขีด ราคาคงที ส่วน มะนาวแป้นเบอร์ 1-2 ราคา 3.5-4บาทต่อลูกเพิ่มขึ้น 1-1.25 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคาอยู่ระดับ 2.5-2.75บาทต่อลูก และ มะนาวแป้นเบอร์ 3-4 ราคา 3-3.25 บาทต่อลูกเพิ่มขึ้น 1 บาท“สาเหตุที่มะนาวมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นต่างจากสินค้าเกษตรตัวอื่นๆเพราะว่าก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากฝนตกและลมแรงทำให้มะนาวดอกร่วงและผลผลิตลดลงอีกทั้งในบางพื้นที่ไม่สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ขณะที่สินค้าอื่นๆที่ปรับตัวลดลงมากมากๆ เช่น ผักบุ้งจีน ผักกาดหอมถั่วฝักยาว จากสภาพอากาศที่เหมาะสม ทำให้ผักส่วนใหญ่สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีจนมีผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้บริโภคเฮ!สินค้าตลาดสดราคาลดลง

  • โจรแห่ขโมยสายไฟฟ้าเพียบ

    โจรแห่ขโมยสายไฟฟ้าเพียบ

    นายชูศักดิ์ เกวี ปฏิบัติหน้าที่ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า สถิติทรัพย์สินของกรมทางหลวงที่ถูกโจรกรรมประจำเดือน ส.ค.57 มีมูลค่าเสียหายกว่า 1.13 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมมีทั้งสายไฟฟ้า อุปกรณ์สัญญาณไฟ รั้วลูกกรง ป้ายจราจร แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนส.ค.56 พบว่ายอดทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมลดลง 25% โดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เซฟตี้ ไม้ศาลาทางหลวง และอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งนี้เมื่อจำแนกชนิดของอุปกรณ์งานทางที่ถูกโจรกรรม มีมูลค่าความเสียหาย 5 อันดับแรก อันดับ 1 คือ สายไฟฟ้าเสียหาย 9 แห่ง ความยาว 2,109 เมตร มูลค่าเสียหาย 634,780 บาท รองลงมาเป็นอุปกรณ์สัญญาณไฟ 2 แห่ง จำนวน 3 ชิ้น มูลค่า 99,000 บาท รั้วลูกกรง 1 แห่ง 15 แผง มูลค่า 65,250 บาท ป้ายจราจร 1 อัน มูลค่า 24,900 บาท และอื่นๆ 5 แห่ง จำนวน 149 ชิ้น มูลค่า 311,692 บาท ส่วนพื้นที่มีปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินทางมากสุด โดยเรียงลำดับตามมูลค่าความเสียหาย ได้แก่ แขวงการทางอยุธยา 264,000 บาท รองลงมาคือ แขวงการทางกาญจนบุรี 225,400 บาท และแขวงการทางนครปฐม 214,800 บาท“สาเหตุการเกิดโจรกรรม คาดว่ามาจากสภาพเศรษฐกิจที่วิกฤติในปัจจุบัน ทำให้การเกิดโจรกรรมทรัพย์สินทางหลวงมีอย่างต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มที่เกิดปัญหาขึ้นได้อีกในอนาคต ส่งผลให้ทีผ่านมาภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในจัดซื้อ จัดหา มาติดตั้งมหาศาล อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อความสะดวกปลอดภัยและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทางได้”อย่างไรก็ดี สถิติการเกิดโจรกรรมในปีนี้ มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากกรมฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราทรัพย์สินเพิ่ม อีกทั้งยังประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสาธารณะมากขึ้น ทำให้การโจรกรรมทรัพย์สินลดลง ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรับซื้อของเก่า ของมือสองไม่ให้รับซื้อสิ่งของที่เชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการที่อาจจะถูกโจรกรรมมา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โจรแห่ขโมยสายไฟฟ้าเพียบ

  • ลอยกระทงคึกคัก คาดปีนี้เงินสะพัดกว่า 650 ล้านบาท

    ลอยกระทงคึกคัก คาดปีนี้เงินสะพัดกว่า 650 ล้านบาท

    นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัดงานเทศกาลลอยกระทง ภายใต้ชื่อ เทศกาล สีสันแห่งสายน้ำมหกรรมลอยกระทงปี 57 สุขแห่งแผ่นดิน คือความสุขขององค์ราชา ในพื้นที่หลักทั่วประเทศ ได้แก่กรุงเทพฯ สุโขทัย เชียงใหม่ ตาก พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 660,000 คน และมีเงินสะพัดงานการจัดงานกว่า 650ล้านบาท เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมาเนื่องจากปีนี้ภาคเอกชนสนใจในการจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์เทศกาลลอยกระทงมากขึ้น“ปีนี้ต้องยอมรับว่า กระแสการท่องเที่ยวจะมีความคึกคักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเพทฯ ที่ปีนี้จะมีความพิเศษกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ที่จะจัดงาน ริเวอร์ เฟสติวัล สายน้ำแห่งวัฒนธรรมตั้งแต่วันที่ 1-6 พ.ย. 6 พื้นที่หลัก6 พื้นที่คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตลาดยอดพิมานและเอเชียทีคโดยจะมีโรงแรมต่างๆที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมจัดงานโปรโมทอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง”นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ททท.จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์เทศกาลลอยกระทงให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากอาเซียน ที่มีงานเทศกาลลอยกระทงเช่นกันซึ่งอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวหันเหไปประเทศอื่นๆ แทนนอกจากนี้ยังเตรียมเข้าหารือกับททท.เพื่อให้สนับสนุนงบประชาสัมพันธ์การกระตุ้นตลาดในประเทศที่มองไว้ที่ 5 ล้านบาท เพื่อใช้โฆษณาแคมเปญ ท่องเที่ยวซื้อ 1 ได้ 2 คือการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ จะได้สิทธิพิเศษ 2 อย่าง ได้แก่การลดหย่อนภาษี สูงสุด 15,000 บาท และหากนักท่องเที่ยวชำระค่าแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบัตรเครดิตจะได้แต้มซึ่งสามารถไปแลกเป็นเงินสดได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลอยกระทงคึกคัก คาดปีนี้เงินสะพัดกว่า 650 ล้านบาท