เดือน: ตุลาคม 2014

  • คมนาคายกเครื่องโดยสารทางเรือ

    คมนาคายกเครื่องโดยสารทางเรือ

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังสำรวจท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีว่า ได้ให้นโยบายกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงระบบขนส่งทางน้ำครั้งใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาโดยสารทางเรือเพิ่มขึ้นจากวันละ 2.5 แสนคน เป็น 3 แสนคน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหารถติดในเมือง โดยเร่งให้ปรับปรุงท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา 19 แห่ง จากทั้งหมด 39 แห่ง ให้เป็นท่าเรือสมัยใหม่มีระบบอำนวยความสะดวกคล้ายสนามบิน ทั้งจุดพักผู้โดยสารที่แยกจากโป๊ะเรือ ภายในให้มีร้านค้า จอภาพบอกข้อมูลเกี่ยวกับรอบเรือ จำนวนผู้โดยสารที่ว่างอยู่ทั้งนี้คาดนำร่องสร้างได้ก่อน 3 แห่งที่ ท่านนทบุรี สาทร และปิ่นเกล้า เสร็จในเดือนเม.ย.58 เป็นของขวัญวันสงกรานต์ อีก 6 แห่งเสร็จภายในปี 59 รวมงบประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 10 แห่ง จะทยอยทำเสร็จในปี 60-61 สำหรับท่าเรือที่อยู่ในแผนปรับปรุง ได้แก่ ท่าปากเกร็ด ท่าพระนั่งเกล้า ท่านนทบุรี ท่าพระราม 5 ท่าพระราม 7 ท่าบางโพ ท่าเกียกกาย ท่าพายัพ ท่ากรุงธน ท่าเทเวศร์ ท่าพระอาทิตย์ ท่าพระปิ่นเกล้า ท่าพรานนก ท่าช้าง ท่าเตียน ท่าราชินี ท่าราชวงศ์ ท่าสี่พระยา และท่าสาทร นายอาคม กล่าวว่า ยังมีแผนพัฒนาบริเวณท่าเรือต่างให้เชื่อมโยงกับการเดินทางรถไฟฟ้า และรถเมล์เพิ่มขึ้น โดยจะหารือกับกรุงเทพมหานครเพื่อขอให้เพิ่มป้ายรถเมล์บริเวณท่าเรือทุกแห่งเพื่ออำนวยความสะดวก รวมถึงจะพัฒนาเส้นทางท่าเรือ 4 แห่ง ให้เชื่อมโยงกับรถไฟฟ้า ได้แก่ ท่าปากเกร็ดเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสีชมพู ท่านั่งเกล้ากับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ท่าบางโพธิ์กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และท่าสาทรกับรถไฟฟ้าบีทีเอส ตลอดจนจะพัฒนาให้นำตั๋วโดยสารเรือ มาใช้ร่วมกับตั๋วรถไฟฟ้า และรถเมล์ได้ ในรูปแบบตั๋วร่วมอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-ทิกเกตส์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคายกเครื่องโดยสารทางเรือ

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 0.63 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 0.63 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (15 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรผลักดันดัชนีระยะสั้น ก่อนจะทยอยปรับตัวลดลงในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน ประกอบกับหุ้นในกลุ่มพลังงานได้รับแรงกดดันจากการปรับลดราคาน้ำมันช่วงวานนี้  อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าบรรยากาศการลงทุนจะปรับตัวได้อย่างมีเสถียรภาพในช่วงนี้ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,556.47 จุด และลดลงต่ำสุด 1,547.13 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,547.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.63 จุด หรือ 0.04 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 39,327.24 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทีพีไอโพลีน ปิดที่ 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท2.ทรู ปิดที่ 11.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท3.ปตท.สผ. ปิดที่  147.00 บาท ลดลง 3.00 บาท4.ปตท. ปิดที่ 351.00 บาท ลดลง 5.00 บาท5.ธ.กสิกรไทย  ปิดที่ 224.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 0.63 จุด

  • หม่อมอุ๋ยยันเศรษฐกิจไทยดี

    หม่อมอุ๋ยยันเศรษฐกิจไทยดี

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเมื่อวันที่15ต.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ โดยเห็นว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจไทยเอง ก็ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่า จะกระทบเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งส่วนด้านความร่วมมือสิงคโปร์ก็พร้อมร่วมมือกับไทยทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนพร้อมทั้งยังเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย และเห็นว่าไทยเป็นมิตรประเทศที่ดีกับสิงคโปร์มายาวนาน และหากไทยมีข้อขัดข้อง สิงคโปร์พร้อมให้การสนับสนุน“ทูตสิงคโปร์มาถามตรงๆว่า ในด้านเศรษฐกิจรัฐบาลนี้จะทำอะไรบ้าง จึงได้เล่าให้ฟังว่า เรื่องใหญ่ที่จะทำมีเรื่องปรับโครงสร้างภาษี ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสม เพราะประเทศไทยมีการใช้น้ำมันสูงมากถึง19%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นใช้ไม่ถึง10%และถ้าเป็นไปแบบนี้ต้นทุนจะแพ้เขา จึงต้องปรับโครงสร้างการประหยัดน้ำมันให้มากกว่านี้ และยังคุยถึงเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟรางคู่ ซึ่งทางสิงคโปร์ทราบอยู่แล้ว”ทั้งนี้ยังได้ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ให้ความสนใจต่อการดูแลผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย แต่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ข้าวและยางพารา โดยปัญหาเรื่องข้าวที่มีราคาตกต่ำนั้น เป็นผลจากปริมาณและความต้องการไม่สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องหามาตรการที่จะดึงปริมาณข้าวฤดูกาลใหม่ออกจากตลาด ไม่ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาขายพร้อมกัน รวมถึงต้องหาตลาดต่างประเทศมารองรับผลผลิตข้าวเปลือกด้วยส่วนเรื่องยางพารา ปัจจุบันต้องเผชิญปัญหาราคายางลดต่ำลง ล่าสุดได้เสนอมาตรการแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ เช่น การสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับเปลี่ยนการปลูกยาง การจัดสรรการปลูกพืชชนิดอื่นให้เหมาะสม หรือโซนนิ่ง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิเคราะห์ว่า ควรใช้นโยบายใดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรรายย่อย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หม่อมอุ๋ยยันเศรษฐกิจไทยดี