ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • เอกชนแห่จัดงาน”ตรุษจีน”

    เอกชนแห่จัดงาน”ตรุษจีน”

    นายศิริชัย ประพันธ์ธุรกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคาร บริษัท เอส พี ซี พร็อพเพอร์ตี้ส์ แอนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดกิจกรรมกระตุ้นการจับจ่ายในเทศกาลตรุษจีน ภายใต้ชื่อ เดอะแพลตินั่ม ไชนีส นิวเยียร์ 2014 หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาการชุมนุมทางการเมืองบริเวณสี่แยกราชประสงค์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าลดลงจากปกติ ทั้งนี้งานจะจัดขึ้นตั้งแต่ 22 ม.ค. – 2ก.พ. นี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมและการแสดง อาทิ การเชิดสิงโต รวมถึงจำหน่ายอาหารมงคลตามเทศกาลอีกกว่า 45 ร้านค้า อย่างไรก็ดี เชื่อว่าจะดึงดูดให้มีผู้มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นแม้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า แต่ศูนย์การค้ายังคงเปิดให้บริการตามเวลาเดิม แต่ผู้มาใช้บริการก็ยังลดลงถึง 60% จากเดิมที่วันจันทร์ถึงศุกร์จะมีผู้มาใช้บริการ 40,000 คน ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์จะมีผู้มาใช้บริการ 60,000 คน ด้านร้านค้าต่าง ๆ ยังคงเปิดให้บริการ 100% เหมือนเดิม โดยผลกระทบแต่ละร้านค้าจะต้องรอประเมินผลอีกครั้งหนึ่ง  อย่างไรก็ดีร้านค้าต่าง ๆ ปรับตัวด้วยการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์มากขึ้น พร้อมกันนี้ศูนย์การค้ายังให้การสนับสนุนสร้างการประชาสัมพันธ์สร้างรับรู้แก่ผู้บริโภคผ่านกิจกรรมต่างๆ ร่วมด้วย ขณะที่นางสาววรรณา สวัสดิกูล ประธานกรรมการ บริหารฝ่ายการตลาดบรรษัทเทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกเทสโก้โลตัส กล่าวว่าแนวโน้มของการจับจ่ายสินค้าในเทศการตรุษจีนปีนี้ คาดว่าจะคึกคักเป็นปกติ เนื่องจากลูกค้ายังต้องการเสริมโชคลาภในช่วงปีใหม่ โดยนอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษแล้ว ศูนย์การค้าได้เตรียมกิจกรรมสำหรับลูกค้ายุคใหม่ด้วยบการมองคูปองส่วนลด สำหรับผู้ที่ใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเชื่อว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในภาวะที่เกิดปัญหาการเมืองให้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนแห่จัดงาน”ตรุษจีน”

  • สภาทนายความช่วยชาวนาฟ้องรัฐ

    สภาทนายความช่วยชาวนาฟ้องรัฐ

    ที่สภาทนายความ วันที่ 21 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตัวแทนชาวนาหลายจังหวัดและสมาคมชาวนาข้าวไทยได้เข้าพบกับสภาทนายความเพื่อปรึกษาแนวทางการยื่นฟ้องรัฐบาลกรณีผิดนัดชำระเงินค่า รับจำนำข้าวหลังจากที่ ได้เลื่อนการจ่ายเงินให้ชาวนามาแล้วไม่ต่ำกว่า6-7ครั้งและยังเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่เริ่มโครงการรับจำนำมาตั้งแต่เดือนตค.ปีที่ผ่านมานายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทยกล่าวว่า ชาวนาจำเป็นต้องมายื่นฟ้องรัฐบาลทั้งทางแพ่ง และอาญา พร้อมทั้งเอาผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในฐานประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ( กขช. )รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด เนื่องจากทำผิดสัญญาประชาคมที่ได้ให้ไว้กับชาวนาตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งในส่วนของชาวนาจะไม่เสนอทางออกเรื่องนี้ เพราะมองว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องหามาตรการในการใช้ข้อกฏหมายร่วมกับ กกต.เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาให้เร็วที่สุดด้านนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่าจะรับดำเนินการยื่นฟ้อง ดำเนินคดีให้กับชาวนาใน3กรณีประกอบด้วย 1 กรณีที่ชาวนา ถูก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผิดนัดชำระหนี้ โดยต้องดำเนินการฟ้องร้องกับธ.ก.ส. ก่อนในฐานะลูกหนี้โดยตรง ฐานผิดนัดชำระหนี้เป็นจำเลยที่1 พร้อมทั้งฟ้องไปที่ตัวรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวการขายข้าว เป็นจำเลยที่2 ซึ่งเป็นผู้ดำเนินนโยบาย และสุดท้ายเป็นพรรคการเมือง เป็นจำเลยที่3เนื่องจาก ที่นำนโยบายนี้มาเสียงและเป็นผู้สนับสนุนในการกำหนดนโยบายการรับจำนำ“จะพิจารณาเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งก่อน เพื่อให้มีการจ่ายเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย ในอัตรา 7% รวมทั้งค่าเสียหายต่อเนื่อง โดยแล้วแต่ศาลจะใช้ดุลยพินิจเนื่องจากชาวนามีการกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน”ส่วนกรณีที่สอง คือการทำผิดสัญญารับจำนำข้าวคือ เกษตรกรได้รับใบประทวนไปแล้ว แต่เมื่อไปยื่นที่ธ.ก.ส. ทางธ.ก.ส.ปฏิเสธการรับใบประทวน โดยสามารถสั่งฟ้อง ธ.ก.ส. ให้รับจำนำ ได้ในฐานะที่ รัฐบาลใช้ธ.ก.ส.ให้เป็นคู่สัญญาส่วนกรณีที่สาม คือ มีชาวนาบางส่วนนำเข้าโครงการรับจำนำกับโรงสี แต่ไม่ได้รับใบประทวน แต่มีการออกใบเสร็ฐมาให้ก่อนอาจจะพิจารณาว่า จะเข้าข่ายยักยอกหรือฉ้อโกงหรือไม่ซึ่งปกรณีนี้ ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาทั้งนี้ในวันที่23ม.ค. นี้จะตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างทนายส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคเพื่อเร่งพิจารณาคดีของชาวนาแยกเป็นรายจังหวัด ตามสาขาที่ ธ.ก.ส. ตั้งอยู่ในแต่ละพื้นที่โดยคาดว่าจะยื่นฟ้องร้องเป็นคดีความต่อศาลได้ ในเวลาไม่เกิน2เดือน หรือเร็วกว่านี้ หากเอกสารของชาวนาพร้อมโดยจะเร่งทำคำร้องให้เร็วที่สุด โดยชาวนาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการฟ้องศาล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สภาทนายความช่วยชาวนาฟ้องรัฐ

  • ททท.ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยว

    ททท.ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยว

    นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมปรับกลยุทธ์การทำตลาดด้านโฆษณา ทั้งในและต่างประเทศใหม่เพิ่มเติมขึ้นจากแผนเดิม เบื้องต้นจะให้สำนักงานททท.ต่างประเทศทั้ง 27 แห่ง และททท.ทั้ง 4 ภูมิภาคในประเทศ จัดทำโฆษณา เพื่อเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเอง ไม่ต้องรอการตัดสินใจหลักจากททท.สำนักงานใหญ่ เนื่องจากมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และวิเคราะห์ศักยภาพของตลาดที่ตนเองดูแลอยู่ได้ดีกว่าขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวยังจะช่วยรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ ในอนาคต เพราะที่ผ่านมา ไทยเกิดวิกฤตต่าง ๆ ทั้งจากการชุมนุมทางการเมือง ภัยธรรมชาติ ที่แม้จะเกิดเพียงในบางพื้นที่ แต่นักท่องเที่ยวกลับมองว่า ประเทศไทยทั้งหมดไม่ปลอดภัย และมักจะชะลอ หรือตัดสินใจไม่เดินทางมาท่องเที่ยว แต่หากให้สำนักงานแต่ละแห่งดูแลการตลาดเอง จะสื่อสารกับนักท่องเที่ยว รวมทั้งแนะนำให้ไปท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น กรณีกรุงเทพฯ มีการชุมนุม แต่ตลาดอเมริกา ชื่นชอบทะเล ตลาดจีนชื่นชอบจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น“ปัจจุบัน ไทยมีความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมักจะเปลี่ยนเส้นทางไปประเทศอื่น ๆ แทน เช่น เหตุการณ์การชุนมุนทางการเมืองขณะนี้ ดังนั้น ททท.ต้องเร่งจัดทำแผนส่งเสริมการตลาด อาทิ การขายร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวการให้สำนักเจาะตลาดให้เหมาะสมด้วยตัวเอง และหากแผนกลยุทธ์ใหม่ใช้ได้ผลดีก็จะใช้เป็นแผนระยะยาวต่อไปด้วย”นอกจากนี้ ในแผนระยะสั้น ที่ต้องเร่งทำ คือททท.จะเข้ามาจัดทริปของเอเยนต์และสื่อมวลชนขนาดใหญ่ในรูปแบบทริปขนาดใหญ่ เพื่อลงเยี่ยมความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวในไทยทั้งที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง และพื้นที่ ๆ ไม่ได้รับผลกระทบ เพื่อแสดงให้เห็นจุดแข็งของประเทศ ที่ยังพร้อมรับนักท่องเที่ยวเหมือนเดิมนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาดททท. กล่าวว่า ททท. จะร่วมกับการบินไทยจัดโปรโมชั่นแผนเร่งด่วน โดยอัดโปรโมชั่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกคุ้มค่าและอยากมาเที่ยว ทั้งราคาตั๋วเครื่องบินราคาถูกเป็นพิเศษ ราคาทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวให้เมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสนใจกลับมาเที่ยวในภาวะเช่นนี้ โดยททท.และการบินไทยจะนำเนื้อหาประชุมครั้งนี้กลับไปจัดทำแผนก่อนขออนุมัติจากผู้บริหาร ซึ่งคาดว่าจะจัดสามารถดำเนินการแคมเปญนี้ได้ภายในสิ้นเดือนก.พ.นี้ เพราะหากช้ากว่านี้ จะสูญเสียโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยว