ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ปิดลบ 8.37   จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ปิดลบ 8.37 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่23 ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาด 29.43 จุดก่อนจะเริ่มฟื้นตัวได้แต่ยังแกว่งตัวในแดนลบตลอดทั้งวันโดยส่วนใหญ่เป็นแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารเนื่องจากยังคงกังวลกับสถานการณ์ทางการเมือง หลังการประกาศยึดอำนาจบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,375.41 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,397.29 จุด จนมาปิดตลาด 1,396.84 จุดลดลง 8.37 จุด หรือ 0.60% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 53,516.32 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ธ.กสิกรไทย                        ปิดที่ 189.00 บาท                 ลดลง 3.00 บาท 2.เอไอเอส                             ปิดที่ 233.00 บาท                 ลดลง 3.00 บาท 3.ธ.ไทยพาณิชย์                    ปิดที่ 157.50 บาท                  ลดลง 2.50 บาท 4.ธ.กรุงเทพ                            ปิดที่ 184.50 บาท                 ลดลง 1.00 บาท 5.ทอท.                                   ปิดที่ 185.50 บาท                 ลดลง 4.50 บาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ปิดลบ 8.37 จุด

  • ธนารักษ์จ่อเสนอยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาลใหม่

    ธนารักษ์จ่อเสนอยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาลใหม่

    นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยภายหลังงานสถาปนาครบรอบ 81 ปี กรมธนารักษ์ ว่า ขณะนี้ กรมฯเตรียมเสนอยุทธศาสตร์ของกรมต่อรัฐบาลใหม่ ทั้งการเร่งหารายได้เพิ่ม ซึ่งคาดว่าปีนี้จะสามารถนำส่งรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4,000 ล้านบาท และเตรียมยกระดับให้ไทยเป็นแหล่งผลิตเหรียญขายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน สอดรับกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เปิดให้มีการนำเงินไทยออกนอกประเทศได้มากขึ้น รวมถึงแก้กฎกระทรวงเพื่อเพิ่มจุดรับแลกเหรียญในพื้นที่อื่น เช่น ห้างสรรพสินค้า เนื่องจากทางกระทรวงการคลังไม่ต้องการให้ผลิตเหรียญเพิ่มทุกปี แต่ให้ใช้วิธีการบริหารจัดการเหรียญในระบบแทน นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดประมูลผู้รับเหมาโครงการบ้านผู้สูงอายุที่เชียงใหม่, การพัฒนาพื้นที่เรือนจำคลองเปรม 400 ไร่ สร้างศูนย์ราชการแห่งที่ 2 ซึ่งมีความคืบหน้ามากกว่า 50%, สำหรับที่ราชพัสดุของทหารที่เคยเป็นจุดที่ใช้ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ก็ยังไม่ได้มอบหมายให้ไปสร้างด้านอื่น สำหรับความคืบหน้าเรื่องการตั้งกองทุนเพื่อบริหารทรัพย์สินของประเทศ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 57 มีวงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ในแปลงที่มีศักยภาพเอามาให้เอกชนได้เช่าเพื่อหารายได้ ขณะนี้กรมบัญชีกลางกำลังร่างระเบียบการเบิกจ่ายเงิน หากแล้วเสร็จก็พร้อมที่จะโอนเงิน 1,000 ล้านบาท ให้กรมฯได้ทันที ขณะที่ การประกาศปรับราคาประเมินที่ดินอีก ว่า กรมฯได้ว่าจ้างเอกชนเข้าประเมินที่ดินเป็นรายปีเพื่อเก็บข้อมูล ส่วนข้อเสนอที่ให้ประกาศราคาประเมินจาก 4 ปีเหลือ 2 ปี ก็สามารถทำได้หากเป็นนโยบายระดับกระทรวง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธนารักษ์จ่อเสนอยุทธศาสตร์ต่อรัฐบาลใหม่

  • กบข.เชื่อนักลงทุนส่วนใหญ่ปรับตัวได้

    กบข.เชื่อนักลงทุนส่วนใหญ่ปรับตัวได้

    นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ภาคการลงทุน มองว่านักลงทุนทั้งในและต่างประเทศส่วนใหญ่ได้ปรับตัวเพื่อตอบรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นที่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้คาดการณ์แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยไว้แล้ว และแม้ว่าก่อนหน้านี้ดัชนีจะปรับตัวลดลงมามาก จากการเทขายหุ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีการช้อนซื้อกลับด้วย จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าการรัฐประหารครั้งนี้แตกต่างกับการปฏิวัติเมื่อปี 49 โดยสิ้นเชิง สำหรับ กบข. ได้ประเมินตั้งแต่กลางปี 56 แล้วว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยอาจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง จึงได้ปรับพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นไทยลดลงเรื่อย ๆ โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 11% หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากพอร์ตการลงทุนทั้งหมด 4.7 แสนล้านบาท โดยส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยประมาณ 62% ต่างชาติ 4-5%หุ้นต่างชาติ 14% อสังหาริมทรัพย์ 5-6% และส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง “4 เดือนแรกของปี 57 ผลตอบแทนจากการลงทุนของ กบข. เป็นบวกในระดับที่น่าพอใจ โดยทั้งปีตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิก กบข. ให้สูงกว่าระดับอัตราเงินเฟ้อ 2-3% โดยปัจจุบันอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ราว 2% กว่า ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าปีนี้ผลตอบแทนของสมาชิก กบข. จะอยู่ที่ 5-6%”  อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐประหาร ยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น คงต้องมาติดตามสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปัญหาความขัดแย้งทุกอย่างจะยุติลงหรือไม่ ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิต เรทติ้ง) ของประเทศ แต่เชื่อว่าจะเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหลังจากนี้จะมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งจะทำให้ระบบต่าง ๆ เดินหน้าได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กบข. พร้อมจะระมัดระวังการลงทุน เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยง ซึ่งกลยุทธ์เบื้องต้นคือจะกระจายการลงทุนออกไปในหลายกลุ่ม หลายรูปแบบ โดยเฉพาะในปี 57 นี้ เนื่องจากมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กบข.เชื่อนักลงทุนส่วนใหญ่ปรับตัวได้