ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ค. ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงต่อเนื่อง และแกว่งตัวแดนลบในกรอบแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลกับสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความแน่นอนสูง และคาดว่าจะมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,379.27 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,369.63 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,375.14 จุด ลดลง 2.23 จุด หรือ 0.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 27,943.42ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.เอไอเอส ปิดที่ 232.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 2.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 184.50 บาท ลดลง 2.00 บาท 3.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 11.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท 4.อิชิตัน ปิดที่ 20.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท 5.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 188.00 บาท ลดลง 1.00บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 พฤษภาคม 2257 ปิดลบ 2.23 จุด
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 พฤษภาคม 2257 ปิดลบ 2.23 จุด
-

จี้รฟม.วางแผนทำโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ไปเร่งรัดแนวทางการบริหารจัดการและการให้บริการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและสายใหม่ที่อยู่ในความดูแลของรฟม.ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดได้ทันกับแผนการก่อสร้างงานโยธา พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบการลงทุนและการจัดหาระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อฐานะการเงินของรฟม.ในระยะยาว และไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการมาตรการต่างๆที่ช่วยส่งเสริมประชาชนหันมาเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนทางรางเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งนี้งานก่อสร้างในส่วนต่อขยายของโครงการต่างๆรฟม.ควรสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บุคลากรของรฟม.อย่างเป็นระบบและจริงจังเพื่อเป็นการวางแผน และเตรียมความพร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องของประเทศต่อไปในระยะยาว ขณะเดียวกัน รฟม.ควรคำนึงถึงความสำคัญของการกำหนดมาตรการทางด้านความปลอดภัยจากการใช้บริการระบบรถไฟฟ้าเพื่อให้สถานีรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่ปลอดภัยและปลอดจากเหตุอาชญากรรม 100% ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งให้ รฟม. กำหนดแนวคิดพัฒนาสถานีรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยายและรถไฟฟ้าสายใหม่ในลักษณะเป็นศูนย์กลางทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะช่วยรองรับและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของประชาชนรวมทั้งการเกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีซึ่งจะช่วยรองรับการพัฒนาเมืองให้มีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังได้นำเสนอผลการดำเนินงานของรฟม. ในปีงบประมาณ 56 ให้ที่ประชุมครม. รับทราบ พบว่า ในปี 56 รฟม.มีกำไรสุทธิ 15,122.58 ล้านบาท โยมีรายได้รวม 18,504.87 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายรวม 2,574.54 ล้านบาท และมีค่าดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อก่อสร้างงานโยธา (สายเฉลิมรัชมงคล) 807.76 ล้านบาท ขณะเดียวกันในปี 56 รฟม.มีผู้โดยสารเฉลี่ย 231,000 แสนคนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.10% โดยจากการสำรวจพบว่า ผู้โดยสารกว่า 95.30% มีความพึงพอใจในการให้บริการลดลงจาก 98% ในปี 55 และมีตัวเลขการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ให้บริการรถไฟฟ้า 0.0201 ครั้งต่อผู้โดยสาร 100,000 คนต่อวัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้รฟม.วางแผนทำโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ -

ชัชชาติจี้ซ่อมถนน-สะพานเสร็จใน 60 วัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเสียหายของทางหลวงและสะพานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 4 จุด จึงได้เร่งรัดให้กรมทางหลวงปรับปรุงเส้นทางเสียหายให้กลับมาใช้งานให้ได้ตามปกติภายใน 60 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ใช้เส้นทางทั้งนี้เส้นทางสะพานลอยคนเดินข้ามบนทางหลวง 1กม.905+400 หน้าโรงเรียนธารทองวิทยา บ้านป่ารวก ขณะนี้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานพิจิตรได้ดำเนินการดึงสลิงเพื่อไม่ให้คานและเสาตอม่อเคลื่อนตัว และต่อจากนี้จะดำเนินการยกคานสะพานออกเพื่อปรับแก้แนวเสาตอม่อให้เข้าที่ในวันที่15 พ.ค. และดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จไม่เกิน 30 วัน ส่วนสะพานข้ามแม่น้าลาวทางหลวง1 กม.906+300 ตอนนี้แขวงฯ เชียงรายที่ 1 ได้ดำเนินการปรับผิวสะพานและรอยต่อให้เรียบโดยใช้แอสฟัลท์เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และได้จำกัดน้ำหนักรถบรรทุกให้ใช้ทางได้ไม่เกิน21 ตัน โดยการซ่อมสะพาน ทางศูนย์สะพานพิจิตรจะดำเนินการปรับปรุงเสร็จไม่เกิน 60วันส่วนทางหลวง 118 เชียงใหม่ -เชียงราย กม.141บ้านโป่งฟูเฟือง แขวงฯ เชียงรายที่ 1ได้ซ่อมผิวจราจรที่มีรอยแตกแล้ว และเปิดการจราจรได้เรียบร้อยแต่ได้ติดตั้งป้ายเตือนให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วเมื่อวิ่งผ่านพื้นที่ดังกล่าวส่วนทางหลวง 118 เชียงใหม่ – เชียงราย กม.151 บ้านห้วยส้านยาว ในส่วนของโครงสร้างทางที่ได้รับความเสียหายทางศูนย์ลำปางได้ซ่อมแซม ก่อสร้างให้ระดับผิวทางมาใกล้เคียงกับระดับเดิม คาดจะเเล้วเสร็จใน7 วัน และสามารถเปิดการจราจรปกติได้ ส่วนการบูรณะคืนสู่สภาพเดิมจะทำการก่อสร้างเปลี่ยนแนวให้คันทางเข้าไปชิดด้านเขาด้านซ้ายหากวิ่งมาจากเชียงใหม่เพื่อป้องกันการพังทลายอีกครั้ง และจะก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 60 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชัชชาติจี้ซ่อมถนน-สะพานเสร็จใน 60 วัน