นายดิเรกลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า เรกูเลเตอร์ได้มีมติเห็นชอบการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)งวดเดือนพ.ค. – ส.ค. 57 ปรับเพิ่มขึ้น10 สตางต์ต่อหน่วย เนื่องจากการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนประมาณ 2,003 ล้านหน่วย เป็น 40,656 ล้านหน่วย และราคาก๊าซฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9.11 บาทต่อล้านบีทียู จาก 316.88 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 325.99 บาทต่อล้านบีทียู ขณะที่การผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันเตามีต้นทุนเพิ่มขึ้น 246 ล้านบาทอัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลง 0.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้ค่าไฟปรับเพิ่มขึ้น แต่ต่ำกว่าต้นทุนที่คำนวณได้จะต้องเพิ่มขึ้น 13.94 สตางค์ต่อหน่วย เพราะต้องการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนส่งผลให้ค่าเอฟที จะอยู่ที่ 69 สตางค์ต่อหน่วยเมื่อรวมกับค่าไฟฐานอยู่ที่ 3.27 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟงวดพ.ค. – ส.ค. จะอยู่ที่ 3.96 บาทต่อหน่วยโดยยอมรับว่า เป็นอัตราค่าไฟที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ “เอฟทีงวดนี้จะต้องขึ้น 13.94 สตางค์ต่อหน่วยหรือเอฟทีจะปรับขึ้นจาก59สตางค์ต่อหน่วยไปอยู่ที่ 72.94สตางค์ต่อหน่วยแต่ได้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)รับภาระไว้3.94สตางค์ต่อหน่วยส่คิดเป็นเงิน 2,247 ล้านบาท โดยจะนำส่วนนี้ไปเกลี่ยในงวดถัดไปซึ่งงวดหน้าในเดือน ก.ย. – ธ.ค. มีโอกาสที่ค่าเอฟทีจะปรับขึ้น อีก แต่คาดว่าจะไม่มากเท่างวดนี้ เพราะเชื่อว่า ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นส่วนงวดนี้ที่ปรับสูงถึง 10 สตางค์ต่อเนื่อง จากงวดก่อนม.ค. – เม.ย. ปรับแค่ 5 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากงวดที่ผ่านมามีการคำนวณให้กฟผ.แบกรับต้นทุนประมาณ900 กว่าล้านบาท แต่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากประกอบกับค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟเพิ่มขึ้น จึงทำให้กฟผ. ต้องแบกรับต้นทุนถึง 3,800 ล้านบาท “นายดิเรกกล่าว นายชิษณุพงศ์รุ่งโรจงามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) กล่าวว่า วันที่ 1 พ.ค.นี้ ราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนจะปรับขึ้นอีก 50 สตางค์ต่อกิโลกรัมส่งผลให้ราคาแอลพีจีครัวเรือนมีการปรับขึ้นแล้วรวม 4.50 บาทต่อ กก.ส่งผลให้ราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน จะอยู่ที่ 22.63 บาทต่อกก.ขณะที่ราคาแอลพีจีภาคขนส่ง ยังตรึงราคาอยู่ที่ 21.38 บาทต่อกก.ทำให้ราคาแอลพีจีครัวเรือนสูงกว่าขนส่งถึง 1.25 บาทต่อกก. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัจจุบันการคำนวณค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้า เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือนประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1. ค่าไฟฟ้าฐานปัจจุบันอยู่ที่ 3.27 บาทต่อหน่วย ในส่วนนี้ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง 2. ค่าเอฟที หรือที่เรียกว่า ค่าไฟฟ้าผันแปรคือ การลอยค่าของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่นราคาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา, อัตราเงินเฟ้อ,อัตราแลกเปลี่ยน หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 1บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะกระทบต่อการคำนวณค่าเอฟทีประมาณ 5.6 สตางค์ต่อหน่วย , ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ซึ่งทางเรกูเลเตอร์ จะนำมาใช้คำนวณทุก ๆ 4 เดือนเพื่อกำหนดเป็นค่าเอฟทีของแต่ละงวด 1 ปี มี 3 งวด คือ ม.ค. – เม.ย. , พ.ค. – ส.ค. , ก.ย. – ธ.ค. 3. ภาษีมูลค่าเพิ่มค่าเอฟที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข่าวร้ายรับวันแรงงานค่าไฟ- แอลพีจีขึ้นยกแผง
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ข่าวร้ายรับวันแรงงานค่าไฟ- แอลพีจีขึ้นยกแผง
-

พิษการเมือง-ศก.ตัวเลขว่างงานเพิ่ม
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า จำนวนผู้ว่างงานในไตรมาส1/57 ที่เพิ่มขึ้นมามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 344,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 28.2% หรือประมาณ 75,700 คน จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 269,000 คนต่อเดือน ทำให้อัตราการว่างงานเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ 0.9% หากเทียบกับช่วงเดียกวันของปีก่อนอยู่ที่ 0.7% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ประกอบกับ ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้ภาคเกษตรกรรม(ซึ่งเคยเป็นสาขาที่มีการจ้างงานสูงที่สุด) ไม่สามารถดูดซับแรงงานส่วนเกินได้มากนัก ดังนั้นคาดว่าอัตราการว่างงานในปีนี้อาจขยับขึ้นมาที่0.8% จากกรอบคาดการณ์ในช่วง 0.7-1.0% ขณะที่ปี 56 อยู่ที่ 0.7% โดยจำนวนผู้ว่างงานอาจปรับขึ้นมาที่320,000 คนต่อเดือน จากกรอบ 290,000-380,000 คน จากปี 56 อยู่ที่282,000 คน “ ความตึงตัวของตลาดแรงงานไทยยังมีอยู่โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานพื้นฐาน คืองานสกปรก งานยาก และงานอันตราย รวมถึงงานที่ไม่ต้องการทักษะที่ซับซ้อนมากนักในภาคบริการเช่น งานแม่บ้าน และงานบริกร เป็นต้น และกลุ่มแรงงานกึ่งทักษะที่มีความรู้ในสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีรวมทั้งกลุ่มแรงงานทักษะสาขาวิชาชีพเฉพาะที่น่าจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเพิ่มมากขึ้นเช่นกันขณะที่ระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานปริญญาตรีในสาขามนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด อาจเผชิญปัญหาความยากลำบากในการหางานทำเนื่องจากมีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนมากเมื่อเทียบกับตำแหน่งงาน” นอกจากนี้เห็นว่า ในระยะยาวโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและผลิตภาพแรงงานเป็นโจทย์สำคัญที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งวางแนวทางแก้ไขเพื่อเพิ่มแต้มต่อและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่อาจเข้มข้นมากขึ้นในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 สำหรับผลิตภาพแรงงานไทยหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพตลาดแรงงานใกล้เคียงกันนั้น ไทยด้อยทักษะด้าน ภาษาต่างประเทศการใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และ สภาพแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วทำให้การพัฒนาทักษะแรงงานเทคโนโลยีในหลายๆ สาขาอุตสาหกรรมไม่มีความต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมือง-ศก.ตัวเลขว่างงานเพิ่ม -

หุ้นไทยปิดบวก 2.61 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นจึงทะยานขึ้นสูงสุดที่1,419.38 จุด ในภาคเช้า โดยตลอดทั้งวันดัชนีเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในแดนบวก เป็นไปตามทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค ซึ่งกลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นสูง แต่นักลงทุนยังระมัดระวังการลงทุนเนื่องจากใกล้จะถึงช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,419.38 จุด และ ลดลงต่ำสุด 1,412.64 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,414.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.61 จุด หรือ 0.18% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30,798.71 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 313.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท 2.อิชิตัน ปิดที่ 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 3.ไอวีแอล ปิดที่ 23.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท 4. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50บาท 5.ปูนซิเมนต์ไทย ปิดที่ 434.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยปิดบวก 2.61 จุด