ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • คลังหวั่นรีดภาษีได้ต่ำกว่าแสนล้าน

    คลังหวั่นรีดภาษีได้ต่ำกว่าแสนล้าน

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ จากการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร ศุลกากร และกรมสรรพสามิต คาดว่าการจัดเก็บรายได้ในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท  ซึ่งกระทรวงการคลังเองจะติดตามเรื่องการจัดเก็บรายได้กับกรมภาษีทั้ง 3 แห่งทุกสัปดาห์พร้อมทั้งนัดประชุมอธิบดีกรมภาษีทุกเดือนทั้งนี้การประเมินรายได้ทั้งปีนั้นคงต้องติดตามการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลรอบการเสียของปี 56 ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ประเมินเบื้องต้นคิดว่าจะไม่ปรับลดลงจากเป้าหมาย เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทเอกชนในช่วงปี 56 อยู่ในระดับที่ดีส่วนการจัดทำงบประมาณประจำปี 58 ในส่วนของรายได้ที่กระทรวงการคลังต้องประเมินเป้าหมายจัดเก็บนั้น ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดทำเป้าหมายรายได้ให้สูงกว่าเป้าหมายในปีงบ 57 ที่กำหนไว้ 2.275 ล้านล้านบาทได้หรือไม่ เพราะต้องรอใช้ตัวเลขการจัดเก็บจริงในปีงบ 57 เป็นฐานกำหนดเป้าหมาย โดยเป้าหมายรายได้จะเพิ่มขึ้นตามประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งการจัดเก็บรายได้ล่าสุด รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งยังพอมีเวลา เพราะต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาตัดสินใจด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณที่กำหนดไว้ 2.275 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขจัดเก็บที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงการประเมินภายในของกระทรวง ปัจจัยหลักที่ทำให้จัดเก็บรายได้ลดลง มาจากปัญหาการเมืองที่ทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมภาษีลดลงมาก ซึ่งหากปัญหาการเมืองจบได้ภายในไตรมาส 3 จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้มากกว่า 2.6%  การจัดเก็บรายได้อาจไม่ต่ำกว่าเป้าถึง 100,000 ล้านบาท แต่ถ้าการเมืองลากยากไปกว่าไตรมาส 3 และทำให้เศรษฐกิจโตได้น้อยกว่า 2.6%  อาจทำให้การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายมากกว่า 100,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังหวั่นรีดภาษีได้ต่ำกว่าแสนล้าน

  • คลังหวั่นรีดภาษีได้ตำ่กว่าแสนล้าน

    คลังหวั่นรีดภาษีได้ตำ่กว่าแสนล้าน

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ จากการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ 3 กรมภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร ศุลกากร และกรมสรรพสามิต คาดว่าการจัดเก็บรายได้ในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท  ซึ่งกระทรวงการคลังเองจะติดตามเรื่องการจัดเก็บรายได้กับกรมภาษีทั้ง 3 แห่งทุกสัปดาห์พร้อมทั้งนัดประชุมอธิบดีกรมภาษีทุกเดือน ทั้งนี้การประเมินรายได้ทั้งปีนั้นคงต้องติดตามการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลรอบการเสียของปี 56 ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ประเมินเบื้องต้นคิดว่าจะไม่ปรับลดลงจากเป้าหมาย เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทเอกชนในช่วงปี 56 อยู่ในระดับที่ดี ส่วนการจัดทำงบประมาณประจำปี 58 ในส่วนของรายได้ที่กระทรวงการคลังต้องประเมินเป้าหมายจัดเก็บนั้น ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดทำเป้าหมายรายได้ให้สูงกว่าเป้าหมายในปีงบ 57 ที่กำหนไว้ 2.275 ล้านล้านบาทได้หรือไม่ เพราะต้องรอใช้ตัวเลขการจัดเก็บจริงในปีงบ 57 เป็นฐานกำหนดเป้าหมาย โดยเป้าหมายรายได้จะเพิ่มขึ้นตามประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งการจัดเก็บรายได้ล่าสุด รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งยังพอมีเวลา เพราะต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาตัดสินใจ ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณที่กำหนดไว้ 2.275 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขจัดเก็บที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงการประเมินภายในของกระทรวง ปัจจัยหลักที่ทำให้จัดเก็บรายได้ลดลง มาจากปัญหาการเมืองที่ทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมภาษีลดลงมาก ซึ่งหากปัญหาการเมืองจบได้ภายในไตรมาส 3 จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้มากกว่า 2.6%  การจัดเก็บรายได้อาจไม่ต่ำกว่าเป้าถึง 100,000 ล้านบาท แต่ถ้าการเมืองลากยากไปกว่าไตรมาส 3 และทำให้เศรษฐกิจโตได้น้อยกว่า 2.6%  อาจทำให้การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายมากกว่า 100,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังหวั่นรีดภาษีได้ตำ่กว่าแสนล้าน

  • ธอส.โอดปล่อยกู้ต่ำกว่าเป้าหมาย

    ธอส.โอดปล่อยกู้ต่ำกว่าเป้าหมาย

    นายประสิทธิ์สืบชนะ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ช่วง 3 เดือนแรก ปี 57ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เพียง 29,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 33,000 ล้านบาทเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาการเมืองที่ยังไม่คลี่คลาย แต่ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารทำงานกันอย่างเต็มที่โดยคงเป้าหมายสัดส่วนสินเชื่อปล่อยใหม่ในปีนี้ไว้ที่ 130,000 ล้านบาท และคงเป้าหมายผลกำไรสุทธิในปีนี้ไว้ที่ 8,400ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายปี 56 ที่ 8,100ล้านบาท สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ช่วง 3 เดือนแรกนั้น พบว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสุทธิอีกประมาณ 1,900 ล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วน6.25% ยอดสินเชื่อคงค้าง จากสิ้นปี 56 ที่เอ็นพีแอลรวมอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท หรือประมาณ 6.12% ซึ่งได้กำชับให้มีการติดตามลูกหนี้ที่มีปัญหาแล้วนอกจากนี้ ในปีนี้ ธอส.ยังคงแผนตั้งเป้าหมายตัดเอ็นพีแอลขายทิ้งอีก 10,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ขายได้ 8,000 ล้านบาทโดยส่วนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการบริษัท เพราะได้ตั้งสำรองหนี้สูญไว้หมดแล้วและหนี้ส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นในช่วงปี 40 นายประสิทธิ์กล่าวว่า ปี 57 ธอส.ตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากเพิ่ม37,000 ล้านบาท โดยเน้นไปที่รายย่อยมากขึ้นเนื่องจากเป็นแหล่งเงินที่มีต้นทุนต่ำส่งผลให้ยอดเงินฝากรวมในปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 620,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 590,000 ล้านบาทส่วนแผนดำเนินการภาพรวมตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นไปจะเน้นประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วใช้เวลาอนุมัติเงินกู้ลดลงจากปัจจุบันที่ดำเนินการเสร็จภายใน 5 วันโดยเป้าหมายที่ต้องการคือสามารถอนุมัติได้ภายใน 1 วัน เพื่อให้ประชาชนพอใจมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตามมติคณะกรรมการที่เสนอจ่ายโบนัสให้7 เดือนไปยังกระทรวงการคลังถือเป็นการให้โบนัสที่สูงสุดของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ(แบงก์รัฐ)นั้น มองว่า การเสนอจ่ายโบนัสดังกล่าวเป็นไปตามผลประกอบการ ที่ปี 56 ธนาคารมีกำไรถึง  8,188 ล้านบาทประกอบการได้คะแนนจากการประเมินจากระบบประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจในระดับถึง 4.6735 จากคะแนนเต็ม 5 ซึ่งหากได้คะแนนได้เกินกว่า4.5 สามารถเสนอได้ถึง 7 เดือนถ้าเต็ม 5 สามารถเสนอโบนัสได้ถึง 8 เดือน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธอส.โอดปล่อยกู้ต่ำกว่าเป้าหมาย