ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • โกลเด้นแลนด์โละขายที่ดินโปะหนี้

    โกลเด้นแลนด์โละขายที่ดินโปะหนี้

    นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้ บริษัทจะขายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมด 6 รายการรวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ขายไปแล้ว 2 รายการรวม 1,180 ล้านบาท คาดว่าภายในปีนี้จะขายได้ทั้งหมด และนำเงินที่ได้ไปชำระหนี้ เพื่อลดต้นทุนทางการเงินลง พร้อมทั้งลงทุนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานให้เช่า เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ พระราม 4 รวมมูลค่า 5,000ล้านบาท และมีความเป็นไปได้ที่จะพลิกฟื้นจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้ จากปัจจุบันที่มีหนี้อยู่ 3,400 ล้านบาท และขาดทุนสะสมอยู่ 1,500 ล้านบาท โดยปีนี้ยังคงพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์เป็นหลัก คาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 1,900 ล้านบาท“ปีนี้ บริษัทเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ จึงขายที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลักออกไป เพราะเห็นว่าการเก็บที่ดินเปล่าไว้เป็นความเสี่ยงมากกว่า ยิ่งโดยเฉพาะในภาวะการเมืองปัจจุบันนี้ และยังคงดำเนินกิจการตามแผนบันไดทอง 3 ขั้น เพื่อพลิกฟื้นมาเป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยวางเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ด้วยการพัฒนาโครงการแนวราบ และอาคารสำนักงานให้เช่าเป็นหลักเท่านั้น"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โกลเด้นแลนด์โละขายที่ดินโปะหนี้

  • ส่งออกไตรมาสแรกประเดิมติดลบ 1%

    ส่งออกไตรมาสแรกประเดิมติดลบ 1%

    นางศรีรัตน์รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดส่งออกไทยในเดือน มี.ค. 57 อยู่ที่  19,940.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.12%  ซึ่งขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 เดือน  เมื่อรวมไตรมาสแรก (ม.ค. – มี.ค. 57) มีมูลค่า 56,211.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 1%   ขณะที่การนำเข้าเดือนมี.ค. 57 มีมูลค่า 18,480.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 14.19%  และเมื่อไตรมาสแรก มูลค่าอยู่ที่ 55,505.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 15.41%   ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศ เดือน มี.ค. เกินดุลรวม 1,459.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไตรมาสแรก เกินดุลรวม706.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าแม้ไตรมาสแรกการส่งออกยังติดลบ1% แต่ทั้งปี57 การส่งออกไทยน่าจะกลับมาขยายตัวได้ในระดับ 5% แต่ต้องอยู่ในสมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกขยายตัว3.6-3.7% อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่31.5 บาทต่อเหรียญฯ (ปัจจุบันอยู่ที่ 32.7 บาทต่อเหรียญฯ) “การส่งออกไทยในไตรมาสที่2 คาดว่าจะสามารถตัวในระดับ 4-4.5% โดยมีปัจจัยที่น่าจับตามมองคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, การคลี่คลายของปัญหาการระบาดของโรคกุ้งทะเลตายด่วน(อีเอ็มเอส), ความไม่แน่นอนของปัญหาการเมืองในประเทศ,ปัญหาภัยแล้ง,สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน, การตัดสิทธิพิเศษทางภาษี(จีเอสพี) สินค้าไทยของสหรัฐ และความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยที่ลดลง” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกไตรมาสแรกประเดิมติดลบ 1%

  • ธปท.สั่งแบงก์ชี้แจงลูกค้ากรณียินยอมเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว

    ธปท.สั่งแบงก์ชี้แจงลูกค้ากรณียินยอมเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว

    นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังหารือกับธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ไทย ในการดูแลลูกค้าภายหลังการขายประกัน และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่า ธปท.ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบในกรณีที่ลงนาม หรือเซ็นยินยอมเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เมื่อมีการนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้กับบริษัทในเครือ เพื่อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆภายหลัง เช่น ประกันชีวิต ประกันวินาศภัย บัตรเครดิต และสินเชื่ออื่นๆ เป็นต้น ส่วนกรณีที่มีการแจ้งมาว่า ธนาคารพาณิชย์บังคับให้ลูกค้าทำประกันภัย วินาศภัย ประกันชีวิต  เมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้าน รถยนต์ หรือสินเชื่อเอสเอ็มอี  ธปท.ยืนยันว่า ห้ามมีการบังคับขายไม่ว่ากรณีใดใดทั้งสิ้น แต่อาจมีบางกรณีหากลูกค้าไม่ทำประกันกับธนาคารอาจมีผลในเรื่องของการพิจารณาสินเชื่อได้ เนื่องจากการนำเสนอให้ทำประกัน เพราะธนาคารต้องลดความเสี่ยงของหนี้ที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย รวมถึงกรณีที่ลูกค้าเกิดเสียชีวิตกระทันหัน อาจมีข้อตกลงร่วมกันในกรณีอื่นๆของหนี้สินด้วย นอกจากนี้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เตรียมเสนอร่าง พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสภาฯพิจารณาทันที หากสามารถเปิดที่ประชุมสภาฯได้ ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาในส่วนของข้อบังคับต่างๆ รวมถึงบทลงโทษหากมีการนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา  คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทผู้ที่ทำหน้าที่นายหน้าขายประกัน ธนาคารพาณิชย์จะมีความระมัดระวังในการนำข้อมูลมาใช้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์จะต้องเร่งดำเนินการจัดทำข้อมูลในการปฏิบัติกับลูกค้าภายหลังการขายประกันเรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับสาขาและผู้บริโภค “ที่มีปัญหามากขณะนี้คือพวก คลอสเซลหรือ การที่ธนาคารนำข้อมูลลูกค้าให้บริษัทในเครือ หรือฝ่ายสินเชื่ออื่น เพื่อโทรหาลูกค้าเพื่อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมาชัดเจนว่าต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า ซึ่งบางครั้งลูกค้าอาจไม่รู้ เพราะไม่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ แต่หลังจากนี้ไปจะต้องไม่มีกรณีนี้แล้ว แบงก์จะต้องชี้แจงการยินยอมต่งๆ และลูกค้าจะรับทราบว่าหลังจากสามารถยินยอมเปิดข้อมูล ลูกค้าจะได้รับการบริการอย่างไรบ้างจากแบงก์ ซึ่งหากมีการยินยอมไปแล้ว ลูกค้าไม่พอใจสามารถบอกเลิกความยินยอมการเปิดเผยข้อมูลได้ทันที”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.สั่งแบงก์ชี้แจงลูกค้ากรณียินยอมเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว