นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เข้มงวดการสำแดงรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันและให้การจัดเก็บภาษีสอดคล้องกับความเป็นจริง โดยเฉพาะในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าลงค่อนข้างมาก อาจทำให้ผู้ประกอบการนำเข้าบางรายสำแดงราคาไม่ตรง เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงทั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมือง และปัญหางินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าให้ลดลงอย่างมาก เพราะผู้นำเข้าต้องเสียภาษีมากขึ้น โดยเฉพาะรถหรูนำเข้าราคาแพง ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนมากที่สุด เพราะหากคิดเงินบาทที่อ่อนค่าลงมา 2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้รถยนต์นำเข้าที่สำแดงราคาคันละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3 ล้านบาท จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นอีก 700,000 บาท จากเดิมที่เคยเสีย อย่างไรก็ดี ภาษีนำเข้ารถยนต์นั้น จะรวมทั้งภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็น 320% ของราคาสำแดงนำเข้าปัจจุบันผู้ประกอบการนำเข้า ได้เปิดเขตปลอดอากร ด้วยการนำเข้าสินค้าเข้ามาพักไว้ในเขตปลอดอากรที่ยังไม่ต้องเสียภาษี จนกว่าจะนำสินค้าออกมาขาย ซึ่งกรมศุลกากรให้พักสินค้าไว้ในเขตปลอดอากรได้ไม่เกิน 1 ปี ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการรถหรูนำเข้าบางรายได้ชะลอการนำเข้า โดยนำรถไว้ในเขตปลอดอากรเพื่อให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น จะได้เสียภาษีน้อยลง ถือเป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ทำให้ช่วงที่ผ่านมา การนำเข้ารถหรูลดลง กระทบต่อการเก็บภาษีของกรมศุลกากรลดลงด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมศุลกากรตรวจเข้มสำแดงรถหรูนำเข้า
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

กรมศุลกากรตรวจเข้มสำแดงรถหรูนำเข้า
-

ข้าวราคาร่วง30สตางค์
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาการซื้อขายข้าว ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟท)ว่า ขณะนี้ราคาข้าวขาว 5% ในตลาดอยู่ในระดับ 11-12 บาทต่อกก. ซึ่งปรับลดลง 30 สต.ต่อกก. ส่วนหนึ่งมาจากเอกชนไทยไม่สามารถชนะประมูลข้าวในตลาดฟิลิปปินส์ 800,000 ตัน จึงเกิดความกังวลใจต่อเอกชน ที่จะยื่นซองประมูลข้าวในสต็อกของรัฐบาลได้ โดยเฉพาะการเปิดประมูลข้าวเอเฟทครั้งที่ 10ในวันที่ 23 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการต่อรองราคา จะพิจารณาราคาไม่ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเกินไป“เชื่อว่าเรื่องราคาข้าวที่ตกลง น่าจะเป็นแค่ช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น หากเป็นช่วงที่ราคาไม่ดี เราอาจลดจำนวนข้าวที่เปิดประมูลลง เพื่อรักษามาตรฐานการขายข้าวแต่ก็เชื่อว่าราคาข้าวจะเริ่มดีขึ้นได้ หลังจากนี้อีกไม่นาน เพราะมีหลายประเทศสนใจจะมาซื้อข้าวไทย แต่จะเป็นสัดส่วนเท่าใดนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เชื่อว่าราคาข้าวไทยยังมีราคาสูง”อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศ ได้รายงานข่าวดีเกี่ยวกับราคาข้าวของไทยมาว่า อาจจะมีแนวโน้มสูงขึ้นได้อีกช่วงเดือน พ.ค.เนื่องจากมีหลายประเทศให้ความสนใจข้าวไทย เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง แอฟริกา เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งใช่วงเวลาดังกล่าว จะมีการเจรจาซื้อข้าวของไทยทั้งนี้ ที่ประชุมเอเฟท ยังไม่ปรับหลักเกณฑ์การประมูลข้าวในตลาดเอเฟท และยืนยันว่าการอนุมัติขายข้าวในแต่ละครั้ง แม้จะมีปริมาณไม่มาก แต่จะต่อรองราคาให้ได้ในราคาดีที่สุด อิงราคาตลาด เพื่อนำเงินจากการขายข้าวคืนให้กับชาวนาต่อไปอย่างไรก็ตามในวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะเปิดประมูลข้าวผ่านตลาดเอเฟท ครั้งที่10จำนวน 212,000 ตัน เป็นข้าวหอมมะลิกว่า 50,000 ตัน และข้าวขาว 5% จำนวน 160,000 ตัน โดยเชื่อว่าจะระบายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าระบายผ่านเอเฟทต่อไปตลอดจนถึงสิ้นปี 57 ตามเดิม นอกจากนี้จากการเปิดประมูลผ่านเอเฟททั้ง 9 ครั้งที่ผ่านมา อนุมัติขายข้าวแล้วทั้งสิ้น 547,000ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข้าวราคาร่วง30สตางค์ -

เปิดตัวแอร์เอเชียเอ็กซ์
นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวสายการบินใหม่ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัด (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ระยะไกลแห่งแรกของไทย ซึ่งจะเริ่มเปิดบริการเที่ยวบินประจำเส้นทางแรก กรุงเทพฯ-อินซอน (เกาหลีใต้) เปิดให้จองตั๋ววันแรก วันที่ 23 เมษายน นี้หลังเวลา 24.00 น.ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ330-300 และ ในเดือนก.ค.-ส.ค. นี้ จะเปิดอีก 2 เส้นทางใหม่ไปญี่ปุ่นคือ กรุงเทพฯ-โตเกียว และ กรุงเทพฯ-โ อซาก้า“ที่เลือกเกาหลีและญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากอีกทั้งคนไทยยังไม่ต้องขอวีซ่าด้วยโดยสถิตินักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางมาท่องเที่ยวไทยปีที่ผ่านมาสูงถึง 1.3 ล้านคน ขณะที่คนไทยเดินทางออกไปถึงปีละ 400,000คนส่วนญี่ปุ่นกำลังเป็นกระแสฮิตอยู่ในตอนนี้จึงคาดว่าปีแรกบริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทและมีอัตราผู้โดยสารสูงกว่า 80% ส่วนราคาตั๋วโดยสารจะถูกกว่าราคาทั่วไป 15-20% พร้อมกับมีโปรโมชั่นเริ่มต้น1,999 บาท/เที่ยว ถึง 5,000 ที่นั่งด้วย”ส่วนแผนงานอนาคต อาจจะพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินไปยังเส้นทางที่มีระยะทางบิน4-9 ชั่วโมง เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย จีน รัสเซีย ตะวันออกกลางรวมถึงยุโรปบางประเทศได้ สำหรับแผนการทำตลาดจะร่วมกับไทย แอร์ เอเชียจัดแคมเปญเชื่อมโยงการเดินทางของผู้โดยสารด้วยกัน รวมทั้งจะทำแผนประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วยนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน ไทย แอร์เอเชีย กล่าวว่า ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาทโดยมีตนเองถือหุ้น 41% นายทอม เครือโสภณ 10% และ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ อีก 49% โดยการบริหารงานจะแยกงบบัญชีออกจากกันอย่างชัดเจนโดยทั้งสองสายการบินจะมีเส้นทางบินแตกต่างกันไม่ได้แข่งขันกันเอง ส่วนแนวโน้มธุรกิจการบินไตรมาสแรกปีนี้ถือว่าทรงตัว มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเหลือ 80% ลดลงจากปีก่อนที่มีถึง86% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเมืองแต่เชื่อว่าหากสถานการณ์คลี่คลายแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นได้ครึ่งปีหลัง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดตัวแอร์เอเชียเอ็กซ์