รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า ผู้ประกอบการไทยที่มีคู่ค้าเป็นธุรกิจในจีนควรจับตาความสามารถในการชำระเงินของคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยหากพบสัญญาณผิดปกติด้านเครดิต ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาปรับนโยบายการให้เครดิตการค้าตามความเหมาะสม และผู้ส่งออกจากไทยไปยังจีนควรเฝ้าระวังความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินในภูมิภาค เป็นผลมาจากความผันผวนของเงินหยวนที่มากขึ้นในปีนี้จากนโยบายปฏิรูปกลไกอัตราแลกเปลี่ยนของรัฐบาลจีน โดยผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาทำสัญญาฟอร์เวิล์ด และเฮดจิ้ง เพื่อป้องกันการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากผลกระทบของความผันผวนของค่าเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ สำหรับเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 1/57 ขยายตัว 7.4% ซึ่งสูงกว่าความคาดหมายของตลาด แต่ไม่ได้เป็นสัญญาณในเชิงบวกมากนัก เนื่องจากเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 4/56 ที่เติบโต 7.7% ถือเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนมี.ค. 57 มีเครื่องชี้หลายรายการที่มีทิศทางที่ชะลอความร้อนแรงแรง นอกจากนี้ประเด็นที่ต้องจับตามองในระยะยาวคือกระบวนการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน เพื่อสร้างเสถียรภาพในระยะยาวจะช่วยสะท้อนพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่จะช่วยให้จีนเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในอนาคตได้มากกว่าตัวเลขจีดีพีในชณะนี้ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบการเงิน เพื่อควบคุมการขยายตัวของธนาคารเงา (ชาโดว์ แบงก์กิ้ง) และหนี้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา “การควบคุมสภาพคล่องในตลาดการเงิน อาจก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดเงินมากขึ่้นและกระทบสภาพคล่องของชาโดว์แบงก์กิ้ง และธุรกิจบางรายในจีน เช่น ขนาดกลางและขนาดเล็ก อสังหาริมทรัพย์ และก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจที่ถูกกดดันจากนโยบายของรัฐ เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ เหล็ก ซิเมนต์ และการต่อเรือ อาจะกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเสถียรภาพของธุรกิจโดยรวมในจีนระยะสั้นและทำให้เศรษฐกิจจีนลดความร้อนแรงในปีนี้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนธุรกิจปิดความเสียงรับมือค่าเงินผันผวน
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

เตือนธุรกิจปิดความเสียงรับมือค่าเงินผันผวน
-

หุ้นไทยปิดภาคเช้า 17 เม.ย.บวก 3.93 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดช่วงเช้าวันแรก ( 17 เม.ย.) หลังจากหยุดยาวสงกรานต์ ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็แก่งตัวในแดนบวก ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบาง โดยสาเหตุหลักที่ส่งผลดีต่อดัชนีมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐต่อไป ประกอบกันยังมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามายังตลาดเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดที่ 1,405.77 จุด เพิ่มขึ้น 3.93 จุด หรือ 0.28 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 14,877.40ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยปิดภาคเช้า 17 เม.ย.บวก 3.93 จุด -

เตือนข้าราชการมีรถหรูขับ -ระวังสรรพากรเล็งเช็ค!
วันที่ 17 เม.ย.นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมสรรพากร เตรียมนำระบบ จีไอเอส ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบข้อมูล ทำให้รู้ข้อมูลของผู้เสียภาษีทั้งหมด พร้อมทั้งจะนำข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบทุกตารางนิ้วของพื้นที่ว่าในพื้นที่แต่ละเขตรับผิดชอบมีที่อยู่อาศัยเท่าไร โดยเฉพาะในบ้านแต่ละหลังมีผู้อยู่อาศัยกี่คน คนที่อยู่ในบ้านมีรายได้เท่าไร แยกเป็นคนวัยทำงาน วัยเรียน ผู้สูงอายุเท่าไรเพื่อดูว่าคนที่อยู่ในบ้านนั้นมีรายได้อย่างไร เพื่อช่วยขยายฐานผู้เสียภาษีและสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเป็นธรรมทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะเอามาประกอบกับข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูเรื่องการย้ายเข้าและออก รวมทั้งข้อมูลจากการไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เป็นกรรมการ ว่ามีการใช้ไฟระหว่างสถานประกอบการกับที่บ้านมีความแตกต่างกันอย่างไร เบื้องต้นเริ่มทำโครงการนำร่องในเขตที่มีประชากรหนาแน่น เช่น พัทยา ส่วนกรุงเทพฯ จะเริ่มจากพื้นที่ซอยอารีย์ ซึ่งอยู่ใกล้ที่ตั้งกรมสรรพากรก่อน คาดว่าการทำระบบที่สมบูรณ์กว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จคงช่วงปลายปี 57 โดยระหว่างนี้เตรียมคัดเลือกบริษัทที่วางระบบและร่างสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบ จีไอเอส ทำให้รู้ข้อมูลของผู้เสียภาษีทั้งหมด ตอบโจทย์ได้ว่าประชากร 70 ล้านคน ใครมีหน้าที่อะไรบ้าง และถ้าทำระบบสำเร็จและใช้ทั้งประเทศ เชื่อว่าจะช่วยขยายฐานผู้เสียภาษีและสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเป็นธรรม รวมทั้งหารายได้มาชดเชยกับการปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้ นอกจากนี้ยังเตรียมนำระบบ แคช รีซีฟ ซิสเต็มส์ มาตรวจสอบเรื่องการออกใบกำกับภาษีปลอมอีกด้วย“นิติบุคคลส่วนใหญ่จดทะเบียนขั้นต่ำ ทรัพย์สินไม่ค่อยมี แต่รายได้สูง จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้บ้านหลัง 40-200 ล้านบาท ทำไมขายได้ และมีอยู่แทบทุกถนนที่มีความเจริญ ข้าราชการ ทำไมมีรถแพง ๆ มีบ้านราคาแพง ๆ ได้ แสดงว่าต้องมีรายได้จากการทำธุรกิจอื่นด้วย ซึ่งเรื่องการเสียภาษีให้ถูกต้องเป็นนโยบายของผมตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งอธิบดี ไม่ใช่เพิ่งมารีดรายได้หลังยอดภาษีตก”นอกจากนี้การคาดการณ์ยอดจัดเก็บรายได้ภาษีปีงบประมาณ 57 จะอยู่ที่ 1.76 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ 1.89 ล้านล้านบาท หรือลดลง 7% เนื่องจาก 6 เดือนแรกที่ผ่านมาพบว่า ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่มาจากการนำเข้าลดลง 18,000 ล้านบาท หรือลดลง 11% และเศรษฐกิจที่ซบเซาจากปัญหาการเมืองทำให้คนชะลอการใช้จ่าย เอกชนลดการลงทุนใหม่.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนข้าราชการมีรถหรูขับ -ระวังสรรพากรเล็งเช็ค!