ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ราคาทอง8เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,400บาท

    ราคาทอง8เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,400บาท

    วันที่ 8 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:18 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยคงที่จากเดิม ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,400 บาท รับซื้อ 19,617.04 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,900 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,400 บาท รับซื้อ 19,617.04 บาท ทองแท่งขาย 20,000 บาท รับซื้อ 19,900 บาท เวลา 09:18 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง8เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,400บาท

  • เล็งขึ้นค่าไฟฟ้า

    เล็งขึ้นค่าไฟฟ้า

    นายสุนชัยคำนูณเศรษฐ์ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)เปิดเผยว่าแนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือ(เอฟที)รอบใหม่ในเดือนพ.ค.-ส.ค.57 คาดว่ามีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีกปรับเพิ่มสูงขึ้นหลังจากงวดเดือนม.ค.-เม.ย.2557ที่ปรับขึ้นไปแล้ว5สตางค์ต่อหน่วยจากงวดที่ผ่านมาปรับขึ้นราคาไปแล้ว5สตางค์ต่อหน่วยแต่จะมากน้อยเท่าไรขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสมของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์)ซึ่งจะมีการพิจารณาต้นทุนในเดือนเม.ย.นี้สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าคือ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมาเพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง1บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะกระทบต่อค่าเอฟทีประมาณ5- 6 สตางค์ต่อหน่วย,การใช้ไฟฟ้าที่ต่ำกว่าประมาณการณ์ที่คาดไว้โดย 3เดือนที่ผ่านมาลดลง3.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนทำให้ต้นทุนเฉลี่ยสูงขึ้นและการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนแนวโน้มลดลงซึ่งเป็นช่วงที่ต้องกักเก็บน้ำไว้สำรองในช่วงฤดูฝน”ช่วง4เดือนแรกมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเพื่อการเกษตร ทำให้สามารถผลิตไฟจากน้ำซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำนำมาเฉลี่ยต้นทุน รวมได้ระดับหนึ่งแต่ยอมรับว่า ช่วง พ.ค.นี้เป็นปกติของฤดูฝนที่เราจะต้องกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้การผลิตไฟจากน้ำก็จะลดต่ำลง โดยกฟผ.กำลังคิดว่าจะรับซื้อไฟพลังน้ำจากสปป.ลาวเข้ามาเสริมจะช่วยทำให้ค่าไฟถูกลง”อย่างไรก็ตามปัจจุบันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงการผลิตสูงถึง70%ซึ่งแนวโน้มก๊าซธรรมชาติที่ใช้จะต้องพึ่งพิงการนำเข้าในรูปของเหลวหรือแอลเอ็นจีซึ่งมีราคาสูงกว่าก๊าซฯในแหล่งอ่าวไทยโดยการผลิตไฟ จากก๊าซฯผสมกับแอลเอ็นจี ต้นทุนอยู่ที่4.20บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นผลจากการใช้แอลเอ็นจีที่เพิ่มขึ้นและอนาคตหากใช้มากขึ้นย่อมกระทบต่อต้นทุนที่สูงขึ้นอีกขณะที่การผลิตไฟจากถ่านหินราคาที่รับซื้ออยู่ที่2.50บาทต่อหน่วยดังนั้นหากต้องการรักษาระดับค่าไฟไม่ให้สูงการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินจะเป็นทางเลือกที่จำเป็นของไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งขึ้นค่าไฟฟ้า

  • รัฐถังแตกไร้เงินจ่ายรถคันแรก

    รัฐถังแตกไร้เงินจ่ายรถคันแรก

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ วงเงินงบประมาณปี 57 ที่ตั้งไว้จ่ายคืนเงินภาษีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถคันแรก 40,000 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการจัดสรรเงิน เพื่อใช้จ่ายให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ที่ครอบครองรถยนต์ครบ 1 ปีแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้ส่งข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์และกรมบัญชีกลางได้ทยอยโอนเงินเข้าบัญชีล่าสุดอยู่ที่ 30,783 ล้านบาท ทำให้มีเงินเหลือจ่ายเพียง 9,217 ล้านบาท ส่งผลให้หลังจากนี้วงเงินดังกล่าวจะสามารถใช้จ่ายคืนภาษีได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น หรือไม่เกินเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการอาจได้รับเงินคืนล่าช้าออกไปอีก เพราะต้องรอการจัดสรรเงินรอบใหม่ “วงเงินที่ต้องใช้จ่ายคืนเงินภาษีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถคันแรกเหลือเพียง 9,217 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะหมดลงในเดือน มิ.ย.นี้ เนื่องจากการคืนภาษีที่ผ่านมาจะเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 4,000-5,000 ล้านบาท และหากงบประมาณดังกล่าวหมดลง คงต้องรอการจัดสรรเงินรอบใหม่ โดยเฉพาะขณะนี้อยู่ในช่วงที่มีรัฐบาลรักษาการ อาจทำให้การจัดสรรเงินเกิดความล่าช้าและขั้นตอนที่ใช้เวลานาน เพราะหากเป็นงบประมาณผูกพันเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหน้า ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการได้รับเงินคืนภาษีล่าช้าออกไปอีกด้วย” ทั้งนี้ แนวทางการจัดสรรเงินเพื่อนำมาจ่ายคืนเงินภาษีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์นั้น จะเป็นส่วนของกรมสรรพสามิตที่ต้องตั้งงบประมาณใหม่เสนอให้กับกระทรวงการคลังพิจารณาและจัดหาวงเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการดังกล่าว ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบ คาดว่าจะมีอยู่ 2 แนวทาง แบ่งเป็น การนำเงินจากการเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตมาใช้ก่อน หรือจะใช้วิธีดึงเงินจากเงินคงคลัง เหมือนกับปีงบประมาณ 56 โดยใช้อำนาจของรมว.คลัง ลงนามเพื่อใช้เงินดังกล่าว แต่จะต้องใช้คืนในปีงบประมาณถัดไปตามกฎหมาย สำหรับการคืนเงินภาษี กรมบัญชีกลางได้ทยอยโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการรถคันแรกที่ครอบครองรถยนต์ครบ 1 ปีแล้ว โดยข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมี.ค. 57 อยู่ที่ 901,731 ราย คิดเป็นเงิน 63,348 ล้านบาท จากยอดที่เข้าโครงการทั้งหมด 1.25 ล้านราย คิดเป็นวงเงิน 92,178 ล้านบาท ขณะเดียวกัน วันที่ 9 เม.ย.นี้ จะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์อีก 53,700 ราย คิดเป็นเงิน 4,082 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัฐถังแตกไร้เงินจ่ายรถคันแรก