ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • เคทีซีทวงบัลลังก์บัตรเครดิต วางแผน 5ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

    เคทีซีทวงบัลลังก์บัตรเครดิต วางแผน 5ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

     หลังจากเป็นยักษ์หลับซุ่มใช้เวลา 2 ปียกเครื่ององค์กรใหม่เสริมศักยภาพให้ฟิตเปรี๊ยะทุกขุมพลังมาในวันนี้ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี ภายใต้การนำของ “ระเฑียร ศรีมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก็กลับมาประกาศตัวพร้อมทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยตั้งเป้าขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ด้วยการมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20%ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งซีอีโอหนุ่มฉายภาพให้ฟังว่า ธุรกิจบัตรเครดิตยังมีอัตราการเติบโตดีแม้ว่าจะมีปัญหาการชะลอตัวเศรษฐกิจ แต่ประชาชนยังต้องมีการจ่ายจึงมีแผนที่จะทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเหมือนทุกปี และปีนี้วางแผนไว้ว่าจะมีกำไรโตไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท จากปี 56 มีกำไรอยู่ที่ 1,282 ล้านบาท และมีเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจบัตรเครดิตภาย ใน 5 ปีข้างหน้า โดยแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทฯ จะเน้นขยายฐานสมาชิกบัตรเครดิตกลุ่มเป้าหมายใหม่และผู้ใช้บัตรเดิม คาดว่าอัตราการใช้บัตรจะเติบโต15% ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมโต 10% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ได้กังวล เพราะปกติต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แต่ที่ยังทำไม่ได้คืออัตราการเจริญเติบโตของการใช้บัตร ดังนั้นแผนงานในปีนี้ตั้งเป้าขยายฐานบัตรเครดิตเพิ่มอีก 400,000 ใบ จากฐานบัตรในปัจจุบัน 1.5 ล้านใบ โดยการทำตลาดจะต้องให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละกลุ่มตามช่วงอายุและรายได้ ซึ่งปีนี้จัดสรรงบประมาณทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท “แม้ว่าจะมีปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่เอ็นพีแอลของบริษัทอยู่ที่ 2.2% ถือว่าต่ำกว่าระบบที่อยู่ในอัตราเฉลี่ย 2.3% และที่ผ่านมามีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้ที่ 5,090 ล้านบาท เกินกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.กำหนดไว้ 3 เท่า เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน นอกจากนี้มีแผนออกหุ้นกู้อีก 11,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระในไตรมาส 3 นี้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท” สำหรับสถานการณ์ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมาการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตไม่ถึง 1% จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10-15% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่บริษัทยังไม่ได้ปรับเป้าการเติบโตรายได้ปีนี้ตั้งไว้ 30% และกำไรโตประมาณ 20% ส่วนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 20% จากปี 56 ที่มียอดใช้จ่ายประมาณ 120,000 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าประชาชนเกิดความเคยชินกับปัญหาการเมือง ดังนั้นเชื่อว่าผู้บริโภคยังมีการใช้จ่ายเหมือนเดิม “บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่ม แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างนี้ เพราะที่ผ่านมามีการตั้งสำรองไว้ในสัดส่วนที่สูงสามารถอยู่ได้ถึง 12 เดือน ขณะที่คู่แข่งของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกันมีสำรองที่ตั้งอยู่แค่ 3 เดือน ทำให้สถานะของเคทีซีค่อนข้างแข็งแรงมาก ทั้งในแง่ของคุณภาพหนี้และการตั้งสำรอง” ขณะที่ “สุดาพร จันทร์วัฒนากุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจสินเชื่อบุคคล เห็นว่าสินเชื่อบุคคลหรือบัตรกดเงินสดไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เพราะประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดไม่เหมือนกับบัตรเครดิตที่รูดซื้อสินค้า ซึ่งยอดใช้จ่ายบัตรกดเงินสดในเดือนม.ค.อยู่ที่ 10,000 กว่าล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะโต 15% จากพอร์ตสินเชื่อสิ้นปี 56 อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท ขณะที่ลูกค้าใหม่ในปีนี้ตั้งไว้ 130,000 ใบ จากฐานลูกค้าในปัจจุบันอยู่ที่ 638,959 ใบส่วน “พิทยา วรปัญญาสกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต มองว่า ตลาดบัตรเครดิตยังแข่งขันกันแรงการทำแคมเปญเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่องหยุดไม่ได้ในช่วงเศรษฐกิจมีความท้าทายด้านการ เมือง โดยเน้นจับมือพันธมิตรต่าง ๆ ร้านอาหาร ชอปปิง ท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มลูกค้าเน้นระดับกลางและระดับบน รวมถึงนักศึกษาที่จบใหม่ ด้าน “ชุติเดช   ชยุติ” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส คอร์ปอเรทไฟแนนซ์ ระบุว่า เคทีซีไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะสถานะทางการเงินมีความที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนของหนี้สินต่อทุน อยู่ที่ 7.5 เท่า จากปี 55 มีอยู่ประมาณ 8.5 เท่า ถ้าบริษัทฯ ทำกำไรได้ 1,300 ล้านบาท จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ 40% และมีวงเงินเหลืออีก 700 ล้านบาท รวมถึงมีกำไรสะสมที่ยังค้างอยู่กับส่วนของทุนที่ยังไม่ได้ใช้ทำให้สามารถที่จะขยายธุรกิจได้อย่างน้อยปีละ 10,000 ล้านบาท ซึ่งทุก ๆ ปีบริษัทฯ จะมีวงเงินปล่อยสินเชื่อประมาณ 10,000-12,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่ามีสินทรัพย์รวมจะเติบโตเพิ่มขึ้น จากสิ้นปี 56 มีสินทรัพย์รวม 51,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้าที่ 49,138 ล้านบาท พอร์ตลูกหนี้รวมสุทธิเท่ากับ 46,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 44,552 ล้านบาท ฐานสมาชิกรวม 2.21 ล้านบัญชี ประกอบด้วย บัตรเครดิต จำนวน 1.57 ล้านบัตร ยอดลูกหนี้บัตรเครดิตสุทธิ 32,875 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล เคทีซี แคช” จำนวน 639,000 บัญชี ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคล เคทีซี แคช สุทธิ 13,597 ล้านบาท   ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งผู้เล่นหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่กระโดดเข้ามาแย่งเค้กตลาดบัตรเครดิตของบ้านเราก็คงต้องจับตาดูต่อไปว่า ’ระเฑียร” จะนำพาเคทีซีผงาดทวงความยิ่งใหญ่ได้ไว้หรือไม่? . สุกัญญา สังฆธรรม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคทีซีทวงบัลลังก์บัตรเครดิต วางแผน 5ปี ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง

  • เนื้อหมูราคาพุ่งโลละ 10 บาท หลังปริมาณหมูลดน้อยลง

    เนื้อหมูราคาพุ่งโลละ 10 บาท หลังปริมาณหมูลดน้อยลง

    รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ขณะนี้ ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่-สะโพก) ในตลาดสดเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ล่าสุดได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 150-155 บาท/กก. ซึ่งทยอยปรับขึ้นจากช่วงปลายเดือนก.พ.ที่ขายอยู่ 140-145 บาท/กก.  หรือปรับขึ้นมากก.ละ 10 บาท  เนื่องจากปริมาณหมูที่เข้าสู่ตลาดลดลง 5-10%  โดยความต้องการบริโภคหมูต่อวันอยู่ที่ 4 หมื่นตัว แต่ปริมาณหมูที่เข้าสู่ระบบต่อวันเหลือเพียงแค่ 3.8 หมื่นตัว ทั้งนี้ ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น สูงกว่าราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 17-22 มี.ค. ซึ่งกำหนดให้ราคาขายปลีกให้ราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดงตัดแต่ง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคตะวันตก สูงไม่เกิน 146 บาท/กก. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูงไม่เกิน 151 บาท/กก. ภาคตะวันออก สูงไม่เกิน 150 บาท/กก.  ภาคใต้สูงไม่เกิน 148 บาท/กก. และภาคเหนือ สูงไม่เกิน 152 บาท/กก. แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมู กล่าวว่า แนวโน้มราคาหมูเนื้อแดง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯมีโอกาสปรับขึ้นสูงถึง 160 บาท/กก. หากหมูเป็นหน้าฟาร์มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 80 บาท/กก. ซึ่งปัจจุบันหมูเป็นหน้าฟาร์มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 75 บาท/กก. ซึ่งสาเหตุที่ราคาเนื้อหมูจะปรับตัวสูงขึ้นอีก มาจาก 2 สาเหตุใหญ่ คือปริมาณหมูที่เข้าสู่ตลาดลดลง เนื่องจากผู้เลี้ยงหมูรายย่อยได้เลิกกิจการ เพราะแบกรับภาระขาดทุนไม่ได้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าปริมาณหมูที่หายไปจากตลาด จากการเลิกกิจการของผู้เลี้ยงรายย่อยหายไป 5 หมื่นตัว หรือหายไป 10-15% ของหมูทั้งระบบ นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากโรงท้องเสียในลูกหมูที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนก.ย. ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ลูกหมูตายลงจำนวนมาก และส่งผลต่อปริมาณหมูขุนในอีก 6 เดือนข้างหน้า หรือในช่วงเวลาปัจจุบันนี้ ทำให้ราคาหมูเป็นขยับขึ้นมามาก โดยราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มในพื้นที่ภาคตะวันตกราคาอยู่ที่ 75 บาท/กก. ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มภาคตะวันออกอยู่ที่ 78 บาท/กก.แล้ว ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯที่รับหมูเป็นมาจาก 2 แหล่งใหญ่ คือพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคตะวันออกได้รับผลกระทบตามไปด้วย  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เนื้อหมูราคาพุ่งโลละ 10 บาท หลังปริมาณหมูลดน้อยลง

  • ซีไอเอ็มบีไทยอัด2แคมเปญกระตุ้นสินเชื่อบุคคล

    ซีไอเอ็มบีไทยอัด2แคมเปญกระตุ้นสินเชื่อบุคคล

    นายอดิศร เสริมชัยวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อบุคคลในเดือนม.ค.57 ลดลง 50% หากเทียบกับเดือนธ.ค. 56  จากเดิมที่มียอดสินเชื่อประมาณเดือนละ 700 ล้านบาท เหลือเพียง 300-400 ล้านบาท และเริ่มเห็นสัญญาณการชำระหนี้ล่าช้าของลูกหนี้ โดยเลื่อนเวลาการชำระหนี้ออกไป 1-2 เดือนจากปกติ  แต่ยังไม่ถึงขึ้นเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล หรือค้างชำระเกิน 90 วัน  ซึ่งธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ต้องการให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้น และในปัจจุบันเอ็นพีแอลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-4%    “ปกติการชำระหนี้ล่าช้าจะอยู่ที่ 3-4% แต่ในเดือนม.ค.และก.พ.เพิ่มขึ้น 1-2% ทำให้การชำระหนี้ล่าช้าเพิ่มเป็น 5-6%   แต่ยังไม่ได้กังวล เพราะธนาคารมีความระมัดระวังให้สินเชื่อและเพิ่มการติดตามหนี้กับลูกค้า ซึ่งเห็นว่าความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่  เนื่องจากคนยังมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อการศึกษา รักษาพยาบาล  นอกจากนี้ธนาคารได้ปรับเป้าสินเชื่อส่วนบุคคลลงตั้งแต่ต้นปีเหลือเพียง 7,000-8,000 ล้านบาท ปกติยอดปล่อยสินเชื่อจะอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท”              นอกจากนี้ธนาคารได้ออกโปรโมชั่นในช่วงที่ลูกค้าชะลอการใช้จ่ายคือ สินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช โปรดี เลือกได้ ซึ่งมี 2 ทางเลือก ด้วยการให้ดอกเบี้ยพิเศษ 18% สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 300,000 บาทขึ้นไป  และมีระยะเวลาการผ่อนชำระตั้งแต่ 12-36 เดือน   ขณะที่ลูกค้าที่ได้รับวงเงินอนุมัติ 90,000 บาทขึ้นไป และผ่อนชำระตามที่ธนาคารกำหนด 6 เดือนแรก ลูกค้าจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย  4% ต่อปีในเดือนที่ 7ถึงเดือนที่ 12 รวมระยะเวลา 6 เดือนจะทำให้ลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก เพราะปกติสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยสูงสุดที่ 28% และตั้งเป้าสินเชื่อไว้ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งสินเชื่อบุคคลเอ็กซ์ตร้าแคช คืนดอกเบี้ย 50% ในช่วง 2 รอบบัญชี  คาดว่าจะมีมูลค่าสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม ปกติธนาคารคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลเฉลี่ย 22%  ซึ่งการให้ดอกเบี้ยลูกค้าขึ้นกับคุณภาพของลูกค้าด้วย และการเปิดตัวแคมเปญนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ลูกค้าธนาคารอื่นเข้ามาใช้บริการของธนาคารมากขึ้น  ส่วนการปล่อยสินเชื่อรายย่อยได้ปรับเป้าลดลงเหลือ 26,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ 33,000-34,000 ล้านบาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซีไอเอ็มบีไทยอัด2แคมเปญกระตุ้นสินเชื่อบุคคล