นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง0.13% เพื่อตอบสนองนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง.ที่ประชุมในวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาด้วยการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรืออารพีลง0.25%มาอยู่ที่ระดับ 2% ที่ต้องการเพิ่มแรงสนับสนุนให้กับภาวะเศรษฐกิจในประเทศและลดต้นทุนในการทำธุรกิจให้กับลูกค้าของธนาคาร โดยส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) จากระดับ 6.88% มาอยู่ที่ระดับ 6.75% และปรับอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) จาก 7.53% มาอยู่ที่ 7.40% ยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (เอ็มอาร์อาร์) ยังคงอัตราเดิมคือ 8.1% สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดา จากเดิม 0.63% มาอยู่ที่ระดับ ฃ0.50% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำลง 0.15%-0.25% มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกรุงเทพได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลง 0.125% ส่งผลให้ดอกเบี้ยออมทรัพย์จาก 0.625%มาอยู่ที่ 0.5% เงินฝากประจำ 3 เดือน จาก 1.25-1.625% มาอยู่ที่ 1.5-1.625% เงินฝากประจำ 6 เดือน จาก 1.625-1.75% มาอยู่ที่ 1.5-1.625% และเงินฝากประจำ 12 เดือน จาก 2% มาอยู่ที่ 1.875% ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มแอลอาร์จาก 6.875% มาอยู่ที่ 6.75% เอ็มโออาร์จาก 7.375% มาอยู่ที่ 7.25% ยกเว้นเอ็มแอลอาร์ดอกเบี้ยคงเดิม8% ไม่เปลี่ยนแปลงมีผลตั้งแต่ 13 มี.ค.57 สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125% และเงินฝาก ลง 0.10-0.125% หลังจากกนง.มีมติลดดอกเบี้ยอาร์พี ส่งผลให้ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์จาก 6.87% มาอยู่ที่ระดับ 6.745% ลง0.125% และเอ็มอาร์อาร์จาก8.1% มาอยู่ที่ระดับ 7.975 % ขณะที่เงินฝากออมทรัพย์ลดลง 0.125% จาก 0.625% มาอยู่ที่ 0.5% ส่วนเงินฝากประจำลดลง 0.10% เช่น ฝากประจำ 3 เดือน จาก 1.25-1.35% มาอยู่ที่ 1.15-1.25% ฝากประจำ 6 เดือน จาก 1.5-1.7% มาอยู่ที่1.4-1.6% เงินฝากประจำ 12 เดือน จาก 1.9-1.95% มาอยู่ที่ 1.8-1.85% มีผลตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ใหญ่พาเหรดหั่นดอกกู้-ฝาก.
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

แบงก์ใหญ่พาเหรดหั่นดอกกู้-ฝาก.
-

เพิ่มปริมาณข้าวประมูลตลาดเอเฟต
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงการประมูลข้าวผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟท)ว่า หลังจากมีการยกเลิกการประมูลเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็จะมีการประมูลอีกครั้งในวันที่ 26มี.ค. 2557 ซึ่งเบื้องต้นยังคงประมูลที่กระทรวงพาณิชย์ ส่วนปริมาณคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเป็น300,000 ตัน จากที่เคยประกาศจะประมูลในปริมาณ244,000 ตัน ในครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากเสียโอกาสทางการตลาดไปแล้วครั้งหนึ่งก็ต้องการให้มีการระบายมากขึ้นเพื่อชดเลยกัน ทั้งนี้คาดว่าจะมีเอกชนสนใจเข้าร่วมประมูลข้าวคึกคักเนื่องจากแนวโน้มราคาข้าวในอนาคตจะสูงขึ้นเพราะผลผลิตจะออกสู่ตลาดได้น้อยลงเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งจึงเป็นแรงจูงใจหนึ่งที่เอกชนจะมาช้อนซื้อข้าวจากโครงการรับจำนำไปเพื่อทำกำไรในอนาคต ส่วนความวิตกว่าผู้ชุมนุมอาจมีการขัดขวางการระบายข้าวของรัฐบาลอีกครั้งนั้นยอมรับว่ารู้สึกกังวลแต่อยากให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ของชาวนาเพราะการที่กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบายข้าวก็เป็นเพราะต้องการนำเงินที่ได้จากการระบายมาจ่ายให้กับชาวนาที่นำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำหากมีการขัดขวางก็จะยิ่งทำให้การจ่ายเงินชาวนาได้ล่าช้าออกไปอีก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เพิ่มปริมาณข้าวประมูลตลาดเอเฟต -

สวนสยามทุ่ม 200 ล้านปรับปรุง
นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารสยามพาร์คซิตี้ สวนสยามทะเลกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี57-61 สวนสยามจะทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาทเพื่อใช้ปรับปรุงและนำเข้าเครื่องเล่นต่างๆ ครั้งใหญ่ สำหรับรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน(เออีซี) ที่จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ขณะเดียวกันจะเพิ่มการพัฒนาบุคลากรและการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะกับเครื่องเล่นต่างๆ ที่ผสมความโลดโผนด้วย โดยคาดว่าเมื่อเปิดเออีซีในปี58จะทำให้เพิ่มสัดส่วนของจำนวนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 50%หรือระมาณ 100 ล้านคนจากปัจจุบันอยู่ที่ 30% นอกจากนี้จะใช้งบประมาณ 90 ล้านบาทในการประชาสัมพันธ์และออกกลยุทธ์ทางการตลาดในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการทำการตลาดแบบต่อเนื่อง ด้วยการ ร่วมออกงานจัดแสดงสินค้าทางการท่องเที่ยว(โรดโชว์) กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยจะชูจุดแข็งเหนือคู่แข่ง เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ด้วยความเป็นสวนสนุกที่มีความหลากหลาย และมีความคุ้มค่ากับราคา อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์มางการเมืองที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ มีแนวโน้มว่าปีนี้สวนสยามอาจจะปรับลดรายได้ลงจาก 600ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวลดลงไปถึง 30%ตั้งแต่มีการชุมนุมโดยเป็นกลุ่มคนไทยมากที่สุด เพราะกำลังซื้อลดลงรวมถึงนักท่องเที่ยวไม่มีอารมณ์ที่จะท่องเที่ยวด้วย “ตั้งแต่มีเหตุการณ์ทางการเมือง สวนสยามได้ใช้กลยุทธ์แบบพิเศษ ด้วยการลดราคาเข้าบริการจาก 900บาทเหลือ500 เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจกับนักท่องเที่ยว พร้อมจัดกิจกรรม ซุปเปอร์บิ๊กฮอลิเดย์ 2014 เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียนที่ปิดเทอมได้เข้าร่วมกิจกรรมความสนุก เช่น แอโรบิคกลางทะเลเทียม มิวสิคในสวนสนุก เป็นต้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สวนสยามทุ่ม 200 ล้านปรับปรุง