นายธวัชชัยอรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าททท.ได้หารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ของยุโรป 5รายเพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน ในการนำนักท่องเที่ยวจากยุโรปมาให้ได้บริษัทละ 100,000 คน ระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ค.นี้ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของชาวยุโรปขณะเดียวกันก็ต้องการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวที่หายไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การชุมนุมด้วยโดยทุกบริษัทจะต้องนำตัวแทนที่อยู่ในเครือข่ายกว่า50บริษัทมาดูสถานที่ท่องเที่ยวและบรรยากาศจริงเพื่อจัดโปรแกรมท่องเที่ยวแบบพิเศษในประเทศไทยช่วงเดือนเม.ย.นี้ก่อนที่จะนำโปรแกรมไปขายให้นักท่องเที่ยวต่อไป “หลังจากได้มีการคุยกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่บริษัท Meier,บริษัทFit,บริษัทAltourและบริษัทDertourซึ่งทุกบริษัทหนักใจเหมือนกันว่าถ้าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเค้าก็จะแย่ตามไปด้วยจึงจะร่วมกันที่ผลักดันให้นักท่องเที่ยวยุโรปมาไทยเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้ขาดช่วงจะทำให้มีปัญหาถึงช่วงหน้าหนาวของยุโรปหรือช่วงปลายปีนี้ได้โดยเป้าหมายนักท่องเที่ยวยุโรปตลอดปีนี้ตั้งไว้ 6.73 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.78%จากปีท่ีผ่านมา” อย่างไรก็ดีททท.ได้มีการประชุมกับผูือำนวยการททท.ทุกภูมิภาคของยุโรปเพื่อประเมินสถานการณ์จากการชุมนุมซึ่งสรุปภาพรวมได้ว่ามีนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสที่ปรับตัวดีขึ้นจากสหราชอาณาจักรอยู่ในระดับที่ดี แต่ต้องผลักดันตลาดแอฟริกาใต้ตะวันออกกลางให้มากขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.จับมือบริษัทนำเที่ยวยุโรปกระตุ้นตลาดไทย
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ททท.จับมือบริษัทนำเที่ยวยุโรปกระตุ้นตลาดไทย
-

“ชัชชาติ”ชี้ศาลปกครองตัดสินเป็นผลดี
นายชัชชาติสิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.51ทั้งฉบับที่ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศ(ร.ฟ.ท.)ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับ บริษัท โฮปเวลล์แล้ว ซึ่งคำตัดสินของศาลปกครองกลางดังกล่าวถือเป็นคุณกับ ร.ฟ.ท. แต่ทางบริษัทโฮปเวลล์ ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ส่วนรายละเอียดของคดีจะดำเนินการต่อไปอย่างไรต้องไปพิจารณาในรายละเอียดก่อน นางสร้อยทิพย์ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลปกครองยังไม่ถึงที่สุดคาดว่าทางบริษัท โฮปเวลล์ จะต้องยื่นอุทธรณ์ต่อไปจนถึงศาลปกครองสูงสุดแต่ผลการพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นคุณกับกระทรวงคมนาคม และร.ฟ.ท.จึงต้องจับตาดูทางบริษัทจะดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมอีก “ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าทางบริษัท โฮปเวลล์ จะทำยังไงต่อไปคงพยายามหาช่องทางเพื่อดำเนินการอุทธรณ์ต่อไป ยังไม่จบแน่นอน” นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า สำหรับค่าเสียหายที่ศาลปกครองกลางกล่าวถึงจำนวน 59 ล้านบาทที่กระทรวงคมนาคม และร.ฟ.ท.ไม่ต้องจ่ายให้บริษัท โฮปเวลล์ นั้นยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน เพราะเท่าที่ทราบมูลค่าที่บริษัท โฮปเวลล์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาทดังนั้นจะต้องสอบถามรายละเอียดให้มีความชัดเจนอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาออกมา นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการร.ฟ.ท.ได้เรียกผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าหารือเพื่อพิจารณารายละเอียดและกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป นายประภัสร์ กล่าวว่าการที่ศาลปกครองกลางตัดสินออกมาครั้งนี้ ทำให้ร.ฟ.ท.ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่คณะอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินไปก่อนหน้านี้เพราะถือว่าเป็นการตัดสินที่ไม่มีอำนาจแต่ทางบริษัทโฮปเวลล์สามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ชัชชาติ”ชี้ศาลปกครองตัดสินเป็นผลดี -

เจ้าท่าเร่งซ่อมโป๊ะเรือเจ้าพระยา
นายศรศักดิ์ แสนสมบัติอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ใน 57 กรมฯเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมโป๊ะเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา 8 แห่งโดยใช้ระยะเวลา 240 วัน เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งอื่นได้สะดวกขึ้น ประกอบด้วยท่าเรือสมุทรปราการ ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 5 เมตรยาว 10 เมตร พร้อมสะพานปรับระดับ ,ท่าเรือสมุทรปราการหน้าตลาดสดวิบูลย์ศรี ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตรพร้อมสะพานปรับระดับ , ท่าเรือสุขสวัสดิ์ 53 ซ่อมโป๊ะขนาดกว้าง 6 เมตรยาว 12 เมตร พร้อมสะพานปรับระดับ , ท่าเรือวัดบางกระสอบซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร พร้อมสะพานปรับระดับและศาลาพักผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมีท่าเรือถนนตกก่อสร้างทางเดินเชื่อมกว้าง 2.85 เมตร ยาว 40 เมตร , ท่าเรือสี่พระยา2 โป๊ะ ซ่อมยึดหลังคา ของสะพานปรับระดับที่ชำรุด , ท่าเรือสะพานพระราม8 ฝั่งพระนคร ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร , ท่าเรือพิบูลย์สงคราม1 ซ่อมแซมโป๊ะขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 1 เมตร โดยกรมฯ จะใช้งบประมาณทั้งหมด 5 ล้านบาทในการซ่อมแซมโป๊ะทั้ง 8 แห่ง เชื่อว่า หลังจากซ่อมแซมโป๊ะดังกล่าวจะช่วยทำให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับความสะดวกมากขึ้น และระหว่างนี้กรม ฯก็จะสำรวจความปลอดภัย และจุดอำนวยความสะดวกในจุดอื่นๆ ต่อไป “ กรมเจ้าท่ามีหน้าที่หลักในการควบคุม กำกับดูแล และบริหารงานเกี่ยวกับการคมนาคมขนส่งทางน้ำโดยส่งเสริมพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่นๆรวมทั้งการพัฒนาและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำโดยแม่น้ำเจ้าพระยามีโป๊ะเทียบเรือในความดูแลของกรมเจ้าท่าอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งบางแห่งมีสภาพชำรุดเสียหายตามอายุการใช้งาน เพื่อเป็นการอำนวยความความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการโป๊ะเทียบเรือและนักท่องเที่ยวอีกทั้งมีเหตุการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นและระดับน้ำสูงขึ้นทำให้เกิดความเสียหายแก่โป๊ะเทียบเรือ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจ้าท่าเร่งซ่อมโป๊ะเรือเจ้าพระยา