ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่11 มี.ค. ดัชนีสามารถฟื้นตัวทางเทคนิค (รีบาวน์)ขึ้นได้ทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนอยู่ในแดนบวกได้อย่างคึกคัก โดยเฉพาะช่วงบ่าย ที่ดัชนีดีดตัวสูงแตะระดับ 1,366.06 จุด สอดรับกับปัจจัยบวก ที่คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลงอีก 0.25% ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,366.06 จุด และลดลงต่ำสุด 1,351.84 จุด จนมาปิดตลาด 1,364.28 จุด เพิ่มขึ้น 15.23 จุด หรือ 1.13% ด้วยมูลค่าซื้อขาย33,110.48 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ทรู ปิดที่ 7.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท 2. ปตท. ปิดที่ 300.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท 3. ไอวีแอล ปิดที่ 21.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.60บาท 5. เอไอเอส ปิดที่ 213.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง5. จัสมิน ปิดที่ 8.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 มีนาคม 2557 ปิดตลาดบวก 15.23 จุด
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 มีนาคม 2557 ปิดตลาดบวก 15.23 จุด
-

ศิลปินต่างชาติเมิน”พัทยา มิวสิค เฟสติวัล”
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การัดงานพัทยามิวสิคเฟสติวัลในปีนี้ ระหว่างวันที่ 21-23 มี.ค.นี้ เมืองพัทยาได้ลดการว่าจ้างนักร้องต่างชาติที่จะมาแสดงในงานลง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย ทำให้ศิลปินไม่กล้าตกลงเข้ามารับงาน โดยเฉพาะจาก เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน รวมถึงผู้จัดงานก็ห่วงความปลอดภัยของศิลปินด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน 350,000 คน สร้างรายได้ 700 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพราะได้ปรับรูปแบบการจัดแสดง ด้วยการใช้ศิลปินไทยเข้ามามากขึ้น หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ เนื่องจากการมาเที่ยวที่พัทยาส่วนใหญ่ ได้รวมเป็นแพ็กเกจไว้กับการเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วย “ยอมรับว่าภาพรวมการท่องเที่ยวพัทยาได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไตรมาส 1 ปี 57 ลดลง 30% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคน รายได้ 35,000 ล้านบาท ทำให้พัทยาต้องปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวทั้งปีลดลงเหลือ 7.5 ล้านคน รายได้ลดเหลือ 70,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ก่อนการเมืองยืดเยื้อ จนมาถึงช่วงปลายไฮซีซั่นที่นักท่องเที่ยวทั้งปี 9.5-10 ล้านคน รายได้รวม 85,000ล้านบาท” สำหรับภาพรวมไตรมาส 1 ปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนที่มาพัทยายังมากเป็นอันดับ 1 แต่ก็ลดลงมากกว่า 50% โดยช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา กรุ๊ปนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางมาพัทยาถึง 300 กรุ๊ป กลับเหลือเพียง 60 กรุ๊ป ดังนั้นเมื่อการเมืองยืดเยื้อการท่องเที่ยวพัทยา จึงปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 40% นอกจากนี้ ปัจจุบันพัทยามีโรงแรมขนาดเล็กเกิดใหม่ โดยเป็นกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ทเม้นผิดกฎหมาย ที่ลดราคาห้องเพื่อแย่งลูกค้า จนทำให้ขณะนี้ราคาเหลือคืนละ 1,200-1,500 บาทเท่านั้น แต่ถือว่าการแข่งขันด้านราคายังเกิดขึ้นไม่มากนัก เพราะผู้ประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะไม่แข่งขันเรื่องราคาเพื่อแย่งลูกค้าระหว่างกัน.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศิลปินต่างชาติเมิน”พัทยา มิวสิค เฟสติวัล” -

หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบ3หมื่นล้าน
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมานายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ได้รายงานสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ มีสถานะกองทุนติดลบสุทธิกว่า 7,405ล้านบาท และยังมีสถานะติดลบเพิ่มขึ้นวันละ125ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ความตรึงเครียดในประเทศยูเครนทำให้สถานะกองทุนน้ำมันฯ ในอีก6เดือนข้างหน้าเกรงว่าอาจติดลบเต็มเพดานจำนวน30,000ล้านบาทได้ทั้งนี้ครม.ยังเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่1เม.ย.-30 เม.ย.57 โดยให้เก็บภาษีในอัตรา0.005บาทต่อลิตร ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)พิจารณาอนุมัติเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไปทั้งนี้กรมสรรพสามิต รายงานว่าเหตุผลที่ต้องขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวออกไป เพราะมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเดือนม.ค.นี้แต่ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงโดยราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศยังมีราคาสูงหากปรับขึ้นภาษีในขณะนี้จะทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นขณะเดียวกันสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปรกติ หากไม่สามารถประชุมครม.เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาภาษีได้จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ10บาทส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาพลังงานในประเทศอย่างรุนแรงนอกจากนี้ยังเห็นว่า น้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อและกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศดังนั้นจึงจำเป็นต้องขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปให้เกิดความเหมาะสมและช่วยเหลือประชาชนให้ไม่ได้รับความเดือดร้อนโดยให้จัดเก็บภาษีในอัตรา 0.005 บาทต่อลิตรซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวแม้ว่าจะทำให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ไปประมาณเดือนละ9,000ล้านบาทแต่ก็เป็นผลดีเพราะจะช่วยเหลือภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นกองทุนน้ำมันติดลบ3หมื่นล้าน