ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ราคาทอง8มี.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,950บาท

    ราคาทอง8มี.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,950บาท

    วันที่ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:19 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,950 บาท รับซื้อ 20,147.64 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 20,450 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,950 บาท รับซื้อ 20,147.64 บาท ทองแท่งขาย 20,550 บาท รับซื้อ 20,450 บาท เวลา 09:19 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง8มี.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,950บาท

  • บางตา! คนบริจาคเงินช่วยชาวนาที่จตุจักร

    บางตา! คนบริจาคเงินช่วยชาวนาที่จตุจักร

    วันนี้ (8 มี.ค.) ที่บริเวณโดมขาวกองอำนวยการตลาดนัดจตุจักร ถนนกำแพงเพชร จตุจักร กรุงเทพฯ เวลา 10.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าบรรยากาศของการจัดกิจกรรมรณรงค์บริจาคหรือสมทบเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ค่อนข้างบางตาเนื่องจากสถานที่รับฝากเงินไม่ได้อยู่ในจุดที่น่าสนใจโดยช่วงเช้าได้มีประชาชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้าร่วมสบทบเงินในกองทุนที่2 แบบไม่รับผลตอบแทน ประกอบด้วย นางจรรยา สว่างจิตรประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.โอเวอร์ซีส์ สตีล วงเงิน 20 ล้านบาท, นายประภัสร์ จงสงวนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) วงเงิน 100,000 บาท,น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ ที่ปรึกษารมว.คลัง วงเงิน 200,000 ล้านบาท และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการและโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ได้สมทบเข้ากองทุนที่ 2 ในนามเงินฝากของบุตรชาย1 ล้านบาท เป็นต้นนายสุรพงศ์  นิลพันธ์ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ประสงค์จะร่วมบริจาคหรือสมทบทุนเงินเข้ากองทุนได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะประชาชนในเขตกรุงเทพฯที่มีสาขา ธ.ก.ส.ให้บริการไม่มากนักจึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์กองทุนช่วยเหลือชาวนาโดยจัดรถบริการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ และจัดให้มีจุดบริการในห้างสรรพสินค้าทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วยนอกจากนี้ ศิลปิน ดารา นักแสดง ที่นำโดยนายเศรษฐา ศิระฉายานักแสดงอาวุโส ที่เคยเดินทางเข้ามาบริจาค 2,000 บาทและสมทบเงินเข้ากองทุนที่ 2 แบบไม่รับผลตอบแทนอีก 100,000บาทนั้นจะมีการหารือร่วมกับธนาคารที่จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนเข้าร่วมบริจาคหรือสมทบเข้ากองทุนอีกด้วยโดยคาดว่าในปลายเดือนมี.ค.จะมีการจัดกิจกรรมอย่างชัดเจนทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8-9 มี.ค.57 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ณ บริเวณโดมขาวกองอำนวยการตลาดนัดจตุจักร ถนนกำแพงเพชร จตุจักร กรุงเทพฯ จากนั้นในวันที่ 11-13มี.ค.57 ระหว่าง 10.00 -14.00 น. จะจัดรถบริการเคลื่อนที่ไปเปิดจุดรับบริจาคและสมทบทุนที่กระทรวงการคลังและสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 15-16, 22-23 , 29-30 มี.ค.57 ที่ห้างอิมพิเรียลลาดพร้าว ตั้งแต่เวลา 10.00-14.00 น. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ห่วงใยชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนร่วมบริจาคหรือสมทบทุนเข้ากองทุนฯ ณ จุดให้บริการที่ท่านสะดวกโดยสามารถบริจาคหรือสมทบได้ทั้ง 3 ประเภทกองทุน คือกองทุนช่วยเหลือชาวนา แบบบริจาค เลขที่บัญชี 0200-3-3477-582 ธ.ก.ส. สาขาบางเขน กองทุนช่วยเหลือชาวนา แบบคืนเงินต้นไม่มีผลตอบแทนและกองทุนช่วยเหลือชาวนา แบบคืนเงินต้นมีผลตอบแทน 0.63% ต่อปี อย่างไรก็ตาม วันที่ 10 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุน ที่มีนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส.เกี่ยวกับการจัดสรรเงินในกองทุนดังกล่าว เพื่อกระจายให้กับชาวนา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน 1,000 ล้านบาทแรก ซึ่งสามารถช่วยเหลือชาวนาได้กว่า 10,000 ราย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บางตา! คนบริจาคเงินช่วยชาวนาที่จตุจักร

  • ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง – ไขปัญหาผู้บริโภค

     ทางเลือกหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยของคนในยุคปัจจุบัน คือ การชอปปิงออนไลน์ เพียงแค่ปลายนิ้วคลิกก็สามารถหาสินค้าได้อย่างหลากหลายไล่กันตั้งแต่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา เครื่อง สำอาง อาหารเสริม และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าต้องการอาหาร ก็แค่นั่งหน้าจอคลิกข้อมูลได้ง่าย ๆ ผ่านเสิร์ชเอนจิน โดยปัจจุบันนี้ก็มีการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคด้วยการพัฒนาระบบเสิร์ชเอนจินเฉพาะทางขึ้นมาเพื่อการเลือกชอปปิงสินค้าโดยเฉพาะ เรียกว่า “ชอปปิงเสิร์ชเอนจิน” หรือเครื่องมือค้นหาสินค้าเพื่อการเลือกซื้อของนั่นเอง ข้อดีของร้านค้าออนไลน์ ก็คือ ต้นทุนต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้า สามารถทำงาน ดูแลร้านได้จากทุกที่ ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ มีข้อมูลสถิติของลูกค้าที่มาเยี่ยมชมร้านค้าออนไลน์ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาแผนการตลาดในอนาคตได้ กลุ่มลูกค้ามีความหลากหลาย สามารถเปิดให้บริการได้ทุกเวลา เพิ่มช่องทางในการสั่งซื้อสินค้า และการชำระเงินส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมารับสินค้าด้วยตัวเองจากข้อดีดังที่ได้กล่าวมาทำให้มีผู้ประกอบการสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น นอกจากร้านค้าออนไลน์ผ่านระบบชอปปิงเสิร์ชเอนจินแล้ว ผู้ประกอบการบางร้านยังใช้เฟซบุ๊ก หรือ อินสตาแกรม เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าอีกด้วย ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 3 ถือว่าการขายสินค้าออนไลน์เป็น “ตลาดแบบตรง” หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น ซึ่งในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ตามมาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้นก่อนที่ผู้ประกอบธุรกิจจะเริ่มต้นค้าขายจึงควรจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงมิฉะนั้นอาจต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ นอกจากการที่ผู้ประกอบการขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตจะต้องจดทะเบียนตลาดแบบตรงกับทาง สคบ. แล้วอาจต้องไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยหากเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 เพื่อยืนยันการมีตัวตนอยู่จริงของผู้ประกอบการ เว้นแต่เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน เช่น ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับขายแผ่นซีดี ดีวีดีที่เกี่ยวกับการบันเทิง หรือขายอัญมณีหรือเครื่องประดับอัญมณี สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขายสินค้าประเภทยาทางอินเทอร์เน็ตจะมีหน่วยงานที่เข้ามากำกับดูแลเพิ่มเติมนั่นคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. อีกหนึ่งหน่วยงานด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง – ไขปัญหาผู้บริโภค