นายสหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) หรือ เอ็กโก้ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท ฯในการจัดทำแผนการลงทุนระยะยาว 5 ปี เนื่องจากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาตัดสินใจ ทางบริษัทฯ จึงต้องรอความชัดเจนของแผนพีดีพีฉบับใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะระบุความต้องการโรงไฟฟ้ามีกี่แห่ง แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างไร “ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ทางการเมืองช่วง2เดือนของปีนี้ จนส่งผลต่ออัตราการใช้ไฟฟ้าจะติดลบไปบ้าง แต่เชื่อว่า จะไม่กระทบต่อการจำหน่ายไฟฟ้าของบริษัท เพราะตามระบบการรับซื้อไฟฟ้ายังปกติจึงไม่กระทบรายได้ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือการจัดทำพีดีพีจะออกมาเป็นอย่างไร” สำหรับแผนการลงทุนของเอ็กโก้ กรุ๊ป ขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 8 โครงการ คิดเป็นปริมาณไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 1,613 เมกะวัตต์ เช่น โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชุดใหม่ 930 เมกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างปีที่ผ่านมา กำหนดเสร็จปี 59 แต่หากล่าช้ากว่าแผนบริษัทได้หารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.เ)พื่อยืดอายุสัญญาของโรงไฟฟ้าชุดเก่าออกไปอีก6เดือน โรงไฟฟ้ากังหันลมโบโคร็อค ในออสเตรเลีย กำลังผลิต 113 เมกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างปีที่ผ่านมา กำหนดเสร็จปี 58 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเชื้อเพลิงก๊าซฯ จ.ราชบุรี 2 โครงการ คือ ทีพีและเอสเค โรงละ125 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ กำหนดเสร็จปี 59 นอกจากนี้ยังสนใจเข้าไปลงทุนตั้งโรงไฟฟ้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ในประเทศพม่า แต่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการหารือ เพื่อตกลงความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งระหว่างข้อเสนอผลิตในพม่า และส่งกลับมาขายในไทยทั้งหมด หรือผลิตในพม่า ส่วนหนึ่งใช้ในพม่า และอีกส่วนส่งกลับมาขายในไทย ซึ่งแนวทางหลังทางการพม่ายอมรับมากกว่า ส่วนโรงไฟฟ้าระยอง ขนาด 1,174 เมกะวัตต์ ที่จะครบอายุ 20 ปี ในเดือนพ.ย.นี้ บริษัท ฯ ได้ยื่นเรื่องต่อกฟผ. เพื่อยืดอายุอีก 5 ปีไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ หากไม่ทันก็ต้องหยุดทำงานไปก่อน แต่โรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่กระทบรายได้เพราะอยู่ช่วงปลายแผนปี 56 มีรายได้ประมาณ 517 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนปีนี้บริษัทคาดว่า ผลประกอบการจะใกล้เคียงกับปี 56 คือ มีกำไรก่อนหักอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี จำนวน 7,605 ล้านบาท เพราะมีโรงไฟฟ้าขยะ ขนาด6.5 เมกะวัตต์เข้าระบบ ขณะที่โรงไฟฟ้าระยองแม้จะหมดอายุและเกิดปัญหาเรื่องการต่ออายุอีก5ปี แต่รายได้จากโรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่มากและยังมีเวลาเดินเครื่องถึงปลายปี โดยจะรักษาผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างน้อย10% โดยเน้นขยายลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าเป็นหลักทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แสวงหาโอกาสซื้อสินทรัพย์ที่เดินเครื่องแล้วเพื่อให้บริษัทรับรู้รายได้ทันทีและลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอ็กโกกรุ๊ป มึนแผนระยะยาวสะดุด
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

เอ็กโกกรุ๊ป มึนแผนระยะยาวสะดุด
-

พุทธะอิสระมอบ 105,000 บาทเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนา
หลวงปู่พุทธะอิสระแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เวทีแจ้งวัฒนะ พร้อมแกนนำเครือข่ายชาวนาไทยเดินทางมายังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ บางเขนเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อทางธนาคาร 5 ข้อ ในการดำเนินการเรียกระเบียบหลักเกณฑ์การจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวพร้อมทั้งให้ธนาคารแสดงบัญชีงบประมาณ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 20,000 ล้านบาท รวมถึง เงินระบายข้าวจากทางกระทรวงพาณิชย์อีก 10,000 ล้านบาทรวมเป็น 30,000 ล้านบาทว่า มีเงินดังกล่าวอยู่จริงหรือไม่และให้ทางธนาคารคืนใบประทวนให้กับชาวนาที่โดนยึดไปพร้อมกันนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระได้บริจาคเงินจำนวน 105,000บาท เข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนาด้วย โดยเงิน 100,000 บาท คือเงินที่ได้ชดเชยค่าเสียหายจากโรงแรมเอสซี พาร์ค และอีก 5,000บาทเป็นเงินของกลุ่ม เพื่อนำเข้าบัญชีบริจาคให้กับกองทุนชาวนา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พุทธะอิสระมอบ 105,000 บาทเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนา -

บินไทยเร่งปรับแผนสร้างกำไรปี 57
นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยกำลังเร่งปรับแผนธุรกิจ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และปรับแผนให้รวดเร็วรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินโลก ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการบินไทยปี 57 นี้ จะมีกำไร ไม่ขาดทุนเหมือนปีก่อนที่ขาด 12,000 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มขึ้น 3-4% จากปีที่แล้ว 200,000 ล้านบาท รวมถึงลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้การบินไทยจะเริ่มปรับตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยจะลดเที่ยวบินลง 10% และปรับจำนวนที่นั่งลง 3-4% ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางน้อยลงในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว โดยตลาดที่ลดลงสุด คือ ยุโรปซึ่งลดลงเป็นปกติอยู่แล้ว แต่จีน ญี่ปุ่น และเส้นทางอื่นในภูมิภาค จะเป็นความหวังที่สร้างรายได้ให้การบินไทย พร้อมกับอาจพิจารณาลดพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ในเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารน้อย เพื่อลดต้นทุนให้สอดคล้องกับผู้โดยสาร นอกจากนี้บริษัทจะเน้นเพิ่มรายได้เสริม นอกจากค่าโดยสาร เช่น การจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีบนเครื่อง การจำหน่ายอาหารของครัวการบินไทย และเพิ่มช่องทางการขายสินค้า หรือของที่ระลึกการบินไทย ในพื้นที่ต่างๆ โดยคาดว่า จากการเริ่มปรับแผนจะทำให้ไตรมาส 2 การบินไทยขาดทุนสุทธิลดลงกว่าปีก่อนแน่นอน “อัตราผู้โดยสารในไตรมาสแรกปีนี้น่าจะอยู่ 72% ลดจากปีก่อนที่ 78% ส่วนไตรมาสสองจะพยายามรักษาให้ไม่ต่ำกว่า 70% เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่ตั้งแต่ไตรมาส 3 และ 4 เป็นต้นไป การบินไทยหวังอย่างสูงว่า จะเป็นช่วงที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายจะมีการปรับแผนบริหารธุรกิจเชิงรุกให้ทันกับสถานการณ์ที่รวดเร็ว ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยเร่งปรับแผนสร้างกำไรปี 57