ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ภาษาเดียวกัน วันที่ 5 มีนาคม 2557

    ภาษาเดียวกัน วันที่ 5 มีนาคม 2557

     ชาวใต้ฟังเสวนาฟรี บริษัท พีเพิลมีเดีย จำกัด ผู้จัดงาน มหกรรมชี้ช่องรวย สุราษฎร์ธานี 2014 งานเวทีจับคู่ธุรกิจครั้งแรกในภาคใต้ จัดสัมมนาความรู้โดยวิทยากรมืออาชีพระดับประเทศกว่า 3 หัวข้อ วันที่ 4-6 เมษายน 2557 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี  เวลา 14.00-15.00 น. วันที่ 4 เมษายน หัวข้อ “โอกาสทางการตลาด สำหรับผู้ประกอบใหม่” โดย คุณวีระยุทธ เชื้อไทย รองผู้อำนวยการสำนักบริการผู้ประกอบการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผู้ประกอบการแบบรอบด้าน วันที่ 5 เมษายน หัวข้อ “การตลาดในยุคภาวะวิกฤติ” โดย อ.มานิต รัตนสุวรรณ กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด อดีตนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยและอดีตนายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และวันที่ 6 เมษายน หัวข้อ “ทำอย่างไรให้สินค้าขายได้และดัง ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย” โดย คุณชีพธรรม คำวิเศษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย ร่วมฟังฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามที่ 0-2704-7958 ต่อ 401-404 หรือ https://www.facebook.com/smechannel  หาทิศทางช่วยเหลือ e-Commerce สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จะดำเนินการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย (e-Commerce Survey) ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพและพัฒนาการของการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ทั้งในเรื่องของประเภทธุรกิจที่ทำ จำนวนคนทำงาน การตลาด มูลค่าการขาย การชำระเงิน การจัดส่งสินค้า ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือหรือสนับสนุน ข้อมูลที่ได้ หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นำไปจัดทำแผนส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ จัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที ทั้งในเรื่องของระบบอินเทอร์เน็ต และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ใช้ในการจัดหามาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จัดทำแผนส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ หรือในส่วนของผู้ประกอบการ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจประเภทนี้หรือขยายตลาดและฐานลูกค้าให้เหมาะสมเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งได้ ภาคประชาชนจะได้ประโยชน์จากการได้รับบริการเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวก มั่นใจ เป็นธรรม และมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ถูกลง.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ภาษาเดียวกัน วันที่ 5 มีนาคม 2557

  • เปิดประตูเออีซี…เชื่อมไมตรีสองฝั่งเมย

    เปิดประตูเออีซี…เชื่อมไมตรีสองฝั่งเมย

     แม่น้ำสายเล็ก ๆ แทบจะเดินข้ามไปมาหาสู่กันได้ ซึ่งกลายมาเป็นแนวเขตชายแดนกั้นระหว่างไทยกับเมียนมาร์อย่างแม่น้ำเมย อาจจะกลายเป็นเพียงแม่น้ำสายหนึ่งที่แปลกกว่าตรงที่ไหลย้อนกลับขึ้นไปทางเหนือแทนที่จะลงใต้เหมือนอย่างแม่น้ำสายอื่น ๆ “เพราะแนวทางของหอการค้าจังหวัดตากที่ให้การท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นตัวนำ ก่อนจะตามไปด้วยการค้าอื่น ๆ และเมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปสำรวจเส้นทางในบางช่วงพบว่าด่านแม่สอด-เมียวดี จะกลายเป็นเส้นทางเชื่อมโยงที่มีศักยภาพต่อไปในอนาคต โครงการเปิดประตูเออีซี เชื่อมไมตรีสองฝั่งเมยในความรับผิดชอบของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตากจึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558” คุณสุจิตรา จงชาณสิทโธ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. ระบุ จังหวัดตากเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ประชาชนมีความหลากหลายทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต ประเพณี อาชีพส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย อาทิ แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงอนุรักษ์ เชิงศาสนา เชิงประวัติศาสตร์ และยังเป็นจังหวัดการค้าชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์ เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกันผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ ที่อำเภอแม่สอดสู่จังหวัดเมียวดีของเมียนมาร์ ปัจจุบันอำเภอแม่สอดได้รับการยกฐานะการปกครองเป็นเทศบาลนครแม่สอด และมีแนวโน้มที่จะพิจารณา 3 อำเภอชายแดน ได้แก่ แม่สอด พบพระ และแม่ระมาด จ.ตาก จัดตั้งเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษด้านการค้า การลงทุน ดังนั้นแม่สอดจึงถือเป็นเมืองท่าสำคัญ หรือเป็นประตูเส้นทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคม และเปรียบเสมือนศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ ที่นำรายได้เข้าสู่จังหวัดตากเป็นจำนวนมากด้วย โดยมีเส้นทางเชื่อมต่อเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ ทิศเหนือผ่านแม่สะเรียงถึงแม่ฮ่องสอน ทิศใต้ถึงน้ำตกทีลอซู อ.อุ้มผาง ทิศตะวันตกติดกับเมียนมาร์ และทิศตะวันออกเข้าไปถึง อ.เมือง จ.ตาก ก่อนจะกระจายตัวไปยังจังหวัดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคม อีสต์ เวสต์ อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ ที่เริ่มจาก อ.แม่สอด เข้าจังหวัดตาก ออกไปพิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ก่อนจะเชื่อมโยงไปถึงประเทศลาวและเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเติบโตในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ททท.สำนักงานตากเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะเชื่อมโยงภายในภูมิภาค และเห็นถึงความพร้อมของด่านแม่สอด-เมียวดี จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมการเปิดเสรีทางการท่องเที่ยวในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดเริ่มต้นและจุดส่งท้ายในการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้กรอบใหม่ให้กว้างไกลกว่าเพียงเส้นพรมแดน พร้อมกับเสริมสร้างความร่วมมือและเชื่อมไมตรีด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ “ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่เออีซีนั้น ททท.ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลในเรื่องนี้โดยตรงจากภาคส่วนต่าง ๆ และจะมีการกำหนดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภูมิภาคให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของ ททท.ในปี 2558 ด้วย เพื่อให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงโดยที่มีไทยเป็นศูนย์กลาง เพราะเราได้เปรียบในเรื่องของภูมิประเทศที่อยู่กึ่งกลางของประเทศสมาชิกอยู่แล้ว เส้นทางจากเมืองเมียวดีเป็นระยะทางใกล้ที่สุดที่จะเข้าไปถึงกรุงย่างกุ้งของเมียนมาร์ และยังสามารถเดินทางไปพระธาตุอินแขวนซึ่งอยู่ระหว่างทางได้ด้วย หากถนนช่วงภูเขาก๊อกกะเร็กเสร็จสมบูรณ์ เส้นทางนี้ก็จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างไทย-เมียนมาร์ ที่น่าสนใจ” ส่วนหนึ่งของโครงการเปิดประตูเออีซี เชื่อมไมตรีสองฝั่งเมยก็คือ คาราวานไทย-เมียนมาร์ที่จะเกิดขึ้นโดยใช้เส้นทางจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ผ่าน จ.เมียวดี เมียนมาร์ ซึ่งนอกจากจะมุ่งตรงสู่กรุงย่างกุ้งแล้ว ยังสามารถแวะเที่ยวเมืองตามเส้นทางเป็นวงรอบ ทั้งพระธาตุอินแขวน เมืองหงสา พุกาม มัณฑะเลย์ มะละแหม่ง โดยปัจจุบันเมียนมาร์ได้มีการจัดทำถนนซูเปอร์ไฮเวย์จากเมืองหลวงเนปิดอว์มายังมัณฑะเลย์และย่างกุ้งเป็นถนนคอนกรีต 8 เลนอย่างดี นอกจากนี้ยังมีถนนบายพาสที่สร้างขึ้นเพื่อให้รถยนต์กับรถบัสนำเที่ยวใช้แยกกับรถบรรทุกโดยเฉพาะด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดประตูเออีซี…เชื่อมไมตรีสองฝั่งเมย

  • มอเตอร์เวย์รถติดหนักหลังทดลองปิดระบบ

    มอเตอร์เวย์รถติดหนักหลังทดลองปิดระบบ

    นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยความคืบหน้าการทดลองใช้ระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบปิด หรือจ่ายเงินที่ทางออก บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี)ว่า ขณะนี้พบปัญหารถติดเพื่อรอจ่ายเงินเป็นระยะทางยาว 2-3 กม โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และเทศกาลวันหยุดยาว บริเวณด่านลาดกระบังและด่านพานทอง ช่วงขาเข้ากรุงเทพมหานครทั้งนี้ กรมเตรียมแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างช่องทางเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มอีก 10 ด่าน บริเวณด่านพานทอง 5ด่าน และบริเวณด่านลาดกระบังอีก 5 ด่าน เพื่อเร่งระบายรถและลดความยาวแถวรถติดเพื่อรอจ่ายเงิน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ50 ล้านบาท โดยจะเร่งให้การก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีนี้“ขณะนี้รถหน้าด่านยังติดยาวจากคิวรอจ่ายเงินขาเข้ากรุงเทพ ไม่ต่างจากช่วงที่เราใช้ระบบเปิดที่มีการจ่ายเงินทีละด่าน ซึ่งช่วงทดลองเราก็ต้องเก็บข้อมูล อุปสรรคปัญหา เพื่อนำมาประเมินผล และหาทางแก้ไขและปรับปรุงระบบให้เหามะสมต่อไป เบื้องต้นจะแก้ไขปัญหาทางกายภาพด้วยการสร้างช่องเก็บเงินเพิ่มอีก 10 ช่อง ใน 2 ด่านที่มีปัญหา โดยตั้งเป้าที่จะทำให้ปริมาณการจัดเก็บค่าผ่านอยู่ที่เฉลี่ย 500 คันต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่จัดเก็บได้เฉลี่ยชั่วโมงละ300 คัน เชื่อว่าหลังจากเพิ่มจำนวนด่านจะทำให้รถติดน้อยลงแน่นอน"นายชัชวาลย์ กล่าวว่า หากกรมสามารถนำระบบปิดมากับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7หลวงได้อย่างสมบูรณ์จะทำให้รายรับจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นประมาณ 20% หรือเพิ่มขึ้นปีละ300 ล้านบาท จากปกติที่จัดเก็บได้รวมปีละ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากระบบปิดสามารถแก้ไขปัญหาการแอบลักลอบขับขึ้นมาใช้ทางพิเศษได้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการทดลองใช้ระบบปิดกรมยังคงจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตราเดิม โดยจะยังไม่ได้คิดตามระยะทางจริง หรือที่อัตรากิโลเมตรละ1 บาท ตามที่เตรียมออกกฎกระทรวงบังคับใช้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอเตอร์เวย์รถติดหนักหลังทดลองปิดระบบ