ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • การศึกษาอเมริกัน (จบ) – โลกาภิวัตน์

    การศึกษาอเมริกัน (จบ) – โลกาภิวัตน์

    “การศึกษาอเมริกาจะต้องตอบโจทย์ด้านการจ้างงานเพื่อเลี้ยงพลเมืองให้อยู่ดีกินดีและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้” ดร.แอนโทนี่ คาร์นีเวล์ กล่าว สหรัฐอเมริกาเริ่มประดิษฐ์เทคโนโลยีโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศในช่วงอุตสาหกรรมการผลิต ในช่วงปี 1970 และก็สามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องการบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิต มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อให้มีผลิตภาพด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งก็สามารถทำให้เศรษฐกิจได้รับการขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเทคโนโลยีผนวกกับภาคการผลิตสินค้าให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า มีทางเลือกในการบริโภคสินค้าให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า มีทางเลือกในการบริโภคสินค้าที่ดีขึ้นและราคาถูกลง จึงทำให้ตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้นมา เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มกลับมาเข้มแข็งมากขึ้น การมีวิวัฒนาการการขับเคลื่อนขนานใหญ่ของเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาเกิดจากผู้บริโภคที่ต้องการของดีราคาถูก และตรงนี้เองก็ทำให้ทักษะของผู้คนในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนไปมากและอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีทั้งหลายในภาคอุตสาหกรรมทุกชนิด จึงเป็นความท้าทายของภาคการศึกษา โดยเฉพาะการอุดมศึกษาจะต้องวิ่งไล่ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีให้ทัน และจะต้องผลิตบัณฑิตที่มีทักษะฝีมือด้านเทคโนโลยี เพื่อไปตอบโจทย์การจ้างงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่เช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้าไปทุกๆอนู บัณฑิตจึงต้องมีทักษะด้านไอทีใหม่ๆ หลากหลายจำนวนมาก เพราะฉะนั้น แรงงานของบัณฑิตที่จบมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาคร่าวๆนั้น จะเป็นบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 50% ด้านบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ประมาณ 25% และอีกประมาณ 8 ถึง 10 % จบด้านการศึกษาหรือคุรุศาสตร์ ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจึงมีความสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีทักษะตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะปริญญาที่มีคุณภาพมาตรฐาน และสามารถสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กับบัณฑิตที่จบออกไป มีทักษะตรงตามความต้องการภาคธุรกิจภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องให้ภาคอุตสาหกรรมเหล่านั้นมาฝึกอบรมบัณฑิตใหม่ซ้ำซาก เพื่อให้บัณฑิตสามารถทำงานได้ การเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างแนบสนิท เพื่อสร้างการศึกษาของโลกจริง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นการตอบโจทย์ในการสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ที่ถูกทาง และสามารถสร้างความเป็นอยู่ดีกินดีให้กับพลเมืองของชาติสหรัฐอเมริกาได้ การสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ ที่สามารถผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจได้เลยอย่างไร้รอยต่อ จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง และสามารถสร้างชาติให้เข้มแข็ง และก็จะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ และก็ทำให้การเมืองมั่นคง และเศรษฐกิจที่ดี ก็จะต้องส่งผลตอบแทนให้กับประชาชนและพลเมืองที่มีทักษะการทำงานในระดับสูง ให้มีงานและผลตอบแทนที่มั่นคง การอุดมศึกษาจึงเป็นการเรียนรู้โลกจริง พร้อมกับการมีทักษะแห่งการแก้ไขปัญหาวิกฤต ทัศนคติที่ดี จริยธรรม ศีลธรรมที่ถูกต้องในการดำรงชีวิต รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การศึกษาอเมริกัน (จบ) – โลกาภิวัตน์

  • ฟิตปั๋ง..ถังเช่า..ม.เกษตร – ฉลาดคิด

    ฟิตปั๋ง..ถังเช่า..ม.เกษตร – ฉลาดคิด

    ชาวจีนและคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นสูงอายุส่วนใหญ่ รู้จัก “ถั่งเช่า”มานานแล้ว ว่าเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย เพิ่มพลังทางเพศ แต่ที่เรียกความสนใจของคนรุ่นปัจจุบันมากๆ ก็คลิปเสียงสนทนาของนักการเมือง จากแดนไกลที่สนทนาประสาการเมืองทางโทรศัพท์กับอดีตรัฐมนตรี ที่ “หลุด”ออกมาให้สังคมรับรู้ถึงความวิเศษเลอเลิศปึ๋งปั๋ง ว่าน่าตื่นเต้นกว่าสาระการเมืองที่บิ๊กเขาคุยกันซะอีก แต่พอถามกับซินแสแล้ว คงมีคนเข่าอ่อน เหี่ยวเฉาเท่าเดิม เพราะราคาสมุนไพรชนิดนี้ขายกันกิโลละเป็นล้านบาท ทุกปัญหางานวิจัยช่วยได้ ไม่เว้น ถั่งเช่า ที่ ศ.ดร. มณจันทร์ เมฆธน หัวหน้าภาควิชาสัตววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อราปราบแมลงศัตรูพืช ที่ค้นคว้า ทดลองและผลิตในรูปเม็ดแคปซูล กินง่าย ออกจำหน่ายในราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งวางใจได้กับคุณภาพ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เจ้าของอนุสิทธิบัตร งงซี! ผู้เชี่ยวชาญเชื้อราฆ่าแมลง มาวิจัยสมุนไพรพลังเพศ ดร. มณจันทร์ อธิบายว่า ถั่งเช่าเป็นเชื้อรากลุ่มที่ใกล้เคียงกับเห็ด มีชื่อภาษาจีนออกเสียงแบบฝรั่งว่า (Dong Chong Xia Cao) ซึ่งแท้จริง ก็คือเชื้อราฆ่าแมลงชนิดหนึ่ง ถั่งเช่าจากธรรมชาติจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นตัวหนอนที่อัดแน่นไปด้วยเส้นใยของเห็ด และส่วนที่เป็นดอกเห็ด สปอร์จากดอกเห็ดจะแพร่กระจายในช่วงตอนปลายของฤดูร้อนไปเกาะติดที่ตัวอ่อนของหนอนผีเสื้อ แล้วงอกเส้นใยแทงทะลุผิวลำตัวเข้าสู่ภายในตัวหนอน จากนั้นก็ดูดสารอาหารจากหนอนและเจริญเติบโตสร้างเส้นใยจนเต็มตัวหนอน ทำให้ตัวหนอนที่ตายแข็งเหมือนมัมมี่ หันส่วนหัวสู่พื้นดิน เมื่อผ่านการพักตัวในฤดูหนาวเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ เชื้อราในตัวหนอนจะรวมตัวกันสร้างดอกเห็ด แทงออกมาทางส่วนหัวของตัวหนอนขึ้นสู่พื้นดิน แล้วสร้างสปอร์ชุดใหม่เพื่อแพร่พันธุ์ต่อไป ถั่งเช่ามีสารออกฤทธิ์ชื่อคอร์ไดซีพิน (Cordycepin) ที่มีสมบัติยับยั้งเซลเนื้องอก ตัวการของมะเร็งทั้งปวงในตัวมนุษย์ เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด และการทำงานของเม็ดเลือดขาว มีสารต้านการเกิดลิ่มเลือด เพิ่มเมตาบอลิซึม หรือการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลัง ไม่เหนื่อยง่าย ฟื้นตัวเร็ว ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชลอความชรา ต้านการอักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มพลังทางเพศของท่านชายและปรับสมดุลย์ของท่านหญิง คุณสมบัติอย่างหลังนี้ น่าเชื่อถือว่า เป็นไปได้ เพราะถ้าถั่งเช่าทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดี อะไร อะไร และอะไร ก็ต้องดีตาม ในแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่วูบวาบ คือต้องรับประทานหนึ่งเดือนถึงเดือนครึ่งขึ้นไป จึงจะเห็นสมรรถภาพอย่างจริงจัง และยั่งยืน ดร.มณจันทร์ ระบุว่า ถั่งเช่า มีหลายสายพันธุ์ แต่เลือกมาเป็นสายพันธุ์ทิเบต ที่มีสารออกฤทธิ์คอร์ไดซีพิน ในปริมาณที่เหมาะสม และสามารถขยายพันธุ์ได้จากในห้องทดลอง “แรงบันดาลใจ ที่สนใจค้นคว้า เพราะคุณแม่เป็นมะเร็ง จึง ศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อนำผลมาดูแลคุณแม่ ปรากฎว่าได้ผลดี อาการเจ็บปวดลดลง ใช้ชีวิตได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้มีปัญหาโรคไตหรือมีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ รับประทานเพียงไม่กี่วัน อาการก็ดีขึ้น” ครอบครัวของอาจารย์รับประทานกันทุกคน พบว่าสุขภาพกายใจดีกันทั่วหน้า การศึกษาวิจัยดังกล่าว ดำเนินการด้วยองค์ความรู้ในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย และได้เกิดองค์ความรู้ใหม่ โดย ชาญ เมฆธน บุตรชาย ซึ่งกำลังศึกษาปริญญาเอก ช่วยดูแล และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทางเพศที่ชัดเจน จึงได้ผสมกับกระชายดำ เพื่อบำรุงกำลังฝ่ายชายให้กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น สำหรับผู้หญิง ก็เติมคอลลาเจน และกลูตาไธโอน เสริมความเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cordythai.com เมื่อการศึกษาประสบความสำเร็จ ทางมหาวิทยาลัยได้สนับสนุนการขออนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะวิสาหกิจของมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้ผลงานวิจัยได้ออกสู่ตลาดเพื่อประชาชนซื้อหาไว้บำรุงร่างกายกันได้ด้วยความมั่นใจ ว่าได้ถั่งเช่าขนานแท้ และมีสรรพคุณที่มิได้อวดอ้างเกินจริง ด้วยฝีมือนักวิจัยไทยที่ไม่เป็นรองใคร ไม่ต้องไปซื้อของแพงถึงเมืองจีนด้วย. วีระพันธ์ โตมีบุญ veeraphant@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟิตปั๋ง..ถังเช่า..ม.เกษตร – ฉลาดคิด

  • ซัมซุงเปิดตัวแท็บเล็ตระดับพรีเมียม“กาแลคซี่ แท็บ เอส”

    ซัมซุงเปิดตัวแท็บเล็ตระดับพรีเมียม“กาแลคซี่ แท็บ เอส”

    วันนี้(9ก.ค.)นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาความนิยมใช้งานอุปกรณ์แท็บเล็ตของคนไทยและทั่วโลกมีเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนแท็บเล็ตในตลาดทั่วโลกถึง 290 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นแท็บเล็ตของซัมซุงมากกว่า 40 ล้านเครื่อง และคาดการณ์ว่าในปี 58 นี้ ยอดขายแท็บเล็ตจะมีจำนวนสูงกว่ายอดขายรวมของโน็ตบุ๊ค ซึ่งการใช้งานแท็บเล็ตส่วนใหญ่จะใช้งานเพื่อความบันเทิงถึ ง50% ในจำนวนนี้เป็นการใช้เข้าอินเทอร์เน็ตถึง 67% ใช้ชมวีดิโอและคลิปรายการทีวี ภาพยนต์ถึง 66% และใช้เข้าดูโซเซียลมีเดียต่างๆ 50%อย่างไรก็ตามการใช้แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงมีมากขึ้น ขณะที่สมาร์ทโฟนจะถูกใช้งานเพื่อพูดคุยโทรศัพท์และแชทเท่านั้น เพราะขนาดจอไม่เหมาะกับการดูคอนเทนต์บันเทิง แต่พฤติกรรมการเลือกซื้อแท็บเล็ตของผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญกับหน้าจอมากเท่าไร ทางซัมซุงจึงได้ออก ซัมซุง กาแลคซี แท็บ เอส มาทำตลาด โดยเป็นแท็บเล็ตระดับพรีเมียมที่สุดในรอบ 2 ปี โดยมีจุดเด่นที่หน้าจอเทคโนโลยี ซุบเปอร์ อโมเลด(Super AMOLED) ให้ความคมชัดสีสรรสมจริง มีหน้าจอกว่าแท็บเล็ตในตลาดทั่วไปและมีความบางเพียง 6.6 มิลลิเมตร มีหน้าจอ 2 ขนาดคือ 10.5 นิ้ว ราคาจำหน่าย 19,900 บาท และ 8.4 นิ้ว ราคาจำหน่าย 16,90 0บาท“ซัมซุงต้องการเปิดตลาดแท็บเล็ตเซ็กเม้นท์ใหม่สำหรับคนที่ต้องการใช้งานเพื่อดูคอนเทนต์บันเทิงซึ่งที่ผ่านมาซัมซุงประสบความสำเร็จในการเปิดนวัตกรรมใหม่ๆในตลาดมาแล้ว อาทิ เอส เพน ปากการที่ใช้สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าซัมซุงกาแลคซี แท็บ เอส จะประสบความสำเร็จเหมือนซัมซุง กาแลซี แท็บ 3 Lite ที่มียอดขายเติบโตถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ”ด้าน นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที กล่าวว่า ตลาดแท็บเล็ตของไทยในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ขณะนี้การเมืองเริ่มสงบแล้วเชื่อว่าครึ่งปีหลังจะทำให้ตลาดแท็บเล็ตของไทยกลับมามีอัตราการเติบโตได้ 30% ซึ่งในส่วนของซัมซุงก็เช่นกันจะมีอัตราการเติบโตเป็นเลข 2 หลักอย่างแน่นอน โดยได้เตรียมงบประมาณในการทำตลาดไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ใช้สื่อแบบ 360 องศาครอบคลุมทั้ง ทีวี นิตยสารหนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ ฯลฯนอกจากนี้ทางซัมซุงยังได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อเปิด ซัมซุงเอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ ที่สยามสแควร์วัน ซึ่งเป็นซัมซุง สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่กว่า 422 ตารางเมตรแบ่งเป็น 3 ชั้นมีโซนที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์จต่างๆเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองพร้อมมีพนักงานที่เชียวชาญของซัมซุงคอยแนะนำ โซนจำหน่ายสินค้า และโซนบริการหลังการขายแบบครบวงจรภายในจุดเดียว โดยปัจจุบันซัมซุงมีสโตร์อยู่ 130 สาขาทั่วประเทศ เตรียมเปิดเพิ่มอีก20 สาขาภายในปีนี้ใช้งบลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 10 ล้านบาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซัมซุงเปิดตัวแท็บเล็ตระดับพรีเมียม“กาแลคซี่ แท็บ เอส”