วันนี้ (9ก.ค.) ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ถนนราชประสงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.) ร่วมกับ International Institute of Communications (IIC) ซึ่งเป็นสถาบันโทรคมนาคม จัดสัมมนาให้ความรู้วิชาการ Allocation of Spectrum – Does one size fit all ? เพื่อให้ความรู้วิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น การจัดสรรคลื่นความถี่ในระดับนานาชาติ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศไทย นายสุทธิพล ทวีชัยการ กสทช.และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เปิดเผยว่า ความคิดเห็นในการสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยหาแนวทางว่า คลื่นความถี่ใดที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหาแนวคิด ข้อเสนอที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ในการปฎิรูปกติกาโทรคมนาคมของไทย รวมถึงการเร่งแก้ปรับปรุง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) โดยเบื้องต้นกสทช. เตรียมพิจารณาเรื่องเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ การแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. 2 มาตรา คือ ให้เงินรายได้ที่ได้รับจากการเปิดประมูลคลื่นความถี่ทั้งฝั่งกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมถึงฝั่งกิจการโทรคมนาคม เข้าสู่กระทรวงการคลังเพื่อให้เป็นรายได้ของรัฐ จากเดิมที่กำหนดให้ส่งเงินประมูลเฉพาะโทรคมนาคมเพียงอย่างเดียว และกฎหมายที่กำหนดให้คลื่นความถี่ต้องจัดสรรด้วยวิธีการประมูลเท่านั้น โดยมีแนวคิดว่า สามารถจัดสรรในแบบบิวตี้คอนเทนต์ หรือ ผู้ประกอบการแข่งกันเสนอผลประโยชน์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมีการตั้งราคกลางของคลื่นความถี่ที่จะจัดสรร และให้ผู้ประกอบการที่สนใจยื่นเสนอเปรียบเทียบได้ “การจัดสรรคลื่นความถี่รูปแบบการประมูล ไม่ใช่ไม่ดี แต่อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้ เนื่องจากคลื่นบางชนิดก็ไม่เหมาะที่จะจัดสรรผ่านการประมูล อาทิ กิจการดาวเทียม สื่อสาร อีกทั้งประเทศไทยมีคลื่นความถี่จำนวนมากในขณะที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีศักยภาพในการแข่งขันมีจำนวนน้อยราย ประกอบกับกฎหมายไม่ได้เปิดให้ต่างชาติเข้าร่วมประมูล มีเฉพาะการร่วมทุนกันเท่านั้น ทำให้เกิดข้อจำกัดเป็นอย่างมาก ซึ่งหากมีการแก้กฎหมายให้มีความทันสมัยจะเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้”นายสุทธิพล กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.จัดเสวนาจัดสรรคลื่นเปิดทางใช้บิวตี้คอนเทนต์
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

กสทช.จัดเสวนาจัดสรรคลื่นเปิดทางใช้บิวตี้คอนเทนต์
-

ผู้คนบนเฟซบุ้กพูดถึงคู่เยอรมนี-บราซิลมากที่สุด
ทีมข้อมูลของFacebook ได้สำรวจปริมาณการพูดคุยของทั่วโลกเกี่ยวกับแมทช์รองชนะเลิศที่เยอรมนีพบบราซิลเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยสำรวจอันดับยอดนิยมของโลกโซเชียลแบ่งตามหมวดหมู่ต่างๆ ได้แก่ ช่วงเวลาสำคัญลักษณะประชากร ประเทศ และผู้เล่นที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด และพบว่านี่คือแมทช์ที่ได้รับการพูดถึงบน Facebook มากที่สุด ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันลูกหนังระดับโลกสถิติสำคัญ มีดังนี้ ผู้คน 66 ล้านคนทั่วโลกมีปฏิสัมพันธ์บนFacebook มากกว่า 200 ล้านครั้ง (รวมโพสต์ คอมเมนท์และไลค์) เกี่ยวกับการพบกันระหว่างเยอรมนีและบราซิลในรอบสี่ทีมสุดท้าย เฉพาะในประเทศบราซิลซึ่งเป็นเจ้าภาพการแข่งขันผู้คน 16 ล้านคน มีปฏิสัมพันธ์มากกว่า 52 ล้านครั้ง หรือประมาณหนึ่งในสี่ (1/4)ของการพูดคุยจากทั่วโลก การแข่งขันนัดดังกล่าวมีปริมาณการพูดคุยสูงสุดเมื่อเทียบกับแมทช์อื่นๆที่ผ่านมา (อันดับสองคือแมทช์บราซิลพบโครเอเชีย มีคนพูดถึง 58 ล้านคนและอันดับสามคือนัดที่บราซิลพบชิลี มีคนพูดถึง 31 ล้านคน) ทีมบราซิลลงเล่นในทั้ง 3แมทช์ยอดนิยมที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดตั้งแต่เริ่มแข่งขันฟุตบอลระดับโลกมา Facebook Men of the Match ผู้เล่นที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดบนFacebook ได้แก่โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี) ดาวิดลูอีซ (บราซิล) แม้จะไม่สามารถลงแข่งได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บแต่เนย์มาร์ยังได้รับการพูดถึงมากกว่าผู้เล่นรายอื่นๆที่ลงแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมาถึง 10 เท่าและจะเป็นผู้เล่นที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดหากเขาได้ลงแข่งขันในแมทช์ดังกล่าว ติอาโก้ซิลวา (หมดสิทธิ์ลงเล่น) จะเป็นผู้เล่นที่ได้รับการพูดถึงมากเป็นอันดับสามหากได้ลงแข่ง 5 ประตูยอดนิยมของโลกโซเชียล ซามี เคดีรา ยิงประตูที่ 4ให้เยอรมนีในช่วงเวลาเพียง 7 นาที ส่งผลให้เยอรมนีขึ้นนำ 5-0ขณะเหลือเวลาการแข่งขันถึง 1 ชั่วโมงเต็ม (นาทีที่ 29) โทนี โครสยิงประตูที่สองของเขาในแมทช์ดังกล่าว ทำแต้มให้เยอรมนีขึ้นนำ 4-0ท่ามกลางความตกตะลึงของทีมบราซิล (นาทีที่ 26) โทนี โครส ทำประตูให้เยอรมนีขึ้นนำ 3-0เพียงอึดใจหลังจากที่โคลเซ่ยิงประตูที่สอง (นาทีที่ 24) มิโรสลาฟ โคลเซ่ ยิงให้เยอรมนีขึ้นนำ 2-0ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของการแข่งขันลูกหนังระดับโลก(นาทีที่ 23) และอันเดรเชอร์เล ยิงประตูที่สองของเขาในแมทช์นี้ ส่งผลให้เยอรมนีขึ้นนำ 7-0ถือเป็นแต้มสูงสุดที่ทีมหนึ่งเคยทำมาในการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกรอบสี่ทีมสุดท้าย(นาทีที่ 79)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้คนบนเฟซบุ้กพูดถึงคู่เยอรมนี-บราซิลมากที่สุด -

ม.รังสิตสัมมนาเทคนิคทำตลาดผ่านโซเชียล
นายณัฎฐยศ สุริยเสนีย์ หัวหน้าสาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต ฯลฯ ดูได้จากตัวเลขการตลาดเมื่อปี 2555มีมูลค่าถึง 90,000 ล้านบาท และในปี 2556 ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 100,000 ล้านบาทขณะที่ในปี 2557 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10%จากแนวโน้มดังกล่าว มหาวิทยารังสิต โดยสาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาการจัดการธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์คณะบริหารธุรกิจ ได้จัดอบรมสัมมนา Smart Social Network ในหัวข้อ“เทคนิคการทำการตลาดด้วย Social Network”ซึ่งเป็นการเสนอแนะและบอกถึงเทคนิคการพัฒนาการตลาดอย่างไรให้ประสบความสำเร็จและเพิ่มยอดขายได้ซึ่งเป็นเครื่องมือการทำธุรกิจที่สำคัญ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาวิทยากรในงานสัมมนานอกจากตัวแทนจากมหาวิทยาลัยรังสิตแล้วยังมีตัวแทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทเรดดี เพลนเน็ต และตัวแทนจากบริษัทโมโนเทคโนโลยีจากการสัมมนา สรุปได้ว่า จุดแข็งของธุรกิจด้านนี้มีมากมายอาทิ ตัดภาระค่าเดินทาง ราคาถูกกว่าตามร้านค้า มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น เป็นต้นจึงเป็นเหตุผลว่า การที่จะออกไปซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการมาใช้มันเสียเวลาจึงค้นหาเอาทางโลกออนไลน์ความน่าเชื่อถือเบื้องต้นอาจเกิดจากการรีวิวหรือเสนอแนะจากลูกค้าที่เคยใช้สินค้าของแล้วชื่นชอบและยังทำให้เป็นการตัดสินใจเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีหรือบางคนให้ความสนใจสินค้าจากต่างประเทศก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไป เพียงเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือเท่านั้นเองซึ่งถ้าเปรียบเทียบประเทศที่ใช้การซื้อขายผ่านโลกออนไลน์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นประเทศจีน มีประชากรที่ใช้ช่องทางนี้ประมาณ590ล้านคนเทียบกับประชากรทั้งประเทศของอเมริกาซึ่งจุดแข็งเหล่านี้ที่ทำให้ธุรกิจผ่านโซเชียลมีเดียมีผลกระทบโดยตรงกับชีวิตประจำวันของประชากรทุกๆประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม.รังสิตสัมมนาเทคนิคทำตลาดผ่านโซเชียล