ภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะครึ่งหลัง ระหว่าง วันที่ 8-12 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง คาดว่าจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ภาคตะวันออกน่าจะมีฝนมากกว่าที่อื่น แต่ที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกคำเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ สำหรับช่วงนี้ คือขอให้ประชาชนทางภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ใส่ใจอันตรายจากฝนตกหนัก ชาวเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง เรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่ง ทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ยังยืนยันการคาดหมายลักษณะอากาศฤดูฝนปีนี้ว่า ครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม พื้นที่ประเทศไทยตอนบน ฝนจะน้อย เพราะร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน จนครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาที่ประเทศไทยตอนบนอีกรอบ ในจังหวะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็จะมีกำลังแรงขึ้น จึงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ มีโอกาสน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่ เอาเป็นว่า นับแต่กลางเดือน กรกฎาคม ยันกันยายน ต้องใส่ใจกับฝนฟ้าที่จะมามากกว่าช่วงนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา ฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยไปเยอะ และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้ ก็คงจะน้อยอยู่ดี ขณะที่กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ยังมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ในเกณฑ์น้อย แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนได้ระยะหนึ่งแล้วก็ตาม กรมชลประทานรายงานว่า ได้ช่วยกันกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับเริ่มวางแนวทางบริหารจัดการน้ำ ให้สอดคล้องกับสภาวะฝน โดยไม่ให้กระทบกับพื้นที่ทางท้ายเขื่อน และเตรียมการเก็บกักน้ำให้มากที่สุด การสำรองน้ำสำหรับฤดูแล้งหน้าเริ่มขึ้นแล้ว ถ้าได้ยินข่าวการเตรียมรับมือฤดูแล้ง ทั้งที่มีฝนตกก็อย่าแปลกใจ เพราะอัตราการไหลของน้ำลงอ่างต่ำอย่างใจหาย ข้อมูลที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) นำมาเปิดเผย ระบุว่าขณะนี้เขื่อนภูมิพล มีน้ำอยู่ 31 เปอร์เซ็นต์ แต่ใช้ได้จริงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ เหลือ 34เปอร์เซ็นต์ ใช้ได้จริงเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับน้ำน้อยวิกฤติ ที่น้อยสุดเวลานี้ เขื่อนจุฬาภรณ์มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่า ที่ต้องใส่ใจเวลานี้ มีทั้งระวังฝนตกหนักเฉพาะหน้า เป็นบางแห่ง ซึ่งอาจมีน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกันก็ให้คำนึงว่า ปัญหาน้ำน้อยและการขาดแคลนในฤดูแล้งคงได้เจอกันช่วงปลายปี อีก 4-5 เดือนก็ได้เห็น หยาดน้ำฟ้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : น้ำ(ยัง)น้อย – รู้หลบ
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

น้ำ(ยัง)น้อย – รู้หลบ
-

‘ทีโอที’ รุกตลาดอินเทอร์เน็ต ส่งแคมเปญดึงลูกค้ารายใหม่
ในยุคการแข่งขันรุนแรง ผู้ให้บริการโทร คมนาคมต่างต้องหาวิธีมาดึงดูดลูกค้าให้ใช้บริการตนเองได้มากที่สุด โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ การบริการ และโปรโมชั่นต่าง ๆ นายจุมพล ธนะโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการลูกค้านครหลวง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ผลจากการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556-เม.ย. 2557 ส่งผลให้ยอดการใช้งานโทรศัพท์และอินเทอร์ เน็ตของทีโอทีลดลง ทั้งนี้ รายได้ในส่วนของบริการนครหลวงครึ่งปี (ม.ค.-พ.ค. 57) อยู่ที่ 3,599 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้เดิม 4,013 ล้านบาท ส่วนรายได้สิ้นปีนี้ตั้งไว้ที่ 10,109 ล้านบาท โดยปัจจุบันทีโอทีครองส่วนแบ่งการตลาดรวม 40% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่การชุมนุมเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุด และถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ทีโอที ทำให้ไม่สามารถทำการตลาดได้ และลูกค้าไม่เข้ามาใช้บริการ อีกทั้งคู่แข่งมีเงินทุนด้านประชาสัมพันธ์ แต่ทีโอทีมีจำกัด โดยในส่วนของนครหลวงปีนี้มีงบลงทุนอยู่ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นการวางโครงข่ายสาย การซื้ออุปกรณ์ รวมถึงการบำรุงรักษา นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการใหญ่ คือ อินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ (เอฟทีทีเอ็กซ์) จำนวน 2 ล้านพอร์ต มูลค่า 32,550 ล้านบาท ที่ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังถูกชะลอจึงไม่สามารถวางโครงข่ายได้ทั่วถึงทำให้ทีโอทีเองปรับแผนการลงทุน ทั้งนี้ จากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว ทีโอทีจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อลงไปหาลูกค้า ถือว่าเร่งทำตลาดอย่างหนักเพื่อดึงลูกค้าอินเทอร์เน็ต ผ่านแคมเปญ “บิ๊ก เซอร์ไพร้ส์” ราคา 990 บาท ความเร็ว 20 เมกะบิตต่อวินาที เพื่อดึงยอดการใช้งานให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มีการแข่งขันอย่างหนักในขณะนี้ สำหรับกิจกรรม บิ๊ก เซอร์ไพร้ส์ จะเป็นการเดินสายโปรโมตให้ลูกค้าทราบ ทั้งในเรื่องของราคา การติดตั้งอุปกรณ์ให้กับลูกค้าทันทีที่ลูกค้าต้องการ และการทำซีเอสอาร์ อาทิ การทำความสะอาดตู้สาธารณะ ที่ได้จัดทุกวัน โดยวันธรรมดาจะจัดช่วงเที่ยงวันและตอนเย็น ในขณะที่วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะจัดกิจกรรมใหญ่ มีรถกองงานไปติดตั้งอุปกรณ์ให้กับลูกค้าโดยไม่จำกัดช่วงเวลา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมดังกล่าวไปแล้วที่ถนนแจ้งวัฒนะ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ที่ตั้งเป้าตอนแรกไว้ 300 ราย แต่ได้ลูกค้ากลับมาที่ 400 ราย เป็นต้น โดยวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมที่บางใหญ่ เป็นเชิงสัญลักษณ์ เดินสายให้ความรู้ประชาชน หากคู่สายเดิมเป็นทองแดงก็จะแนะนำให้เปลี่ยนเป็น เอฟทีทีเอ็กซ์ ในราคาพิเศษและมีการนำเสนอโปรโมชั่นจนกว่าลูกค้าจะพอใจ “ถ้าโครงการ 2 ล้านพอร์ตได้รับการอนุมัติ การให้บริการก็จะสามารถครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตอนนี้ทีโอที ใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยเจาะกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเพื่อตอบสนองลูกค้า ด้วยสถานการณ์เปลี่ยนไปทีโอทีต้องหาลูกค้าก่อนถึงจะวางระบบ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ลงทุนก่อน แล้วค่อยทำการตลาดหาลูกค้า” หากจะให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลการใช้งานที่ตรงจุด การลงพื้นที่เพื่อกระตุ้นการรับรู้ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ไม่สูญเปล่า โดยเฉพาะหากระดับผู้บริหารลงไปสัมผัสเอง. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ทีโอที’ รุกตลาดอินเทอร์เน็ต ส่งแคมเปญดึงลูกค้ารายใหม่ -

กูเกิลกับแทงโก้ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์พกพาสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ นอกจากจะนึกถึงอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารได้ มีลูกเล่นต่าง ๆ ไม่แพ้คอมพิวเตอร์ แถมยังขนาดเล็กพกพาสะดวกกว่าด้วยแล้ว อีกหนึ่งลูกเล่นที่เหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้วสำหรับอุปกรณ์สมัยใหม่ก็คือกล้องนั่นเองครับ ไหนจะต้องใช้เพื่อคุยเฟสไทม์วิดีโอคอล ใช้ถ่ายรูปอัพลงอินสตาแกรม แชร์ลงเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่ใช้ส่อง QR Code ดูข้อมูลต่าง ๆ เรียกว่าไม่ใช่แค่อุปกรณ์เสริมเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียวแล้วนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงเทคโนโลยีกล้องในอุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ แต่ที่ผมจะมาคุยกับคุณผู้อ่านไม่ใช่เรื่องว่ากล้องรุ่นล่าสุดมีความละเอียดกี่ล้านพิกเซลแล้ว หรือมีฟังก์ชันแต่งรูปฟรุ้งฟริ้งใส่มาให้บ้างแล้วหรือยัง แต่ผมจะมาพูดถึงกล้องบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในอนาคตที่บูรณาการเอากล้องดิจิตอลเข้ากับเทคโนโลยีการวิเคราะห์และเข้าใจภาพ หรือที่ภาษาวิชาการเรียกกันว่า คอมพิวเตอร์ วิทัศน์ (Computer Vision) ผมขออธิบายสักนิดนะครับว่าคอม พิวเตอร์วิทัศน์คืออะไร คือ โดยปกติแล้วสมาร์ทโฟนของเรามีกล้องติดอยู่ก็จริง ถ่ายภาพได้ก็จริง แต่ในภาพที่ถ่ายนั้นมีใครหรืออะไร อยู่ที่ตรงไหนหรือยังไงบ้าง สมาร์ทโฟนจะไม่รู้และตอบเราไม่ได้เลยสักอย่างใช่ไหมครับ ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง เพราะมนุษย์เรานอกจากจะมองเห็นได้เหมือนกล้องแล้ว ยังมีสมองที่สามารถวิเคราะห์รู้และแปลความได้ด้วยว่าในภาพนั้นมีอะไรอยู่บ้าง และความพยายามที่จะทำให้กล้องมีมันสมอง สามารถวิเคราะห์ตีความรูปภาพได้เหมือนกับที่มนุษย์เราทำได้นี่ล่ะครับคือ ศาสตร์แห่งคอมพิวเตอร์วิทัศน์ ตัวอย่างความสามารถเล็ก ๆ อย่างหนึ่งของคอมพิวเตอร์วิทัศน์ที่ถูกใช้ในกล้องดิจิตอลหลาย ๆ รุ่น ก็เช่น ระบบการโฟกัสและติดตามใบหน้าคนอัตโนมัตินั่นล่ะครับ ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ศาสตร์ของคอมพิวเตอร์วิทัศน์ทวีความสำคัญมากขึ้นไปพร้อม ๆ กับบทบาทของกล้องดิจิตอลที่มีมากขึ้น มีโครงการวิจัยดัง ๆ ของคอมพิวเตอร์วิทัศน์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โปรเจคท์แทงโก้ (Project Tango) ของบริษัทกูเกิล ซึ่งออกมาเป็นรูปเป็นร่างและประกาศตัวไปเรียบ ร้อยแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่าชื่อโปรเจคท์ Tango นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชั่น Tango สำหรับใช้สนทนากันที่มีขายอยู่บนเพลย์สโตร์แต่อย่างใด แต่เป็นโปรเจคท์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีความอัจฉริยะในด้านของการมองเห็นที่มีมันสมองจากศาสตร์คอมพิวเตอร์วิทัศน์ และเป็นส่วนหนึ่งของ Advanced Technology and Projects หรือ ATAP ของกูเกิล ที่ทีมนักวิจัยมาจากการซื้อกิจการของโมโตโรล่านั่นเอง ถ้าพูดถึงแผนที่กูเกิลหรือ Google Map แล้วผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนรู้จักและใช้มันอยู่เป็นประจำ จะดูแผนที่แบบ 2 มิติหรือ 3 มิติก็ได้ จะใช้นำทางจากที่ไหนไปที่ไหนก็ได้ แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีข้อจำกัดว่ามีเฉพาะแผนที่และการนำทางภายนอกตัวอาคารเท่านั้น แต่โปรเจคท์แทงโก้ของกูเกิลนี่ล่ะครับ ที่จะช่วยต่อยอดแผนที่ให้เข้ามาสู่ภายในตัวอาคารได้ ให้พวกเราเองสามารถสร้างแผนที่ 3 มิติและระบบนำทางได้ในตัวตึกที่ทำงานของเรา ในบ้านของเรา หรือแม้แต่ในห้องส่วนตัวของเรา โดยเป้าหมายของโปรเจคท์แทงโก้นี้ คือ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยกล้อง 2 ตัว แสงอินฟราเรดและเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับวัดความลึก รวมถึงชิพประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์วิทัศน์ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าในเวอร์ชั่นของแท็บเล็ต กูเกิลจะทำออกมาในขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว โดยการใช้งานนั้นก็เพียงแค่นำกล้องบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของโปรเจคท์แทงโก้ส่องไป ระบบก็จะทำการวิเคราะห์และสร้างแผนที่ 3 มิติของสิ่งแวดล้อมตรงหน้าออกมาได้ทันที ซึ่งผลที่ได้ไม่ใช่แค่รูปภาพ 2 มิติแบน ๆ เหมือนกล้องธรรมดานะครับ แต่เป็นแบบจำลอง 3 มิติที่พ่วงความสามารถวิเคราะห์ภาพมาให้ด้วย ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถรู้ได้ด้วยว่าในแบบจำลองนี้มีอะไรอยู่ที่ตรงไหนบ้าง สามารถนำมาต่อยอดสร้างเป็นระบบนำทาง 3 มิติภายในตัวอาคารได้ เรียกว่า เป็นโปรเจคท์ที่ใช้องค์ความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์ 3 มิติแบบเต็ม ๆ เลยล่ะครับ โปรเจคท์แทงโก้นี้ ทางกูเกิลได้เฟ้นหานักพัฒนาระบบและผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์มาเป็นจำนวนมากถึง 4,000 คนจากทั่วโลกเลยทีเดียวครับ ซึ่งความท้าทายที่สุดของทีมวิจัยนี้ คือ การที่กูเกิลต้องการให้แทงโก้มีความเร็วในการประมวลผลเป็นไปอย่างทันทีหรือที่เรียกว่า Real Time ครับ ถ้าคุณผู้อ่านเคยเล่นเกม 3 มิติที่ภาพสวย ๆ หรือเคยใช้โปรแกรมที่ทำงานกับภาพ 3 มิติมาบ้าง คุณผู้อ่านก็คงจะทราบดีว่าถ้าไม่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีตัวประมวลผลและการ์ดจอแรง ๆ แล้วล่ะก็ การประมวลผลขนาดมหาศาลของแบบจำลอง 3 มิติจะทำให้เกิดอาการภาพกระตุกบ้าง คอมพ์อืดบ้าง แล้วนี่ถ้ามาทำบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีตัวประมวลผลเล็กกว่ามากแล้วล่ะ มันจะเป็นยังไง? ถือเป็นความท้าทายที่น่าจับตามองสำหรับกูเกิลในการสร้างโปรเจคท์แทงโก้นี้เลยล่ะครับ ถึงตรงนี้คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะยังคิดว่าเทคโนโลยีแผนที่ 3 มิติอย่างในโปรเจคท์แทงโก้นี้ดูจะเป็นอะไรที่เกินความจำเป็น มีไว้ก็ไม่รู้จะได้ใช้หรือเปล่า แต่อย่าลืมนะครับว่าในอดีตกล้องติดในโทรศัพท์มือถือก็เคยถูกมองว่าเป็นแค่ลูกเล่นเสริมที่สิ้นเปลือง ไม่มีความจำเป็น มีไว้เพื่อเพิ่มราคาให้โทรศัพท์มือถือมาก่อนเหมือนกัน เพราะโลกเทคโนโลยีของเราหมุนด้วยอัตราเร่งอยู่ตลอดเวลา คนที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ได้ก่อน และสามารถนำมาบูรณาการต่อยอดเข้ากับจินตนาการเจ๋ง ๆ ได้ก่อน ก็จะเป็นคนที่คว้าโอกาสในการสร้างนวัตกรรมสุดยอด ๆ ออกมาได้ก่อนเช่นกัน ในโลกไร้พรมแดนนี้ไม่ว่าใครก็สามารถกระโดดเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเสรีและสร้างสรรค์นี้ได้ ขอเพียงตั้งใจ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะลงมือทำ ผมเชื่อว่าคนไทยเราก็มีโอกาสดีไม่น้อยไปกว่าใครในการร่วมไขว่คว้าโอกาสนี้ครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กูเกิลกับแทงโก้ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี