ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • ไปรษณีย์ไทยเร่งหาข้อสรุปชดใช้ค่าสลากฯ 1.7 ล้านบาทที่สูญหาย

    ไปรษณีย์ไทยเร่งหาข้อสรุปชดใช้ค่าสลากฯ 1.7 ล้านบาทที่สูญหาย

    วันนี้ (26 มิ.ย.) ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ นายกาหลง ทรัพย์สอาด รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการภูมิภาค ปณท กล่าวว่า จากกรณีคลิปการโยนถุงสิ่งของลูกค้าของพนักงานปณท ตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ นั้นทางปณท ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น แต่ยอมรับว่าควบคุมยากเพราะมีทั้งบริษัทรับจ้างขนส่งและพนักงานของ ปณท เอง ซึ่ง ปณท จะมีบทลงโทษทุกคนที่ทำผิดอยู่แล้วในสัญญาตามรายบุคคลสำหรับการแก้ปัญหาดังกล่าว โดนเฉพาะการโยนพัสดุ คือ ใช้กรงเหล็กเข็นขึ้นรถทันที นอกจากนี้ ยังมีการปรับรูปแบบย่ามนำจ่ายที่ออกแบบมาใหม่ให้มีขนาดเล็กลง และอบรมพนักงานรับฝากและหุ้มห่อให้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันปริมาณการส่งพัสดุแบบอีเอ็มเอสที่มีปัญหาสูญหายหรือชำรุดจะเป็นกล่อง โดยปีนี้การส่งพัสดุแบบกล่องมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน 15% คิดเป็นเดือนละ 10 ล้านกล่อง หรือปีละกว่า 100 ล้านกล่อง ทั้งนี้เมื่อรวมปริมาณการส่งทั้งหมด ทั้ง พัสดุ อีเอ็มเอส และโลจิสติกส์ มีปริมาณทั้งหมด 2,000 ล้านชิ้นต่อปีนายกาหลง กล่าวว่า ส่วนกรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ก.ค.57 หาย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ในรถขนส่งจะไม่มีพัสดุอื่น เป็นเพียงสลากฯ จำนวน 16 ห่อ ปรากฏว่าประตูฝาหลังรถกะบะเปิด ทำให้หล่นหายไป 2 ห่อ จำนวนสลากฯ รวม 43,200 ใบ ซึ่ง ปณท ได้รีบแจ้งความ และทำใบปลิวเพื่อสร้างการรับรู้ต่อประชาชนในเขตพื้นที่ โดยให้รางวัลต่อผู้พบเห็นห่อละ 1 หมื่นบาท และแจ้งอายัดกับกองสลากฯ ทันที โดยเบื้องต้นหลังจากเจรจากับกองสลากฯ ล่าสุด ทางกองสลากฯ คิดค่าเสียหายตามจำนวนสลากฯ ที่หายอยู่ที่ 1.7 ล้านบาท ปณท มองว่าการขนส่งดังกล่าวเป็นการส่งพัสดุที่มูลค่าการชดใช้จะอยู่ที่ห่อละ 1 พันบาทเท่านั้นตามข้อกำหนดของการส่งพัสดุ"ในแง่การชดใช้ค่าเสียหายถือว่าเป็นคนละส่วนกันหากต้องจ่าย 1.7 ล้านบาท ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างเจรจา และต้องรอให้บอร์ด ปณท พิจารณาก่อน เพราะอัตราค่าชดใช้ตามสัญญาอยู่ที่ห่อละ 1 พันบาท เพราะการลงทะเบียนนำส่งเป็นประเภทพัสดุ ส่วนการสอบสวนพนักงานของ ปณท เชื่อว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จะได้ข้อสรุป" นายกาหลง กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไปรษณีย์ไทยเร่งหาข้อสรุปชดใช้ค่าสลากฯ 1.7 ล้านบาทที่สูญหาย

  • ‘โรงไฟฟ้าเคลื่อนที่’ ฝีมือนักวิจัยทหาร – ฉลาดคิด

    ‘โรงไฟฟ้าเคลื่อนที่’ ฝีมือนักวิจัยทหาร – ฉลาดคิด

    โชว์ฝีมืองานวิจัยด้านความมั่นคงของประเทศ ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี  2557 ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือวช . จัดขึ้นที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายนนี้ กับผลงานที่น่าสนใจ “ระบบสูบน้ำและผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบลากจูง” ของกองพลังงานทดแทน กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ซึ่งหากได้รู้ถึงประโยชน์การใช้งานแล้ว  คงต้องเรียกได้ว่าเป็นเสมือน “โรงไฟฟ้าเคลื่อนที่” นั่นเอง นักวิจัยในโครงการซึ่งเป็นกำลังพลของกรมการพลังงานทหาร  บอกว่า  นี่คือต้นแบบเครื่องแรกและเครื่องเดียวในประเทศไทย ที่นอกจากจะสูบน้ำได้แล้วยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้งานได้อีกด้วย โดยระบบดังกล่าวออกแบบมาเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้กับฐานปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันชายแดน รวมถึงหน่วยงานทหารที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สายส่งไฟฟ้าไปไม่ถึง ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิต 1.2 กิโลวัตต์ กำลังการผลิตขนาดนี้ นักวิจัยบอกว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในสำนักงานหนึ่งสำนักงานทีเดียว นอกจากนี้บนรถลากจูงยังติดตั้งปั๊มสูบ น้ำที่สามารถสูบน้ำได้ทั้งน้ำผิวดินและใต้ดิน  สำหรับใช้งานในภารกิจทหารหรือภารกิจบรรเทาสาธารณภัยได้ สำหรับการออกแบบระบบ ประกอบไปด้วยชุดแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 150 วัตต์ จำนวน 8 แผง ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าชนิดกระแสตรง (DC) จ่ายไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์ควบคุมการประจุไฟฟ้า เพื่อประจุไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ จากนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับ (AC) ขนาด 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ จ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในสำนักงานรวมถึงเครื่องมือสื่อสาร ส่วนรถบรรทุกพ่วงลากจูง สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลกรัม นักวิจัย บอกอีกว่า ระบบนี้สามารถประจุไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ที่รองรับการใช้งานตอนกลางคืนได้ถึง 8 ชั่วโมง สามารถลากจูงไปใช้ในพื้นที่สนามรบหรือพื้นที่ประสบภัยได้ทันที ปัจจุบันต้นแบบถูกนำไปทดสอบใช้งานที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ จ.ปราจีนบุรี และล่าสุดถูกนำไปใช้ในการฝึกนักเรียนนายร้อย จปร. ผลจากการทดสอบใช้งาน พบว่าระบบสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าของหน่วยทหารได้เป็นอย่างดี อนาคต จะมีการพัฒนาต่อยอดให้มีน้ำหนักเบาขึ้นและสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น งานวิจัยนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ห่างไกล หรือบรรเทาด้านสาธารณภัยแล้ว  ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนทางด้านพลังงาน และที่สำคัญเป็นผลงานของนักวิจัยไทย ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาแพง !  นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘โรงไฟฟ้าเคลื่อนที่’ ฝีมือนักวิจัยทหาร – ฉลาดคิด

  • แจ็ค หม่า กำลังสร้างตำนาน โลกธุรกิจไฮเทคจีน – โลกาภิวัตน์

    แจ็ค หม่า กำลังสร้างตำนาน โลกธุรกิจไฮเทคจีน – โลกาภิวัตน์

    แจ็คหม่า โลกตะวันตกส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รู้จักมาก แต่คราวนี้ทำให้โลกตะวันตกโดยเฉพาะอเมริกาต้องตะลึงเข้ามารีบล็อบบี้ เพื่อให้แจ็คหม่า เจ้าของบริษัทอาลีบาบาเข้าสู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก และจะเป็นไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดแซงเฟซบุ๊ก แจ็คหม่า เจ้าของบริษัทอาลีบาบาซึ่งเริ่มต้นชีวิตด้วยการสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซหรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่อพาร์ตเมนต์ของตนเองจนกระทั่งมาเป็นธุรกิจไฮเทคด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน แต่ไม่นานอาจจะใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยราคาทุนในตลาดสูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทจนถึง 7.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะถือว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยเทียบกับบริษัทไฮเทคยักษ์ใหญ่ เช่น เฟซบุ๊กซึ่งอยู่ในตลาดแนสแดก ออราเคิล อยู่ในตลาดนิวยอร์ก และไอบีเอ็มในตลาดนิวยอร์ก นักเล่นหุ้นทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกจ้องมองไปที่บริษัทอาลีบาบาว่าจะเข้าตลาดหุ้นและขายพีโอหรือเริ่มขายหุ้นครั้งแรกเมื่อไร โดยที่ผู้สังเกตการณ์และผู้เชี่ยวชาญตั้งความหวังไว้ว่า แค่เปิดตลาดเท่านั้นมูลค่าจะได้ถึง 3 ล้านล้านบาททันที เดิมทีนั้น ผู้คนคิดว่าอาลีบาบาน่าจะเข้าตลาดหุ้นที่ฮ่องกง เพราะแจ็คหม่าเป็นนักธุรกิจจีนแผ่นดินใหญ่ ถึงรัฐบาลจีนจะส่งเสริมให้บริษัทจีนเข้าตลาดฮั่งเส็งที่ฮ่องกงมากกว่า เพราะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศจีน และคุณแจ็คหม่าเองก็สนิทสนมกับซีอีโอของตลาดหุ้นในฮ่องกงแต่ในช่วงข้ามคืน กลับมีข่าวลงในสำนักข่าวในประเทศจีนเองว่า แจ็คหม่าได้เปลี่ยนใจที่จะนำเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์กแทน ซึ่งข่าวจากตลาดหุ้นนิวยอร์กเองก็ได้โม้ว่าได้ใช้วิธีการล็อบบี้อย่างหนักกับคุณหม่า ก็เลยทำให้คุณหม่าเปลี่ยนใจจากที่จะเข้าตลาดฮ่องกงไปเข้าตลาดนิวยอร์กแทน ทำไมรัฐบาลจีนปล่อยให้บริษัทของคุณแจ็คหม่า อาลีบาบาหลุดมือไปให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้นั้น ท่านผู้อ่านที่เก่งเรื่องลงทุนในประเทศจีนคงจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่า คุณแจ็คหม่าแห่งอาลีบาบาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทแท้ ๆ แต่ก็ไม่งก คือเป็นเจ้าของหุ้นแค่ 7% เท่านั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบริษัทถึงได้มีขนาดใหญ่มาก คือยอมแบ่งกำไรและรายได้เพื่อให้คนร่วมลงทุนได้เยอะ เมื่อเปรียบเทียบกับ เจ็ฟ บีโซส แห่งอะเมซอนถึงถือว่าน้อยแต่มีหุ้น  20% เขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทในปี ค.ศ.1994 ส่วนมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊กมี 30% ก็เยอะหน่อยจะได้ควบคุมกำไรได้เยอะกว่า คุณแจ็คหม่า ก็ใจถึงไม่น้อยคือจะบริจาคเงินเพื่อมูลนิธิถึง  2% ของหุ้นในตลาดคิดเป็นเงินก็หลายหมื่นล้าน ก็ถ้าเข้าตลาดแล้วประสบความสำเร็จก็คิดเป็นเงินแสนล้านบาท เงินเพื่อการกุศลให้กับประเทศจีน เพื่อพัฒนาสามเรื่องด้วยกันคือ สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการศึกษาให้กับประเทศจีน ชีวิตของคุณแจ็คหม่า  ผมจะเขียนเพิ่มเติมเป็นตอน ๆ ผมคิดว่าผู้อ่านคนไทยคงสนใจกันไม่น้อย.  รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แจ็ค หม่า กำลังสร้างตำนาน โลกธุรกิจไฮเทคจีน – โลกาภิวัตน์