วันนี้(23มิย.57)ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค(ฮอลล์ 9)เมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2557”ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”และ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก”และเป็นเวทีระดับชาติให้องค์กรนักประดิษฐ์และนักวิจัยได้นำเสนอผลงาน โดยในปีนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด“Innovation for Mankind”ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า การวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งด้านทรัพยากรบุคคลชุมชน สังคม หรือแม้กระทั่งความมั่นคงของประเทศในองค์รวม โดยเฉพาะภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ดังจะเห็นได้ว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจและมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆประเทศไทย นับว่าโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นต้นแบบในการศึกษาวิจัย การประดิษฐ์คิดค้นและนำไปทดลองใช้ปฏิบัติในการแก้ปัญหาให้แก่พสกนิกรชาวไทยและชาวโลกมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานดังเช่น โครงการฝนหลวงที่นำไปใช้แก้ปัญหาความแห้งแล้งและใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรมทั้งในและต่างประเทศและกลายเป็นที่มาของแนวคิด“Innovation forMankind”ของการจัดงาน ครั้งนี้สำหรับภายในงานมีการมอบรางวัลให้ผลงานที่ได้รับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ ทั้งรางวัลนักวิจัยดีเด่น ผลงานวิจัยดีเด่น รางวัลวิทยานิพนธ์และรางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้นส่วนนิทรรศการนอกจากนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์แล้ว ยังมีนิทรรศการรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการผลงานประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจากต่างประเทศซึ่งปีนี้มีผลงานคนไทยได้รับรางวัลจากงานสิ่งประดิษฐ์นานาชาติที่สาธารณรัฐเกาหลี49 ผลงาน อาทิผลงานเรื่องแผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลจากโปรตีนกาวไหมเพื่อใช้กระตุ้นการหายของบาดแผลของรศ.ดร.ภญ.พรอนงค์ อร่ามวิทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผลงานที่ได้รับรางวัลจากงานแสดงนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวาจำนวน 35ผลงาน เช่น อุปกรณ์ช่วยพ่นยาชนิดทำได้ด้วยตนเอง ของรศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตและหุ่นยนต์เสริมการกระตุ้นพัฒนาการเด้กออทิสติก ของผศ.ดร.ปัณรสี ฤทธิประวัติจากมหาวิทยาลัยมหิดลนอกจากนี้ยังมีนิทรรศการผลงานจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมนำเสนอผลงานกว่า300 หน่วยงาน โดยมีผลงานที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก อาทิ สิ่งประดิษฐ์ด้านความมั่นคง ซึ่งมีการนำเรือตรวจการณ์พลังลม AIR BOAT ของกรมการขนส่งทหารบกและระบบผลิตไฟฟ้าและสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ ของกรมการพลังงานทหารมาโชว์ การประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ของเยาวชนไทยภายใต้โครงการ 1 โรงเรียน 1สิ่งประดิษฐ์ และการประกวดนวัตกรรมแบบมุ่งเป้าเพื่อยกระดับผลผลิตของพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของไทยสนใจ เข้าชมงานฟรีได้ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค(ฮอลล์9) เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23-26มิถุนายนนี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วช.เปิดงานวันนักประดิษฐ์ โชว์ผลงานคนไทย
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

วช.เปิดงานวันนักประดิษฐ์ โชว์ผลงานคนไทย
-

“ลาซาด้า” ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซโต หนุนคนไทยซื้อขายผ่านเว็บ
นายริคคาร์โด บาซิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลาซาด้า ประเทศไทยกล่าวว่า หลังจากเปิดบริการเว็บไซต์เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา จากการเติบโตของมือถือและตลาดอีคอมเมิร์ซ และการวางเป้าหมายที่จะมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ง่ายและสะดวกสบายให้กับลูกค้ารวมไปถึงการสร้างเว็บไซต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากห้างสรรพสินค้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกจับจ่ายสินค้าต่างๆได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นหรือนานาชาติทั้ง 13หมวดการจัดหน้าเว็บไซต์ได้แบ่งสินค้าตามชั้นต่างๆ ให้เหมือนในห้างสรรพสินค้าจริง ลูกค้าสามารถเข้าถึงลาซาด้าได้จากทุกที่บนเว็บไซต์ มือถือผ่านแอพ(LAZADAApp) ทั้งในระบบ iOS และ Android เลือกชำระสินค้าด้วยบริการเก็บเงินสดปลายทางเมื่อรับสินค้า (Cash on delivery payment) ได้อีกด้วยรวมไปถึงสามารถคืนสินค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าภายใน 14 วัน โดยพื้นที่กรุงเทพฯสามารถรับสินค้าได้ภายใน 2-3 วัน และมีการโทรปรึกษาได้ทั้งก่อนซื้อและหลังซื้อ“ปัจจุบันคนไทยนิยมซื้อตั๋วออนไลน์แต่ยังไม่กล้าซื้อของผ่านออนไลน์ จึงอยากให้คนไทยได้เห็นว่ามี เว็บไซต์สำหรับชอปปิ้งอยู่ จุดเด่นของสินค้าที่มาใหม่ทุกวันโดยไม่ต้องไปห้างไม่ต้องไปแย่งกับใครคนขายไม่ต้องลงทุนก็มีลูกค้าเป็นล้านๆ คน และสามารถเสนอความหลากหลายของสินค้าให้กับลูกค้าได้จากการเติบโตที่เห็นได้จากที่เราเริ่มทำปลายปีที่แล้วกลางปีนี้มีสินค้าซื้อของผ่านมือถือเพิ่มมากกว่า 50% จำนวนลูกค้า ไตรมาส 1-2เพิ่มขึ้น 80%ทั้งนี้ ปัจจุบันถือเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการในประเทศอินโดนีเซียอยู่ระหว่างเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทีวีและสื่อดิจิตอลชุดใหม่ล่าสุด จากผลงานของผู้กำกับชื่อดัง“สุธน เพ็ชรสุวรรณ” ชูจุดเด่นด้วยการซื้อสินค้าที่ง่ายกว่าการไปห้างสรรพสินค้า โดยจะเริ่มออกอากาศใน5ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ ไทย โดยเริ่มออกอากาศวันที่23 มิ.ย.57 โดยยอดคนเข้าเว็บปัจจุบัน 6 ประเทศ ที่รวม สิงคโปร์ด้วยอยู่ที่ 1 ล้านคนนอกจากนี้บริษัทฯยังเปิดตัวโลโก้ใหม่ที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัยกว่าโลโก้เดิมมาใช้คู่กับเว็บไซต์ที่ออกแบบขึ้นใหม่โดยโลโก้นี้ถูกดีไซน์มาเพื่อดึงดูดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพต่อธุรกิจของลาซาด้ามากขึ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมและพลังอันมหาศาลของประเทศในแถบเอเชีย จึงใช้สถาปัตยกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาสร้างเป็นสะพานในตัวเอของคำว่า LAZADA ซึ่งหมายถึงสะพานที่เชื่อมระหว่างผู้บริโภคและสินค้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ลาซาด้า” ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซโต หนุนคนไทยซื้อขายผ่านเว็บ -

“เอไอเอส”ใจป้ำยกเว้นค่าบริการทุกรายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
นายปรัธนาลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่า มีลูกค้าใช้งานเล่นเกมคุกกี้รันและมีค่าบริการสูงผิดปกติ นั้น เอไอเอสขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันการใช้บริการเกี่ยวกับ application ทางอินเตอร์เน็ตอาทิ การสมัครใช้งาน หรือ การซื้อ content ผ่านทาง Googleplay store ซึ่งเป็นศูนย์รวม application ของแอนดรอยด์ ที่ให้บริการโดยกูเกิ้ลได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าจำเป็นต้องสมัครหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยการสะดวกให้กับลูกค้าเอไอเอสจึงเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ Google Play Store โดยหักจากบิลล์ค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสได้ทั้ง prepaid และ postpaid ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557ที่ผ่านมา ซึ่งในทางปฏิบัติ ในการที่จะใช้บริการดังกล่าวได้นั้น ลูกค้าจะต้องมีการสมัครใช้งานและยืนยันความเป็นเจ้าของก่อน จึงจะสามารถทำการหักค่าใช้จ่ายได้ รวมถึงในการซื้อ content แต่ละครั้ง จะมีการแจ้งให้ยืนยันการซื้อและจะมีการส่งยืนยันการซื้อดังกล่าวกลับไปที่ email ของลูกค้าเสมอเช่นกัน“อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดบริการดังกล่าวไปพบว่าลูกค้าบางท่านมีค่าบริการสูงผิดปกติตามที่เป็นข่าวซึ่งบริษัทฯก็มิได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่งโดยได้ทำการปิดบริการซื้อไอเท็มเกมและคอนเทนต์ผ่านเครือข่ายเอไอเอสสำหรับระบบโพสต์เพดทันที ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะดูแลลูกค้าโดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้าทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์”ทั้งนี้บริษัทฯจะมีการพัฒนาระบบแจ้งเตือนรวมถึงเพิ่มเติมการกำหนดยอดการใช้งานสูงสุดในการชำระค่าสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง(CreditLimit) เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้บริการในโลกOnline เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอไอเอส”ใจป้ำยกเว้นค่าบริการทุกรายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์