เออาร์ไอพี ชี้ตลาดไอทีไทยครึ่งปีแรกติดลบ เพราะประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย คาดหากการเมืองนิ่งกำลังซื้อจะกลับมาในไตรมาส4 แต่ทำได้ดีสุดคือไม่ติดลบแต่ไม่โตจากปีที่ผ่านมา นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน ) เปิดเผยถึงตลาดไอทีไทยในช่วงครึ่งปีแรกว่า อยู่ในภาวะติดลบ หรือช็อกตลาด โดย 6 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดไอซีทีหายไปจากตลาดไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากตลาดรวมที่เคยมีอยู่ประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย และการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในปีที่ผ่านมามีน้อยมากทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นกำลังซื้อ อย่างไรก็ดีหากสถานการณ์ทางการเมืองนิ่ง คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาในช่วงไตรมาสที่ 4 และทำให้ตลาดเติบโตได้อย่างมากที่สุดก็คือเท่ากับปีที่ผ่านมา หรือเรียกว่าไม่มีการเติบโต ทั้งนี้มองว่าการที่ตลาดจะกลับมาได้นั้นเป็นเพราะยังมีความต้องการซื้อที่ค้างอยู่ บวกกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการหยุดให้การสนับสนุนระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์เอ็กซ์พี จะทำให้ผู้ใช้เครื่องรุ่นเก่า เริ่มมองหาเครื่องที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ มากขึ้น นายปฐม กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่บทบาทของตลาดคอนซูเมอร์ หรือผู้ใช้ทั่วไปกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากตลาดภาครัฐหายไปจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวมาเล่นตลาดคอนซูเมอร์มากขึ้น และจะเริ่มเห็นการเติบโตในส่วนของตลาดไอทีจริง ๆ ไม่ใช่การเติบโตจากฝั่งโมบายเหมือนเดิม ซึ่งโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตจะกลับมา เพราะมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ขณะที่ตลาดมือถือเริ่มเติบโตลดลงโดยเฉพาะกลุ่มพรีเมี่ยม และคาดว่า ใน 3-5 ปีจากนี้ไป ตลาดมือถือรวมถึงแท็บเล็ตจะเติบโตมากเฉพาะในส่วนของตลาดระดับกลางถึงล่างหรือที่ระดับราคา 5,000-12,000 บาท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอทีไทยยังทรุด เออาร์ฯ ฟันธงปีนี้เชื่อดีสุดคือไม่มีติดลบ
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

ไอทีไทยยังทรุด เออาร์ฯ ฟันธงปีนี้เชื่อดีสุดคือไม่มีติดลบ
-

บอร์ดกสท. เล็งปล่อยช่องดาวเทียมที่เหลือออกอากาศ
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 23 มิ.ย.57 จะมีการพิจารณาแจ้งยืนยันผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ภายหลังการอนุญาตตามประกาศ คสช. ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ได้แก่ ชุดไม่ใช้คลื่นความถี่ ชุดผังรายการและเนื้อหารายการ และชุดคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อพิจารณาข้อมูลสถานีโทรทัศน์ 101 ช่องรายการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในโฆษณาอาหารและยาที่ผิดกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณายืนยันเป็นช่องรายการแบบบอกรับสมาชิก ในการตรวจเทปย้อนหลัง ของสำนักงานได้มีเจ้าหน้าที่จาก อย. กระทรวงสาธารณสุข และ อาจารย์จากคณะเภสัช จุฬาฯ มาร่วมตรวจสอบ สำหรับผลที่ตรวจสอบแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค และกลุ่มที่มีการกระทำที่เข้าข่าย แต่ไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรง เบื้องต้นคณะอนุกรรมการเห็นว่าควรให้โอกาสในการปรับตัวให้มีการดำเนินการได้อย่างถูกต้องภายใต้เงื่อนไขโดยทั่วไป 58 ช่อง กลุ่มที่ 2 พบการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน เห็นควรมีมาตรการให้สำนักงาน กสทช. หารือ ตักเตือนช่องรายการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดแนวทางการปรับตัวให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง จำนวน 42 ช่อง และกลุ่มที่ 3 ช่องที่ขอยกเลิกการประกอบกิจการ จำนวน 1 ช่อง ทั้งนี้ ยังมีช่องรายการอื่นๆ ที่ส่งเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้อง จึงได้ประสานเพื่อให้จัดส่งใหม่ อีก 19 ช่อง และช่องที่อยู่ระหว่างการส่งเอกสาร หลักฐาน เพื่อการพิจารณา 21 ช่อง ซึ่งหากช่องดาวเทียมช่องไหนที่ไม่มีการกระทำผิดคาดว่าวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะกลับมาออกอากาศได้อีก ส่วนช่องไหนยังไม่ได้รับการพิจารณา สำนักงานมีแผนจะเชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจ และทำข้อตกลงปรับผังรายการให้ถูกกฎหมายต่อไป ส่วนช่องที่เคยทำผิดกม.มาก่อนจะถูกหมายเหตุไว้ในเงื่อนไขการคืนสิทธิ์ด้วย เพราะหลังการได้รับสิทธิไปแล้วหากพบการโฆษณา หรือรายการที่ทำผิดอีกจะมีมาตรการดำเนินการทางปกครองที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งสาธารณะสามารถช่วยเฝ้าระวังและร้องเรียนเข้ามาได้ รวมทั้งช่องทีวีการเมืองอย่าง T News แม้ได้รับการปลดล็อกแล้ว แต่เนื่องจากเคยพบเรื่องร้องเรียนโฆษณาที่ผิดกฎหมาย อย. ก็จะมีหมายเหตุห้ามทำผิดอีก เช่นกัน ส่วนช่องจอสีการเมืองที่ถูกสั่งระงับ ต้องรอ กสทช. หารือกับ คสช.ก่อน นอกจากนี้ ยังมีวะระการอนุมัติผังรายการทีวีดิจิตอลเพิ่มเติม 2 ช่อง วาระการพิจารณาร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. … วาระสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและแนวทางดาเนินการต่อร่างประกาศ กสทช. ว่าด้วย หลักเกณฑ์กำกับดูแลการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จานวน 2 ฉบับ และวาระการตรวจสอบแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า ช่วงบ่ายจะมีการประชุมบอร์ด กสทช.นัดพิเศษ เรื่อง โครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ (กทปส.) ดังนี้ หนังสือถึงประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ในการขอความอนุเคราะห์ข้อมูลและเอกสารประกอบโครงการฯ เพิ่มเติม รายงานการประเมินราคากล่อง Set Top Box และสายอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของคณะทำงานฯ รวมถึงข้อสังเกตต่างๆจากการประชุมกลุ่มย่อยฯ หนังสือถึงคณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ในการขอความอนุเคราะห์ข้อมูลราคากล่องแปลงสัญญาณทีวีระบบดิจิตอล พร้อมทั้ง หนังสือชี้แจงข้อมูลของคณะกรรมการฯภาคประชาชน มติที่ประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ในการพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายของโครงการฯ นอกจากนี้พิจารณาการดำเนินการที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมติคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. หรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ดกสท. เล็งปล่อยช่องดาวเทียมที่เหลือออกอากาศ -

แอพเรียกแท็กซี่ให้ส่วนลดช่วงฟุตบอลโลก
แกร็บแท็กซี่ (GrabTaxi) แอพพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่อันดับหนึ่งของภูมิภาค มอบส่วนลด 50บาทให้ผู้ใช้บริการในช่วงฟุตบอลโลก วิธีการใช้บริการให้ใส่แฮชแทค#footballfever ในช่อง “รหัสโปรโมชั่น”จะได้รับส่วนลดสำหรับค่าใช้บริการรถแท็กซี่ ส่วนลดดังกล่าวเป็นส่วนลดค่าโดยสารตามมิเตอร์เท่านั้น ผู้โดยสารต้องชำระค่าบริการเรียกรถ 25บาท ให้กับคนขับแท็กซี่โดยตรง โปรโมชั่นนี้ใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่13 กรกฎาคม และสามารถใช้ซ้ำได้ทุกครั้งที่เรียกใช้บริการอีกทั้งยังสามารถใช้กับ GrabCar บริการรถลีมูซีนของเราได้อีกด้วย ผู้โดยสารสามารถจองแท็กซี่ได้ตั้งแต่ 2ชั่วโมงจนถึง 1 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง GrabTaxi เป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมแท็กซี่ก่อตั้งโดยนักศึกษาที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในการแข่งขันประจำปีของHarvard Business School Business Plan Contest แอพGrabTaxi คือนวัตกรรมใหม่แห่งการขนส่งสาธารณะโดยเสนอระบบจ่ายงานสำหรับรถแท็กซี่โดยใช้เทคโนโลยี GPS ที่ทำให้ผู้โดยสารเรียกแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้อย่างง่ายดายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 มีคนขับรถแท็กซีหลายหมื่นคนได้เริ่มใช้เทคโนโลยีGrabTaxi บนสมาร์ทโฟนเพื่อรับการเรียกแท็กซี่ที่อยู่ในเมืองต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต หลังจากติดตั้งแอพลิเคชั่นแล้ว (www.grabtaxi.com)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพเรียกแท็กซี่ให้ส่วนลดช่วงฟุตบอลโลก