วันนี้ (5 มิ.ย.) นางสาวสุชาดา พุทธรักษา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรณีย์ไทย ได้ผนึกกำลังกับ 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด เอาใจคอลูกหนัง ด้วยการเพิ่มช่องทางลุ้นแชมป์ ลุ้นโชคกับไปรษณียบัตรทายผลแชมป์บอลโลก 2014ทั้งนี้ มีคอลเลกชั่นพิเศษ “World Champion” สะดวกสบายเป็นเจ้าของไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลโลก 2014 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้สนใจสามารถร่วมลุ้นใครจะเป็นแชมป์บอลโลก 2014 ผ่านไปรษณียบัตรคอลเลคชั่นพิเศษได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์และร้านแฟมิลี่มาร์ททุกสาขา รวมถึงที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไปรษณีย์ไทย เพิ่มช่องทางทายผลบอลโลก2014
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

ไปรษณีย์ไทย เพิ่มช่องทางทายผลบอลโลก2014
-

ผลสำรวจชี้ชัดลูกค้าชอบสื่อสารกับผู้ให้บริการผ่านโซเชียลมีเดีย
ในงานสัมมนา TM Forum ณ กรุงนีซ แอมดอกซ์ ผู้นำด้านระบบและงานบริการฐานลูกค้า เผยผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่า โซเชียลมีเดียเริ่มกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับลูกค้าในการติดต่อสื่อสาร หรือร้องเรียนต่างๆ กับผู้ให้บริการ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของผู้ให้บริการที่จะพัฒนาประสบการณ์ และลดค่าใช้จ่ายของคอลเซ็นเตอร์ได้มากขึ้น โดยสามารถเชื่อมต่อข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของลูกค้าเข้ากับระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) และใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) เพื่อระบุเรื่องร้องเรียนผ่านทางโซเชียลมีเดียที่สำคัญขึ้นมาก่อน ทำให้ผู้ให้บริการสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ก่อนที่ลูกค้าจะโทรเข้ามาที่คอลเซ็นเตอร์ จากการสำรวจ พบว่า ร้อยละ 68 ของผู้ให้บริการ เชื่อว่า ลูกค้าชอบใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Twitter, Facebook ติดต่อผู้ให้บริการเนื่องจากไม่สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ทางโทรศัพท์ได้ โดยร้อยละ 50 ของลูกค้า ชอบใช้ช่องทางผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อติดต่อผู้ให้บริการ มากกว่าโทรหาคอลเซ็นเตอร์อีก ร้อยละ 50 ของลูกค้า พยายามสื่อสารกับผู้ให้บริการ ในเรื่องการให้บริการลูกค้า ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ 3 ใน 4 ของลูกค้า ไม่เคยได้รับคำตอบหรือการช่วยแก้ปัญหากลับมาจากช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ร้อยละ 80 เกิดความหงุดหงิดจนต้องโทรกลับไปที่คอลเซ็นเตอร์ร้อยละ 52 ของลูกค้า คาดหวังว่าผู้ให้บริการจะตอบกลับผ่านโซเชียลมีเดีย ภายใน 30 นาที แต่มีเพียงร้อยละ 24 ของผู้ให้บริการ ที่บอกว่าพวกเขาตอบกลับลูกค้าภายใน 30 นาที ร้อยละ 64 ของลูกค้า กล่าวว่า เต็มใจแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียกับผู้ให้บริการ เพื่อที่จะได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้น ขณะที่ ร้อยละ 48 บอกว่าอยากได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือบริการจากผู้ให้บริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียผู้ให้บริการจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากโซเชียลมีเดีย เข้าไปเป็นฐานข้อมูลของลูกค้า – ร้อยละ 93 ของผู้ให้บริการ กล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถระบุว่าลูกค้าเป็นใครจากโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย และร้อยละ 64 ของผู้ให้บริการ ไม่เคยเก็บข้อมูลการสนทนาผ่านโซเชียลมีเดียลงในฐานข้อมูลในระบบ CRM “ในปัจจุบัน ลูกค้ามีแนวโน้มมากขึ้นที่จะติดต่อหาผู้ให้บริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่ด้วยความที่ผู้ให้บริการไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าแต่ละราย ทำให้พวกเขาให้ข้อมูลผิวเผินทั่วไป ทำให้ลูกค้าเกิดความหงุดหงิดมากขึ้น” นายชากัน บาลี นักวิเคราะห์ของ Ovum กล่าว “หากผู้ให้บริการสามารถเชื่อมโยงตัวตนทางโซเชียลมีเดียของลูกค้า เข้าไปในโปรไฟล์ของลูกค้าที่อยู่ในระบบ CRM ได้จริงๆ มันจะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถรู้ข้อมูลของลูกค้ารายนั้นๆได้ และช่วยให้การตอบคำถาม จากทั้งทางโซเชียลมีเดียและคอลเซ็นเตอร์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อยกระดับพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า และลดต้นทุนจากการโทรกลับไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าแต่ละราย” “เมื่อคนหันมาใช้ Twitter หรือ Facebook เพื่อตั้งคำถาม หรือร้องเรียนในการไม่พอใจการให้บริการ ผู้ให้บริการควรคว้าโอกาสเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างทันท่วงที ทั้งหมดจะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ให้บริการรู้ตัวตนจริงๆในโลกออนไลน์ของลูกค้า”นางสาวรีเบคก้า พรูดฮ์ออมม์ รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของแอมดอกซ์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลสำรวจชี้ชัดลูกค้าชอบสื่อสารกับผู้ให้บริการผ่านโซเชียลมีเดีย -

‘ไดรฟ์บอท’ช่วยตรวจเช็กรถแทนคุณ – ฉลาดคิด
ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์คันแรกหรือมือใหม่หัดขับ ปัญหาเครื่องยนต์กลไก รถดับโดยไม่รู้สาเหตุ ต่างเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย …จะดีแค่ไหนหากมีตัวช่วยดูแลและบอกถึงปัญหาเครื่องยนต์ก่อนที่จะเกิดอันตราย… “อรรถพงศ์ ลิมศุภนาค” กรรมการผู้จัดการบริษัท ไดรฟ์บอท จำกัด บอกว่า จากปัญหาที่เจอขณะขับรถยนต์โดยไม่มีความรู้เรื่องรถมาก่อน ทำให้ตนเองและเพื่อน ๆ คิดที่จะพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้คนใช้รถยนต์สามารถใช้รถได้อย่างสบายใจ เพราะมีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลา โดยพัฒนาเป็น “ไดรฟ์บอท” (Drivebot ) ซึ่งเป็น โมบายแอพพลิเคชั่นที่มาพร้อมพอร์ท โอบีดี 2 อุปกรณ์สแกนหาความผิดปกติของเครื่องยนต์ แค่เสียบอุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากับรถยนต์ ข้อมูลต่าง ๆ ของรถแต่ละคันก็จะส่งผ่านบลูทูธมายังแอพพลิเคชั่นบนมือถือของเจ้าของ อรรถพงศ์ บอกอีกว่า พอร์ท โอบีดี 2 เป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่ในรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งช่างซ่อมรถจะมีอุปกรณ์ตรวจสอบหาความผิดปกติจากพอร์ทดังกล่าว เพียงแต่คนขับรถทั่วไปมักจะไม่รู้ สำหรับอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นมานี้ สามารถใช้ได้กับรถยนต์เกือบทุกรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ 1996 ใช้ง่ายเหมือนกับเสียบยูเอสบี แค่สตาร์ตผิดจังหวะ แอพนี้ก็สามารถบอกได้อย่างถูกต้อง แถมยังมีการพัฒนาเพิ่มเติมเรื่องของการแจ้งเตือนต่าง ๆ เช่น การถึงกำหนดเวลาเข้าศูนย์ การค้นหาปั๊มน้ำมันใกล้เคียงเมื่อน้ำมันใกล้หมด รวมถึงการค้นหาร้านซ่อมในบริเวณนั้น เมื่อค้นพบว่าเครื่องยนต์มีอาการผิดปกติ …เรียกว่าช่วยทำให้ผู้ใช้รถเบาใจไปได้มากทีเดียว… สำหรับ “ไดรฟ์บอท” อยู่ระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม ยังไม่มีการเผยแพร่การใช้งานแอพพลิเคชั่นในเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันทีมพัฒนาได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 ทีมสตาร์ตอัพ หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เข้ารอบอบรม อินเทนซีฟ บูท แคมป์(intensive boot camp) กับดีแทคในโครงการดีแทค แอคเซอเลเรท ( dtac Accelerate) ซึ่งดีแทคพร้อมสนับสนุนทั้ง 5 ทีมสตาร์ตอัพ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น ทีมละ 500,000 – 1,500,000 บาท ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อป โดยมีทีมที่ปรึกษาที่บินตรงมาจากซิลิคอนวัลเล่ย์ และในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสในการนำเสนอผลงานเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนในสิงคโปร์และญี่ปุ่น นอกจากนี้ดีแทคยังสนับสนุนการทำตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าดีแทครวมถึงลูกค้าในเครือเทเลนอร์กรุ๊ป กว่า 150 ล้านคนทั่วโลก คาดว่าแอพพลิเคชั่นนี้จะโดนใจและได้รับความนิยมใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ในอนาคต !!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไดรฟ์บอท’ช่วยตรวจเช็กรถแทนคุณ – ฉลาดคิด