ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • ไอบีเอ็มรุกอะนาลิติกส์-คลาวด์ หนุนองค์กรเข้าถึงลูกค้าดิจิตอล

    ไอบีเอ็มรุกอะนาลิติกส์-คลาวด์ หนุนองค์กรเข้าถึงลูกค้าดิจิตอล

    ไอบีเอ็มเดินหน้าเทคโนโลยีอะนาลิติกส์ และไฮบริดคลาวด์ เผยผู้บริหารทั่วโลกยกเทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์และให้ความสำคัญกับลูกค้าดิจิตอลมากขึ้น  นางพรรณสิริ  อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลสำรวจประจำปี 2556 โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม พบว่าผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจทั่วโลกรวมถึงในอาเซียน ต่างมองปัจจัยด้านตลาดและเทคโนโลยี  เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรในอนาคต  ซึ่งถือเป็นการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอย่างทวีคูณจากเดิมที่มองเทคโนโลยีเป็นแค่ตัวช่วย แต่ปัจจุบันมองเป็นกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจ  นอกจากนี้พบว่าผู้บริหารในอาเซียนเริ่มเปิดรับให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างและวางกลยุทธ์พร้อมกับขับเคลื่อนนวัตกรรม  รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแบบรายบุคคล ให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียและลูกค้าดิจิตอลมากขึ้นด้วย นางพรรณสิริ  กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลมาจากการเติบโตของตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งผลสำรวจทำให้ไอบีเอ็มทราบถึงความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ และมีความต้องการใช้เทคโนโลยีทั้งด้านอะนาลิติกส์ การวิเคราะห์ข้อมูล บิ๊กดาต้า โซเชียลแพลตฟอร์ม โมบาย  คลาวด์คอมพิวติ้ง รวมถึงระบบหลังบ้านต่าง ๆ  ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของไอบีเอ็มในปีนี้ ที่เน้นการสร้างตลาดใหม่ด้วยความเชี่ยวชาญด้านข้อมูล และสนับสนุนลูกค้าในการใช้งานไฮบริดคลาวด์ สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน  นางพรรณสิริ  มองว่าภาพรวมในขณะนี้เริ่มเห็นแนวโน้มของการชะลอการตัดสินใจด้านการลงทุนไอที โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ  แต่ยังคาดว่าครึ่งปีหลังจะยังสามารถเติบโตและผ่านไปได้ ขณะที่ไอบีเอ็ม เทคโนโลยีที่มุ่งทำตลาดทั้งอะนาลิติกส์ และคลาวด์ยังคงมีการเติบโตสูงเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเพื่อใช้ในการแข่งขันในการเข้าถึงลูกค้า.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอบีเอ็มรุกอะนาลิติกส์-คลาวด์ หนุนองค์กรเข้าถึงลูกค้าดิจิตอล

  • ใช้เฟซบุ๊กสร้างธุรกิจ – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

    ใช้เฟซบุ๊กสร้างธุรกิจ – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

    สังคมออนไลน์ ทำให้พื้นที่ทำการตลาดออนไลน์เปิดกว้าง เจ้าของธุรกิจหลายแห่งหันมาให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น  โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หลายแห่งเน้นการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก  ปกรณ์ กิตติประสาธน์ หนึ่งในหุ้นส่วน Bagspace เล่าว่า สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาและเพื่อน ชอบสินค้าประเภทเครื่องหนังเหมือนกัน แต่กระเป๋าหนังที่มีขายในห้างไม่รองรับความต้องการใช้งานจริง และมีราคาสูง จึงร่วมกันสร้างแบรนด์ Bagspace เพื่อขายกระเป๋าหนังที่เน้นด้านความทนทานและ การใช้งานที่หลากหลาย (Durable & Functional)  Bagspace เริ่มธุรกิจมากว่า 2 ปี  ระยะแรกพบกับความท้าทายที่ธุรกิจขนาดกลางและย่อมส่วนใหญ่พบ นั่นคืองบประมาณด้านการตลาดมีจำกัด  จึงเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ โดยเปิดหน้าแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก (Facebook) เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  จุดเด่นของเฟซบุ๊ก คือ การเป็นช่องทางการสื่อสารสองทางกับลูกค้า สามารถสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงและนำเสียงสะท้อนจากลูกค้ามาปรับปรุงสินค้าและการบริการได้รวดเร็ว   จึงใช้เป็นเครื่องมือหลักในการโฆษณาอีกทั้งเฟซบุ๊กมีความยืดหยุ่นสูง ควบคุมงบประมาณและช่วงเวลาของการโปรโมตสินค้าแต่ละชนิดหรือโพสต์แต่ละอันได้  รวมถึงประเมินผลลัพธ์ผ่านฟีเจอร์ข้อมูลเชิงลึก ทำให้เข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น   ปกรณ์ บอกว่า จากประสบการณ์พบว่า การซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้อย่างแม่นยำและไม่ถูกจำกัดด้านพื้นที่การสื่อสารและงบประมาณแบบร้านค้าออฟไลน์ ล่าสุดได้ขยายธุรกิจไปประเทศอินโดนีเซีย ด้วยการโฆษณาผ่านทาง เฟซบุ๊ก และกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชายชาวอินโดนีเซีย ร่วมกับการโปรโมตโพสต์แบบรูปภาพและลิงก์ “ผลลัพธ์จากการใช้โฆษณาบนเฟซบุ๊ก อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ Bagspace ได้ผลตอบแทน 10 เท่าของงบโฆษณาภายในระยะเวลา 1 เดือน และมีจำนวนทีมงานเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70  ล่าสุดเพจของ Bagspace มีผู้ติดตามมากกว่า 1.7 แสนคน และมากกว่าร้อยละ 10 เป็นลูกค้าประจำ” ปัจจุบันเฟซบุ๊ก เป็นแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย โดยมีผู้ใช้งานกว่า 24 ล้านคนต่อวัน ในจำนวนนี้มีผู้เข้าใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือกว่า 16 ล้านรายต่อวัน (ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556). 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ใช้เฟซบุ๊กสร้างธุรกิจ – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

  • 7 เคล็ดลับง่ายๆ ป้องกันโจรดูดข้อมูลบัตรเครดิต

    7 เคล็ดลับง่ายๆ ป้องกันโจรดูดข้อมูลบัตรเครดิต

    จากรายงานข่าวตามสื่อต่างๆเกี่ยวกับการแอบดูดข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม หรือที่เรียกกันว่า สคิมมิงและการแฮ็กข้อมูลออนไลน์ในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าอาชญากรสมัยนี้ มีวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้นในการโจรกรรมเงินในบัตร หรือขโมยข้อมูลระบุตัวตนของเจ้าของบัตรฯกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับการโจรกรรมในลักษณะนี้อยู่ที่การเปิดรับข้อมูลข่าวสารและรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องพึงระมัดระวังมาสเตอร์การ์ด จึงขอแนะนำ 7 ขั้นตอนง่ายๆ ในการป้องกันจากการโจรกรรมและปลอมแปลงดังนี้ 1.เซ็นชื่อบนบัตรของคุณ:เซ็นลายมือชื่อบนบัตรใหม่ทันทีที่คุณได้รับมา ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเซ็นแทนในกรณีที่บัตรสูญหายหรือถูกขโมยแล้วอาจนำไปรูดซื้อสินค้า 2.ระวังผู้ไม่หวังดีมาหลอกล้วงข้อมูล:อย่าตอบอีเมล์หรือข้อความทางโทรศัพท์ที่น่าสงสัย โดยเฉพาะกรณีที่ขอให้คุณบอกข้อมูลส่วนตัวนั่นอาจเป็นแผนของแก๊งมิจฉาชีพที่จ้องจะขโมยข้อมูลของคุณ 3.หาข้อมูลก่อนเสมอ:ก่อนที่จะซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ ควรค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไม่คุ้นเคยโดยการค้นหาจากอินเตอร์เน็ต สอบถามเพื่อนๆ หรือโทรสอบถามสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่หมายเลข 1166ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณซื้อสินค้าหรือบริการกับบริษัทที่มีชื่อเสียงไว้ใจได้เท่านั้น 4.ป้องกันข้อมูลของคุณ:เก็บรักษาข้อมูลบัตรในโทรศัพท์ด้วยวิธีที่ปลอดภัยรัดกุมต้องแน่ใจว่าข้อมูลนั้นสามารถเข้าถึงได้โดยใช้รหัสผ่าน/รหัสลับเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยปกป้องข้อมูลของคุณในกรณีที่มือถือของคุณสูญหายหรือถูกขโมย 5.ตรวจสอบซ้ำ:ตรวจสอบบัตรของคุณเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีบัตรใบไหนหายไปหลายคนมักคิดว่าบัตรต่างๆยังคงอยู่ในที่ของมันแต่จะไม่ดีกว่าหรือหากเราจะตรวจสอบดูสักหน่อยว่าบัตรทุกใบยังคงอยู่ในสถานที่ปลอดภัยไม่หายไปไหน 6.ตรวจทานอย่างละเอียด:ตรวจทานใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตของคุณอย่างละเอียดทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรายการที่น่าสงสัยพ่วงมาด้วยตรวจสอบค่าใช้จ่ายทุกรายการที่ไม่คุ้นเคยโดยไล่เลียงดูในรายละเอียดของใบแจ้งหนี้ที่คุณได้รับ 7.ฉีกเอกสารก่อนทิ้ง:ถ้าคุณได้รับใบแจ้งยอดบัญชี หรือข้อมูลบัตรที่เป็นเอกสารควรฉีกเอกสารเหล่านั้นก่อนทิ้งลงถังขยะ ทั้งนี้เพื่อรักษาข้อมูลสำคัญของคุณให้ปลอดภัยหลังจากที่เอกสารพวกนั้นหลุดจากมือคุณไปแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 7 เคล็ดลับง่ายๆ ป้องกันโจรดูดข้อมูลบัตรเครดิต