วันนี้(16 พค.57 ) ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. มงคล เตชะกำพุ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สัตวแพทย์หญิง ดร. อัมพิกา ทองภักดี เปิดเผยว่า ทีมวิจัยได้ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในการให้กำเนิดลูกแมวจากการปฏิสนธินอกร่างกาย หรือ "ลูกแมวหลอดแก้ว” โดยเป็นแมวแฝดที่เกิดจากหลอดแก้ว คู่แรกของไทย ซึ่งได้ตั้งชื่อว่าเบาหวิว และหนักอึ้งทั้งนี้ประเทศไทยมีแมวมงคลทั้งสิ้น 17 ชนิด ขณะนี้เหลือให้ชื่นชมเพียง 4 สายพันธุ์เท่านั้น คือ วิเชียรมาศ ศุภลักษณ์ โกนจา และสีสวาด ซึ่งนับวันหายากและใกล้สูญพันธุ์ งานวิจัยดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญ ในการนำไปถ่ายทอด เพื่ออนุรักษ์พันธุ์แมวไทยหายากหรือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว รวมถึงใช้กับสัตว์ป่าที่สายพันธุ์ใกล้เคียงกับแมวสำหรับการผสมเทียมหลอดแก้วลูกแมวนั้นเป็นการนำเอาตัวอสุจิไปผสมกับไข่อ่อนที่สุกแล้ว ในหลอดทดลอง ซึ่งเดิมใช้หลอดแก้ว เป็นกระบวนการเกิดนอกร่างกาย เลียนแบบสภาวะธรรมชาติ ให้ได้ตัวอ่อนขึ้นมาแล้วจึงนำไปฝากในแม่แมวตัวรับให้ตั้งท้องแทน หรือที่เรียกว่าอุ้มบุญส่วนขั้นตอนของการผลิตลูกแมวหลอดแก้ว ประกอบด้วย การนำไข่อ่อนที่ยังไม่พร้อมปฏิสนธิมาเลี้ยงในหลอดทดลอง หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ไข่อ่อนจะสุกพร้อมปฏิสนธิ จึงเอาตัวอสุจิใส่ลงไป ทิ้งไว้18 ชั่วโมง แล้วนำมาเลี้ยง จนได้ตัวอ่อนระยะ 2-4 เซลล์ประมาณ 24-48 ชั่วโมง แล้วนำไปย้ายฝากในแม่แมวอุ้มบุญ จากนั้นปล่อยให้แม่แมวอุ้มท้องและคลอดหลังตั้งท้องนานประมาณ 2 เดือน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จุฬาฯ ทำสำเร็จแมวแฝดจากหลอดแก้วคู่แรกของไทย
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

จุฬาฯ ทำสำเร็จแมวแฝดจากหลอดแก้วคู่แรกของไทย
-

ผงหอมศรีจันทร์ปลุกกระแสแบรนด์บนโลกออนไลน์ได้ผล
โลกแห่งการเชื่อมต่อในปัจจุบันเปิดโอกาสให้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์มีพื้นที่ในการแสดงออกมากยิ่งขึ้นการสนับสนุนผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของนักการตลาดและเอเจนซี่ทั่วโลกจึงเป็นที่มาของFacebook Studio (www.facebook-studio.com) พื้นที่ที่นักการตลาดจะได้เป็นที่รู้จักผ่านผลงานอันโดดเด่นทั้งยังสามารถค้นหาแรงบันดาลใจจากแคมเปญต่างๆทั่วโลกรวมถึงเรียนรู้วิธีการสร้างความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การตลาดบน Facebook หัวใจหลักของ Facebook Studio คือรางวัลFacebook Studio Awards ซึ่งมอบให้แก่แคมเปญบน Facebook ที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยจัดต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว ตัดสินผลงานโดยคณะกรรมการ ซึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญในแดวงการตลาด เกณฑ์การตัดสิน ได้แก่ทักษะที่ใช้และวิธีการดำเนินแคมเปญ, ขนาดและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ได้รับ ปีนี้เฟซบุ้ก เพิ่มรางวัล ‘Facebook for Good’ สำหรับองค์กรการกุศลหรือองค์กรไม่แสวงผลกำไรปี 2557 คณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากวงการโฆษณารวม14 ท่าน และมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจากประเทศต่างๆ รวม 80 ประเทศ มีผู้เข้ารอบสุดท้าย 35 ราย จากประเทศ 17 ประเทศ ได้ผู้ชนะ 15 ราย มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส บราซิล นอร์เวย์ นิวซีแลนด์และเยอรมนี สำหรับประเทศไทย ผงหอมศรีจันทร์ซึ่งคนไทยคุ้นเคยมานานกว่า 60 ปีได้ส่งผลงานเข้าชิงรางวัล Facebook Studio Awards ก่อนหน้าที่จะเริ่มแคมเปญผงหอมศรีจันทร์มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการมีส่วนร่วมกับลูกค้าค่อนข้างน้อยและมีแฟนเพจบนFacebook เพียง 4,000 รายแคมเปญดังกล่าวจึงมุ่งที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้ายกระดับคุณค่าตราสินค้าให้กับแบรนด์รวมทั้งเพิ่มความน่าสนใจของแบรนด์ต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่และเปลี่ยนมุมมองการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ในสายตาของผู้บริโภค ผงหอมศรีจันทร์ เลือกใช้เรื่องราวความรักแบบละครเป็นเนื้อหาหลักเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มวัยรุ่นไทยด้วยการสร้าง “เรื่องราวความรักของศรีจันทร์”ขึ้นบนเพจ Facebook ของแบรนด์ โดยร่วมกับเพจ “ออกพญาหงส์ทอง”ซึ่งเป็นเพจของตัวละครชายย้อนยุคที่เดินทางข้ามเวลามายังอนาคตเพื่อใช้กลุ่มผู้ติดตามของเพจออกพญาหงส์ทอง ซึ่งขณะนั้นมีแฟนเพจ 13,000 คนเป็นฐานในการดึงผู้บริโภคให้เข้าสู่เพจของผงหอมศรีจันทร์ นอกจากนี้ผงหอมศรีจันทร์ยังดึงเพจตัวละครอื่นเข้ามาร่วมในแคมเปญเพื่อสร้างพัฒนาการให้เรื่องราวความรักครั้งนี้อีกด้วยแคมเปญของผงหอมศรีจันทร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกลุ่มวัยรุ่นไทยหันมาให้ความสนใจในแคมเปญอย่างรวดเร็ว รวมถึงติดตามมีส่วนร่วมกับ “เรื่องราวความรัก”ครั้งนี้โดยตลอด ทำให้ตัวเลขการมีส่วนร่วมกับเหล่าผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กของแบรนด์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเข้าถึงผู้ใช้งาน Facebookมากกว่า 2 ล้านคน มีเสียงตอบรับที่ดีมากกว่า 18 ล้านครั้งและจำนวนผู้ติดตามเพจผงหอมศรีจันทร์เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 500 นอกจากนี้แบรนด์ยังเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกทั้งสามารถเปลี่ยนมุมมองของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อแบรนด์ให้หันมาสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ผงหอมศรีจันทร์มากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ “เรื่องราวความรักของศรีจันทร์”ได้รับรางวัลบรอนซ์ อวอร์ด (Bronze Award) ในสาขา“สุดยอดการใช้โซเชียล มีเดีย (Best Useof Social Media)” จาก แอดแมน อวอร์ด แอนด์ ซิมโพเซียม 2013Facebook Studio Awards 2015จะเปิดรับผลงานเข้าประกวดอีกครั้งในปีพ.ศ. 2557 นี้โดยสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/business/newsและสามารถอ่านเงื่อนไขการส่งผลงานที่ https://www.facebook-studio.com/site/terms
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผงหอมศรีจันทร์ปลุกกระแสแบรนด์บนโลกออนไลน์ได้ผล -

เนคเทคพัฒนาโปรแกรม หนุนเฝ้าระวังไข้เลือดออก
เนคเทค สวทช. จับมือกรมควบคุมโรคพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกเชิงรุก นำร่องใช้งานที่นนทบุรีก่อนขยายไปทั่วประเทศ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวย การสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สวทช. ได้ลงนามความร่วมมือกับกรม ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านงานระบาดวิทยาและการเฝ้าระวังควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญ โดยนำร่องด้วย “โครงการพัฒนาระบบสาร สนเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกเชิงรุก” ซึ่งดําเนินการร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สวทช. ทั้งนี้โครงการนำร่องดังกล่าวประกอบด้วยระบบสำรวจลูกน้ำยุงลายด้วยแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือโปรแกรม DMLS เพื่ออำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลการสำรวจฯ และได้ มาซึ่งดัชนีทางกีฏวิทยาทันทีหลังเสร็จสิ้นการสำรวจฯ มีระบบติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก หรือ DMAS เพื่อรายงานสถานการณ์และกระจายข่าวสารแก่ผู้รับผิดชอบในลักษณะใกล้เคียงกับเวลาปัจจุบัน และระบบรายงาน โรคไข้เลือดออก และการสำรวจลูกน้ำยุงลายเชิงวิเคราะห์ หรือ DMAR เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในมุมมองต่าง ๆ สำหรับโปรแกรม DMLS ระยะที่ 1 ปัจจุบันเริ่มดําเนินการไปแล้วประมาณ 70 % โดยทดสอบภาคสนามที่จังหวัดนนทบุรี พบว่าใช้ประโยชน์ได้จริง และจะขยายผลโดยความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ที่เป็นจังหวัดแรกในการใช้ระบบสำรวจนี้ ส่วนการดําเนินงานในระยะต่อไป จะมีการนำข้อมูลไปสู่ระบบการแจ้งเตือน วิเคราะห์และทำนายการเกิดโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้น คาดว่าภายในปี 2558 จะสามารถใช้งานทั้ง 3 โปรแกรมนี้ได้ ในจังหวัดนำร่องคือนนทบุรี ก่อนขยายไปสู่กรุงเทพฯ ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธา รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เนคเทคพัฒนาโปรแกรม หนุนเฝ้าระวังไข้เลือดออก