ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • พ้นแล้งแต่ฝนล่า – รู้หลบ

    พ้นแล้งแต่ฝนล่า – รู้หลบ

    ฝนที่ฉํ่าช่วงวันที่ 5–7 พ.ค. ไม่ได้แปลว่า เข้าหน้าฝนแล้ว หรือ เป็นฝนหลงฤดูมาจากไหน แต่เป็นปกติที่จะมีความกดอากาศสูงลงมากระทบกับความร้อนแล้วเกิดพายุ กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายว่า ความกดอากาศสูงก้อนนี้ มาจากประเทศจีน แผ่ลงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในขณะเดียวกัน ก็มีคลื่นกระแสลมตะวันออก เคลื่อนจากทะเลจีนใต้ เข้าปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ เจอเข้าไป 2 เด้งแบบนี้ ความชื้นทางตะวันออกก็ชุก ส่งผลให้มีฝนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ พอถึงวันที่ 8-11 พ.ค. ความกดอากาศสูงมีกำลังอ่อนลง ฝนจะลดลง อุณหภูมิสูงขึ้น อากาศร้อนยังอยู่คู่ฟ้าเมืองไทย ก็ใช่ว่าฝนจะเหือดหายไปในทันทีทางภาคเหนือ นอกจากเจออากาศร้อนตอนกลางวัน ก็ยังมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มากกว่าหน่อย จะมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรงก็มีได้เป็นบางแห่ง กรุงเทพฯ ก็ไม่แคล้ว โอกาสเจอฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง มีถึงร้อยละ 20-30 กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า ต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากร้อนเป็นฝน อากาศจะแปรปรวน ร้อนอบอ้าวทั่วไป มีฝนฟ้าคะนองเป็นบางวัน คาดว่า ฤดูฝนปีนี้ จะเริ่มช้ากว่าปกติ ประมาณสัปดาห์ที่ 3–4 ของเดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนรวม จะน้อยกว่าค่าปกติและน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะช่วงต้นฤดู แต่ช่วงปลายฤดูฝน ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนใกล้เคียงค่าปกติ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความ ปัญหาความแห้งแล้ง จะพลิกกลับมาเป็นความชุ่มฉํ่าฉับพลัน แม้กรมชลประทาน จะถือว่า วันที่ 30 เม.ย. เป็นวันสิ้นสุดแผนการบริหารจัดการ นํ้าพืชฤดูแล้งไปแล้วก็ตามเพราะฤดูแล้งปีนี้ ลุ่มนํ้าเจ้าพระยาใช้นํ้าไปถึง 7,224 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากที่กำหนดไว้ 5,300 ล้าน ลบ.ม. หรือใช้เกินไปมากกว่า 1,900 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 136 เปอร์เซ็นต์ การเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ก็มีมากถึง 9.72 ล้านไร่ เกินเข้าไป 191 เปอร์เซ็นต์ของแผนฯที่วางไว้ กรมชลประทานจะเริ่มส่งนํ้าเข้าในพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค. เป็นต้นไป แต่ก็ต้องบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมาด้วย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะนํ้าท่วมขัง และระบายได้สะดวก เห็นฝนตั้งเค้ามา ไม่ได้หมายความจะใช้กันฟุ่มเฟือยได้นะ. หยาดน้ำฟ้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พ้นแล้งแต่ฝนล่า – รู้หลบ

  • นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูง

    นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูง

    โละเฟอร์นิเจอร์กันเกือบทั้งบ้าน หากเคยผ่านประสบการณ์นํ้าท่วมมาแล้ว ก็เพราะไม้อัดหรือไม้เชิงวิศวกรรมที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ยอดฮิต เมื่อแช่นํ้านอกจากจะบวมพอง โครงสร้างบิดเบี้ยวแล้วยังถึงขั้นถล่มทรุดลงมากองเป็นขยะอีกด้วย แต่ใช่ว่าไม้อัดเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์ เพราะในยุคที่ไม้จริงหายาก ราคาสูง ไม้อัดหรือไม้เชิงวิศวกรรม ที่ผลิตขึ้นจากเศษวัสดุของไม้ หรือเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการเกษตร สามารถช่วยชะลอการตัดไม้ทำลายป่าและเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือใช้ได้ ดังนั้น “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย มีคำ” จากสาขาวิชาวิศวกรรมพอลิเมอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จึงพัฒนาไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือก ที่สามารถใช้ทดแทนไม้จริงได้มากขึ้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย บอกว่า ไม้เชิงวิศวกรรม คือวัสดุประเภทไม้ที่ผลิตขึ้นจากเศษวัสดุของไม้หรือเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการเกษตร นำมารวมกับสารยึดติดประเภทกาว ผ่านกระบวนการการผลิตเชิงวิศวกรรม จนได้วัสดุไม้เชิงวิศวกรรมที่มีลักษณะเป็นชิ้นงานไม้ มีความแข็งแรงสามารถนำไปใช้งานได้เช่นเดียวกับชิ้นไม้จากธรรมชาติ ทั้งนี้เศษวัสดุที่มักนิยมนำมาใช้ผลิตเป็นไม้เชิงวิศวกรรม เช่น ขี้เลื่อยไม้ ชานอ้อย ฟางข้าว ซังข้าวสาลี ซังข้าวโพด เยื่อผลปาล์ม เส้นใยหรือชิ้นไม้สับจากไม้ป่าเศรษฐกิจ เช่น ไม้สน ไม้ยูคาลิปตัส และ ไม้ยางพารา ส่วนสารยึดติดส่วนใหญ่ใช้กาวประเภท กาวยูเรีย หรือ กาวลาเท็กซ์ ตัวอย่างวัสดุไม้เชิงวิศวกรรมที่ใช้งานทั่วไป เช่น ไม้อัดเอ็มดีเอฟ ไม้อัดแผ่น ไม้พื้นปิดผิว ไม้ท่อนติดกาว หรือ ไม้ชิ้นอัดร้อน สำหรับประเทศไทย ไม้เชิงวิศวกรรมที่นิยมใช้กันมากคือ ไม้อัดเอ็มดีเอฟ และ ไม้อัดแผ่น ซึ่งมักจะนำมาทำเป็นกล่องบรรจุสินค้า แบบหล่อปูนงานก่อสร้าง งานเฟอร์นิเจอร์สำหรับตลาดระดับล่าง และใช้ในการตกแต่งภายใน แต่ไม้เชิงวิศวกรรมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังมีข้อจำกัดด้านความแข็งแรง ไม่สามารถใช้ทดแทนไม้เนื้อแข็งจากธรรมชาติได้ ไม่ทนทานต่อความชื้น มักจะโก่งบวมเสียรูป เมื่ออยู่สภาพอากาศที่ชื้นจะขึ้นรา ทั้งยังถูกทำลายโดยแมลงพวกมอดไม้หรือปลวกได้ง่าย ประกอบกับแนวโน้มไทยประสบกับปัญหานํ้าท่วมมากขึ้นทุกปี ทีมวิจัยจึงพัฒนาวัสดุไม้เชิงวิศวกรรมที่มีสมรรถนะสูงขึ้น มีความแข็งแรงเทียบเท่าไม้เนื้อแข็งที่ได้จากธรรมชาติ คงทนต่อสภาวะแวดล้อมทั้ง ลม ฝน นํ้าท่วม ได้เป็นระยะเวลานาน ๆ และทนทานต่อการเข้าทำลายของแมลงพวกมอดไม้ และปลวก ผู้วิจัยบอกว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น มีทั้งไม้อัดเยื่อเดี่ยว และไม้อัดเยื่อผสมใยแก้วเสริมแรง ไม้อัดแผ่นจากแผ่นไม้ยางพาราเสริมแรงด้วยผ้าใยแก้ว ไม้อัดปิดผิว และไม้อัดปิดผิวแบบหลายชั้นเสริมแรงด้วยผ้าใยแก้ว โดยไม้เชิงวิศวกรรมที่วิจัยขึ้นมานี้ มีองค์ประกอบของเศษวัสดุของเหลือจากอุตสาหกรรมการเกษตร และวัสดุจากไม้ป่าปลูกเชิงเศรษฐกิจ เช่น แกลบข้าว เยื่อชานอ้อย เยื่อผลปาล์มนํ้ามัน ขี้เลื่อยไม้ เยื่อไม้ยูคาลิปตัส และแผ่นไม้ยางพารา มีการประยุกต์ใช้ระบบกาวอีพ๊อกซี่ เป็นกาวยึดติด ส่วนเส้นใยเสริมแรงใยแก้วก็เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมผลิตกระดานโต้คลื่น และกระดานโต้ลม ทั้งนี้จากส่วนผสมทั้งหมดทำให้ได้ไม้เชิงวิศวกรรมที่มีสมรรถนะสูง สวยงามเหมือนไม้ธรรมชาติ ที่สำคัญคือ มีคุณสมบัติเชิงกลสูงเทียบเท่าไม้เนื้อแข็งที่ใช้ในงานก่อสร้างอาคารบ้านเรือนทั่วไป และยังทนทานต่อความชื้นได้ดี จากผลการทดสอบพบว่า สามารถแช่อยู่ในนํ้าได้นานมากกว่า 3 เดือน ถึง 1 ปี โดยที่ไม่เกิดการบวม หรือ โก่งงอ และทนทานต่อการเข้าทำลายของมอดไม้ และปลวก ได้เช่นเดียวกับไม้สักทอง เพราะจากการทดสอบนำไปฝังในรังปลวกเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือน ไม่พบร่องรอยการเข้ากัดทำลายของปลวกแต่อย่างใด ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนชื้น สวยงามและปลวกไม่กิน ประกอบกับกระบวนการผลิตไม่แตกต่างไปจากการผลิตไม้เชิงวิศวกรรมทั่วไป และต้นทุนการผลิตก็ไม่สูงมากนัก เนื่องจากองค์ประกอบที่ใช้ในกระบวนการผลิตส่วนใหญ่เป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมซึ่งมีราคาที่ไม่แพงมาก ทำให้นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูงนี้ น่าจะมีศักยภาพในการนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้อย่างไม่ยาก!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นวัตกรรมไม้เชิงวิศวกรรมสมรรถนะสูง

  • เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

    เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

    เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล อย่างเต็มตัวแล้ว ระบบการทำงานต่าง ๆ ล้วนปรับเข้าไปอยู่บนคลาวด์ ทำให้เกิดธุรกิจยุคคลาวด์ ทั่วโลกต่างเข้าสู่ธุรกิจที่มีการดึงข้อมูลจากระบบคลาวด์ เอกสารปัจจุบันได้มีการจัดเก็บโดยใช้ระบบคลาวด์มากขึ้น ยกตัวอย่าง คลาวด์ เช่น Google Drive, Box, Amazon Drive, Skydrive เเละ Dropbox การเซ็นเอกสาร ถือเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของนักธุรกิจ หรือ แม้แต่บุคคลธรรมดา เพื่อความง่ายต่อการใช้งานและการค้นหาไฟล์ที่ง่ายขึ้น คงจะดีไม่ใช่น้อยหากจะมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้เซ็นเอกสาร พร้อมจัดเก็บเอกสารที่เซ็นเเล้ว อยู่บนคลาวด์เพื่อการใช้งานต่อไป อาทิ บัตรประชาชน พร้อมลายเซ็น หรือ เซ็นมอบอำนาจ อ.อรภัค สุวรรณภักดี นักวิชาการอิสระ นักธุรกิจ นักเขียน เล่าว่า เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและลดขั้นตอนการทำงานในการเซ็นเอกสารต่าง ๆ ปัจจุบันนักธุรกิจที่ทันสมัยหันมาเซ็นเอกสารผ่านเว็บไซต์ หรือ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sign easy โดยสามารถลิงค์กับเอกสารในเเอพ กับ ระบบคลาวด์ เเละสามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ “วิธีการใช้งานง่าย ๆ โดยผู้ใช้สามารถเซ็นลายชื่อเพียงหนเดียว แล้วกดอินเสิร์ชไปยังเอกสารนั้น ๆ ที่เราต้องการจะเอาลายเซ็นวางในตำแหน่งที่ต้องการทันที เปรียบได้กับเลขาส่วนตัวยุคดิจิตอล” นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่น ลายเซ็นดิจิตอล ดังกล่าว ยังสามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นสแกนเนอร์ได้ด้วย โดยผู้ใช้สเเกนบัตรประชาชนพร้อมใส่ลายเซ็น ก็สามารถส่งเอกสารสัญญาต่าง ๆ อาทิ เอกสารการกู้เงิน ผ่านแอพพลิเคชั่นเเชท อย่างวีแชท (WeChat) หรือ อีเมล ได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถส่งเอกสารที่เซ็นดังกล่าวไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อการใช้งานต่อไป อ.อรภัค เล่าว่า นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นปัจจุบันสามารถพัฒนาแอพลายเซ็นดิจิตอลใหม่ ๆ ทันสมัยตอบรับกับคนยุคดิจิตอล แต่ปัญหาคือ คนใช้ไม่เป็น นอกจากนี้ ข้อเสียของแอพดังกล่าวคือ อาจเกิดการขโมยลายเซ็นที่อยู่ในเครื่องได้ ดังนั้น ควรตั้งพาสเวิร์ดเพื่อป้องกันตัวเองโดยพาสเวิร์ด ต้องมีความซับซ้อนเพียงพอ สำหรับข้อเสียที่ทำให้ผู้ใช้เกิดการลังเล คือ การส่งเอกสารสำคัญอยู่บนคลาวด์ คนไทยจึงไม่นิยมใช้และยังคงไว้ใจที่จะส่งพนักงานรับส่งเอกสารเดินเอกสารสำคัญให้ ไทยจึงไม่มีปัญหานี้ แต่ในอเมริกาใช้งานแล้ว พบข้อจำกัดของการส่งเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ คือ กรณีที่ไวไฟหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ดังนั้นไม่ควรเซ็นชื่อเเละส่งกระดาษเกิน 5 หน้า อย่างไรก็ตาม การเซ็นเอกสารต่าง ๆ บนคลาวด์ผู้ใช้งานต้องมีความรอบคอบ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3 เดือน และไม่ควรใช้รหัสเดียวกับอีเมลหรือการเข้าเฟซบุ๊ก เป็นต้น นักบริหารปัจจุบัน ควรรู้เรื่องเทคโนโลยี อย่าไว้ใจผู้ช่วยหรือเลขาส่วนตัวมากนัก. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล