ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • เบื้องหลังขายหัวเราะ – หนูหิ่นโลดแล่นบน Line

    เบื้องหลังขายหัวเราะ – หนูหิ่นโลดแล่นบน Line

     เป็นสติกเกอร์บนแอพไลน์ (Line)โดยฝีมือคนไทยที่มาแรงบนสติกเกอร์ช็อป ทั้งตัวการ์ตูนขายหัวเราะ และหนูหิ่น ที่กำลังมาแรงและมียอดดาวน์โหลดมากมาย นายสันติ  เลาหบูรณะกิจ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทบรรลือกรุ๊ปและรองกรรมการผู้จัดการบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด  เล่าให้ฟังว่า  วิธิตาเป็นหน่วยงาน ของบรรลือ กรุ๊ป ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน ซึ่งมีคอนเทนต์หรือเนื้อหาสำหรับคนไทยมากมาย ในอดีตจะเป็นเนื้อหาในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ แต่เกือบสิบปีที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณว่าผู้อ่านไม่ได้เสพเนื้อหาจากสิ่งพิมพ์เพียงอย่างเดียว เพราะมีเทคโนโลยีดิจิตอล เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่  บก.บห.ขายหัวเราะ จึงมีนโยบาย ให้นำเอาธุรกิจการ์ตูน ภาพนิ่ง มาต่อยอดเป็นภาพเคลื่อนไหว แอนิเมชั่น จึงกำเนิดเป็นวิธิตาแอนิเมชั่นขึ้น ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานผลิตดิจิตอลคอนเทนต์ให้กับบรรลือกรุ๊ป  สำหรับสติกเกอร์ขายหัวเราะ ฝีมือพี่ต่าย และหนูหิ่น  ก่อนจะเข้ามาเป็นสติกเกอร์ขายบนสติกเกอร์ช็อปของแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) ก่อนหน้านั้น ขายหัวเราะ ได้ทำเล่มอี-บุ๊ก  ให้โหลดผ่านแอพ  เริ่มจากไฟล์พีดีเอฟ ภาพขยับได้ เพิ่มเสียง   “ไม่น่าเชื่อก็คือ ยอดขายอี-บุ๊ก ฉบับขายหัวเราะ  ได้จากตลาดในฝั่งยุโรปและอเมริกา เป็นส่วนใหญ่  จากคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ  มีราคาถูกกว่าฉบับพิมพ์ประมาณ 30%   “ส่วนแอพไลน์ ทางขายหัวเราะ เป็นพาร์ทเนอร์กับไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว  เนื่องจากเดิมนั้นการออกแบบตัวการ์ตูนบนสติกเกอร์ช็อป บนไลน์ สำหรับตลาดเมืองไทย ต้องส่งไปญี่ปุ่น  ทางไลน์ต้องการให้มีความเป็นไทย จึงมาคุยกัน  ทางขายหัวเราะและวิธิตาจึงเริ่มต้นจากสติกเกอร์บนไลน์ คาเมร่า ก่อนจะมาลงสนามใหญ่ บนสติกเกอร์ช็อป ประเดิมด้วยชุดขายหัวเราะ ก่อนจะตามมาด้วยหนูหิ่น สติกเกอร์ขายหัวเราะ ตั้งเป้าไว้เต็มที่แค่ประมาณแสนดาวน์โหลด แต่แค่ 5 วันแรกที่เปิดให้ดาวน์โหลด ก็ได้จำนวนแสนแล้ว  ยอดล่าสุดขณะนี้ เกินสองแสนแล้ว ส่วนหนูหิ่นปรากฏว่ามียอดดาวน์โหลดดีกว่าชุดแรก ตอนนี้เกินแสนไปแล้วเช่นกัน ถามว่า ทำไมราคาสติกเกอร์ถูก แค่ 0.99 เหรียญ หรือประมาณ 30 บาทผู้บริหารวิธิตาแอนิเมชั่น บอกว่า ขายหัวเราะนั้นอยู่คู่คนไทยมานาน   คุ้นเคยกันมากในต่างจังหวัด จึงไม่คิดเอากำไรจากตรงนี้  แค่ต้องการให้ผู้คนจดจำลายเส้น ตัวการ์ตูนจากฝีมืออาวัฒน์ จุ๋มจิ๋ม พี่ต่าย ผดุง พี่ขวด เอ๊าะ และนักเขียนคนอื่น ๆ  ดีใจมากที่บางคนบอกว่า เจอตัวการ์ตูนขายหัวเราะบนไลน์ แล้วคุ้นเคยเหมือนได้ย้อนอดีต  นอกจากวิธิตาแอนิเมชั่น จะทำสติกเกอร์ในเครือข่ายแล้ว ยังรับจ้างวาดด้วย  เช่น สติกเกอร์ของกิฟฟารีน ก็เป็นฝีมือของพี่ปุ๋ย นักเขียนขายหัวเราะ  “เรื่องตัวการ์ตูน เราถนัดมากที่สุด ส่วนราคา ขึ้นกับความยากง่ายของงาน  แต่ถูกกว่าญี่ปุ่นแน่นอน”.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เบื้องหลังขายหัวเราะ – หนูหิ่นโลดแล่นบน Line

  • ปีม้าเทคโนโลยีสวมใส่ได้มาแรง ไทยแวร์จัดเสวนาเทรนด์ใหม่ไอที

    ปีม้าเทคโนโลยีสวมใส่ได้มาแรง ไทยแวร์จัดเสวนาเทรนด์ใหม่ไอที

    เว็บไซต์ ไทยแวร์ ชวนเข้าร่วมเทรนด์เทคโนโลยีสวมใส่ได้ ซึ่งกำลังมาแรงในปีนี้ และมีประสิทธิภาพแทบไม่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน นายธรรณพ สมประสงค์  จาก เว็บไซต์ไทยแวร์ แจ้งว่า   “แวร์ราเบิลดีไวซ์ (Wearable Device)” เป็นเทคโนโลยีใหม่ หรือ เทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมที่ถูกสร้าง ออกแบบ และพัฒนามาให้อยู่ในรูปแบบของการสวมใส่บนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย สามารถทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนในการใช้งานทำงานได้ดีกว่าอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เพราะเซ็นเซอร์ชิพภายในอุปกรณ์ประเภทสวมใส่ได้ บางตัวไม่เหมาะที่จะติดตั้งบนสมาร์ทโฟนหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างเช่น ชิพตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น โดยพื้นฐานแล้ว อุปกรณ์ประเภทนี้จะมีระบบสื่อสารอยู่ภายใน ไว้สำหรับส่งข้อมูลให้ผู้ที่สวมใส่อุปกรณ์ได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์ และยังรองรับการบันทึกข้อมูลที่ผู้ใช้เพิ่มเข้าไป ปัจจุบันมีหลายแบบ เช่น นาฬิกา แว่นตา คอนแทคเลนส์ E-textiles ที่คาดผม ตลอดจน เครื่องประดับต่าง ๆ อาทิ แหวน กำไล หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือที่ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเช่นเดียวกับตุ้มหูก็ถือว่าเป็น Wearable Device ด้วยเช่นกัน ล่าสุด  ไทยแวร์ดอตคอม (Thaiware.com) ได้จัดงานเสวนา ไอที เทรนด์ หรือ IT iTrend by Thaiware เรื่อง “Wearable Device ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต” ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2557 ณ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ชั้น 32 อาคารจามจุรีสแควร์ ลงทะเบียนชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 12.00-12.50 น.  งานเริ่ม 12.00-16.00 น. งานนี้เข้าร่วมได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปีม้าเทคโนโลยีสวมใส่ได้มาแรง ไทยแวร์จัดเสวนาเทรนด์ใหม่ไอที

  • นาเดลล่ากับไมโครซอฟท์ไปได้ดี – โลกาภิวัตน์

    นาเดลล่ากับไมโครซอฟท์ไปได้ดี – โลกาภิวัตน์

    คงจำกันได้ว่า สัตยา นาเดลล่า ซึ่งได้รับเลือกเป็นซีอีโอของไมโครซอฟท์เป็นคนในไมโครซอฟท์เองและเป็นชาวอินเดีย ควอเตอร์แรกผ่านไป ยังไปได้ดี นักลงทุนในตลาดหุ้นที่อเมริกาเมื่อพูดถึงไมโครซอฟท์ก็ต้องถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในฟอร์จูน 500 ที่ยังไงก็จะต้องจับตาดูว่าผลประกอบการหลังการเปลี่ยนหัวจากสตีฟ บอลเมอร์ มาเป็นนาเดลล่า แล้วยังน่าลงทุนอยู่อีกหรือไม่ ผลประกอบการไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือผลกำไร ซึ่งมาจากด้านคอมพิวเตอร์พีซี ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ก็ลดลงมาบ้างตามคาด แต่โดยภาพรวมทั้งหมดในกระดานหุ้นปรากฏว่า หุ้นสูงขึ้น 2% หลังจากการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่  24 เมษายน ที่ผ่านมา นาเดลล่าเป็นซีอีโอ โดยเริ่มงานในตำแหน่งนี้เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเขาเองก็รับผิดชอบดูแลธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ทั้งหมดของไมโครซอฟท์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 ก็นานพอดู ตอนนี้เข้ามาดูทั้งหมด  ซึ่งก็จะมีทั้งไมโครซอฟท์คลาวด์และกลุ่มบริษัท ดูแลเรื่องซอฟต์แวร์ของระบบเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทและก็เทคโนโลยีที่จะใช้สำหรับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของบริษัท ไมโครซอฟท์ได้ให้นาเดลล่า ซึ่งมีประสบการณ์ธุรกิจของไมโครซอฟท์ที่นอกเหนือไปจากกลุ่มวินโดว์ส ซึ่งกลุ่มวินโดว์สปัจจุบันเริ่มเสื่อมความนิยมลงไป  เพราะลูกค้าจะมุ่งไปยังแท็บเล็ตและมือถืออัจฉริยะซะมากกว่า ส่วนธุรกิจที่ไปได้ดีของไมโครซอฟท์และน่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งก็น่าจะเป็นซอฟต์แวร์ออฟฟิศ 365 และ อะซูร์ (Azure)ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น ด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้เติบโตไปได้ดี แต่ธุรกิจด้านวินโดว์สแม้จะเสื่อมความนิยมไปบ้างไมโครซอฟท์ก็ยังครอบครองตลาดอยู่โดยมีอัตราการเจริญเติบโตได้ 19% แต่แน่นอนผลิตภัณฑ์ใหม่สูงกว่านี้มาก นาเดลล่าก็ได้เปิดโชว์ตัวคุยกับลูกค้าครั้งแรกหลังจากเป็นซีอีโอในที่ประชุมกลุ่มลูกค้าและผู้ลงทุน “ตั้งแต่วันแรก ผมมีความเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ของเราจะต้องกล้า มุ่งมั่นไปสู่โมไบล์เจ้าแรกและคลาวด์เจ้าแรก” “เราอยู่ในตลาดพีซีมา ปัจจุบันตลาดของเราใหญ่กว่าพีซีมาก” นาเดลล่าก็สามารถที่จะนำพาไมโครซอฟท์ไปได้  ซึ่งทำให้ในสามเดือนแรกหรือควอเตอร์แรกมีรายรับ 612,000 ล้านบาท โตขึ้นแต่อาจจะโตน้อยกว่าปีที่แล้วบ้าง ส่วนกำไรอยู่ที่ 171,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะน้อยกว่าควอเตอร์เดียวกันเมื่อปีที่แล้ว แต่เค้าก็ยังสามารถประคับประคองไมโครซอฟท์ไปได้ ก็คงจะต้องดูกันอีกต่อไปถ้าอีกสักสองสามควอเตอร์คือทั้งปี ก็อาจจะทราบชัดเจนมากกว่านี้ว่าเป็นเช่นไร เพราะไมโครซอฟท์ลองเข้าสู่โมไบล์และมือถืออัจฉริยะช้ากว่าบริษัทอื่น. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด Boonmark@stamford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นาเดลล่ากับไมโครซอฟท์ไปได้ดี – โลกาภิวัตน์